Login Bookmark and Share
  หน้าหลัก รถใหม่ รายการวิทยุ ปัญหารถยนต์ โรงรถ แนะนำอู่ คาร์ออนไลน์
 
 ทดลองขับ Honda ACCORD 2.4 i-VTEC ; Can we forget the Camry...? By: J!MMY
 เมื่อ: 5/8/2008 11:42:40 PM ปรับปรุงล่าสุด: 7/11/2008 11:15:39 PM

Rate:
         Ratings 10
Average: 55555
Views: 42806

หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... จากทั้งหมด All(17)


ผมยังจำได้ถึงวันที่ผมนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ที่เปิดระบบอินเตอร์เน็ตเอาไว้
ระหว่างที่ มีภาพ Spyshot ของแอคคอร์ด เจเนอเรชันที่ 7 เวอร์ชันอเมริกัน-ไทย
ถูกปล่อยออกมาจากเว็บไซต์ www.vtec.net เมื่อปลายปี 2002

จากนั้นให้หลังเพียงเดือนเดียว รูปคันจริงก็ปรากฎออกมา พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า
ไม่ค่อยสวยบ้าง บางคนก็บอกว่าสวย สปอร์ตดี

ผมจำได้ว่า ตนเองเคยทำนายเอาไว้ว่า แอคคอร์ดรุ่นนั้น จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ท้ายสุดแล้ว จริงหรือไม่จริง คำตอบ ก็เห็นกันเด่นชัดอยู่แล้ว
จริงอยู่ว่าปริมาณของแอคคอร์ด เจเนอเรชันที่ 7 บนท้องถนนเมืองไทย
ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่จะว่าไปแล้ว ยังไม่เยอะอย่างที่มันเคยเป็น
ในยุคสมัยของ แอคคอร์ด ตาเพชร ปี 1990 ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่เปลี่ยนไป
รวมทั้งขนาดตัวถังที่ต้องโตขึ้น...และราคาค่าตัวที่แพงขึ้นด้วย...

ผมจำได้ว่า ตอนนั้น ยังบอกกับตัวเองว่า "นี่ฉันต้องเฝ้าทนรอให้แอคคอร์ดรุ่นเนี้ย (รุ่นที่ 7)
มันอยู่ในตลาดไปอีกตั้ง 4-5 ปีเลยเหรอ? แล้วมันก็ไม่มีอะไรรับประกันในตอนนั้นเลยว่า
รุ่นที่ 8 ซึ่งจะต้องออกมาในปี 2008 มันจะออกมาลงตัวกว่ารุ่นเดิมนั้น?"

แต่ก็อย่างว่า
เข็มนาฬิกา เหมือนจะเดินไปอย่างเชื่องช้า ทว่า มันไม่เคยรอใคร
หลังจากที่นั่งคิดเพ้อเจ้อคนเดียวตอนดึกๆ ในคืนนั้น เผลอไปไม่กี่อึดใจ นี่ก็ 4-5 ปีมาแล้ว

ในที่สุด ตุลาคม 2007 เจเนอเรชันที่ 8 ของแอคคอร์ด คันจริงๆ ตัวเป็นๆ
ก็ปรากฎตัวสู่สายตาผม ที่ศูนย์ทดสอบการชน และสนามทดสอบของฮอนด้า R&D
ในโตชิกิ ประเทศญี่ปุ่น

อย่างที่ได้เคยเล่าสู่กันฟังเอาไว้แล้วใน รีวิว First Imprtession ของแอคคอร์ดใหม่
http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=117#head

จนกระทั่งวันนี้ วันที่รีวิวนี้ออกสู่สายตาของคุณผู้อ่าน
เวลาก็ผ่านไปนานเกือบครึ่งปี






ปกติแล้ว การดอง ถือเป็นวิธีถนอมอาหารที่มนุษย์เรารู้จักกันมาช้านาน บางท่านอาจจะชอบทานผลไม้ดอง
ผมอาจจะชอบแตงกวาดอง แต่โดยปกติแล้ว ด้วยรสชาติอันเปรี้ยวจี๊ด หรือไม่ก็เค็มปี๋
ขึ้นอยู่กับวิธีการดอง อาหารชนิดนั้นๆ ทำให้ผมไม่ค่อยชอบ ของดองเท่าไหร่
มากสุดที่ชอบมากคือ แตงกวาดอง เวลาทานคู่กับเป็ดย่างแล้วจะมีความสุขมากๆ!

และแน่นอนว่าปกติ ผมเองก็ไม่ชอบ ดองงาน เอาไว้นานๆแบบนี้เท่าใดนัก

ทว่า คราวนี้ มันมีเหตุที่ทำให้ผม ต้อง ดอง รีวิว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่
เอาไว้ในขวดโหลแห่งกาลเวลา เพื่อหวังว่าจะบ่มให้ได้ที่
รอให้ทั้งงานหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค เรื่องราวความรักฉบับท้านรกของน้องๆผมคู่หนึ่ง
เสร็จสิ้นไปในช่วงแรก
รอให้งาน บางกอก มอเตอร์โชว์ จบลงไป
รอ ให้ฮอนด้า พร้อมจะส่งรถรุ่น 2,000 ซีซี และ วี6 3,500 ซีซี มาให้ทดลอง (ซึ่งเอาเข้าจริงก็ยังไม่พร้อมซะที)
และที่ต้องรออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการปรับปรุงเว็บไซต์คาร์ออนไลน์กันขนานใหญ่
รวมทั้งรอให้แรงบันดาลใจ ที่จู่ๆ มันก็หดหายไปเสียดื้อๆ จนเกลี้ยง ฟื้นกลับคืนมาให้เร็วที่สุด

และนั่นคือเหตุที่ทำให้ รีวิวของ แอคคอร์ดใหม่ ถูกดองจนรสชาติได้ที่
จนพร้อมจะออกสู่สายตาคุณผู้อ่านกันเสียที





แอคคอร์ด คือรถยนต์นั่ง 1 ใน 2 หัวหอกหลักของฮอนด้าในการบุกตลาดโลก
แยกตัวออกมาจากตระกูลซีวิคในช่วงปี 1976 เพื่อเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่อยากเปลี่ยนรถคันใหม่ให้
ใหญ่โตกว่าซีวิคนั่นเอง นอกจากนี้ แอคคอร์ด เป็น 1 ในรถยนต์รุ่นสำคัญในประวัติศาสตร์
อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรถยนต์ขายดีที่สุดของสหรัฐอเมริกาใน
ช่วงทศวรรษที่ 1990 ได้เป็นผลสำเร็จ

ในปี 2006 ฮอนด้า ขายแอคคอร์ดไปทั่วโลกได้กว่า 665,650 คัน
และนับตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นสายการผลิตในเมืองไทย เมื่อปี 1984-1985
ฮอนด้า ขายแอคคอร์ดในเมืองไทยไปแล้วกว่า 1 แสน คัน

ฮอนด้าเริ่มใช้นโยบาย "ผลิตรถยนต์แยกตัวถังให้ตรงกับรสนิยมของแต่ละตลาด"
กับแอคคอร์ด มาตั้งแต่รุ่นที่ 5 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 1993 โดยในช่วงนั้น
ฮอนด้าทำตลาดแอคคอร์ดทั่วโลก ด้วยรูปโฉมของรุ่นที่พ่อค้ารถมือสองบ้านเรา
เรียกไปเองว่ารุ่น "ไฟท้ายก้อนเดียว" แต่ยกเว้นประเทศในยุโรป ซึ่งถูกแทนที่ด้วย
ตัวถังฟาสต์แบ็ก 5 ประตู ซึ่งทำตลาดในญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ แอสคอท อินโนวา
(ASCOT INNOVA) อีกทั้งยังมีตัวถัง คูเป้ และแวกอน ส่งออกจากสหรัฐอเมริกาเข้าไป
ทำตลาดประกบด้วย

จนกระทั่งเดือนกันยายน 1997 ฮอนด้าเริ่มสร้างความแตกต่างให้กับแอคคอร์ด มากถึง 3 รูปลักษณ์
เพื่อ 3 ทวีป โดยในญี่ปุ่น จะมีรุ่นตัวถังเพรียว ทำตลาดร่วมกันทั้งรุ่นซีดาน แวกอน
และรุ่นซีดานที่ดัดแปลงด้านหน้าเล็กน้อยในชื่อ ทอร์นีโอ (TORNEO)

ขณะที่เวอร์ชันยุโรป จะมีตัวถังซีดาน และแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ซึ่งมีดีไซน์ป้อมๆ แยกออกมาเป็นพิเศษ

ส่วนเวอร์ชันอเมริกาและไทย รวมทั้งตลาดโลก จะใช้ตัวถังที่มีขนาดใหญ่สุด
โดยมีชื่อเรียกในหมู่พ่อค้ารถมือสองบ้านเราว่ารุ่น "งูเห่า"

และล่าสุดเมื่อเปิดตัวรุ่นปัจจุบันในช่วงปลายปี 2002 ฮอนด้าเริ่มมองเห็นถึง
ยอดขายที่ลดลงของเวอร์ชันยุโรป เนื่องจากการแข่งขันในตลาดรถยนต์ขนาดกลาง
D-Segment รุนแรงมาก และแทบจะกลายเป็นการผูกขาดจากผู้ผลิตชาวยุโรป
ด้วยกันเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าพอที่จะพัฒนาตัวถังใหม่ขึ้นมา
เพื่อตลาดยุโรปโดยเฉพาะ ทำให้ในที่สุด แอคคอร์ดรุ่นปัจจุบัน
ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ ปี 2002 จึงมีออกมาให้เลือกใช้เพียงแค่เวอร์ชันญี่ปุ่น-ยุโรป
และเวอร์ชันอเมริกัน-ไทย

(ทว่า สถานการณ์ก็เหมือนจะไม่ดีขึ้นเท่าใดนัก เพราะยอดขายของแอคคอร์ด ทั้งในญี่ปุ่น และยุโรป
ในปัจจุบัน ถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับตัวเลขจากสหรัฐอเมริกา จีน ไทย ออสเตรเลีย ฯลฯ)





รุ่นใหม่ล่าสุดของแอคคอร์ด ใช้รหัสในการพัฒนาว่า 2PX

แต่แนวทางการพัฒนาแอคคอร์ดในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะย้อนเกล็ดวิธีการที่โตโยต้าทำ
เมื่อครั้งยังพัฒนาคัมรีรุ่นปัจจุบันอยู่ นั่นคือ "คู่แข่งทำอะไร เราจะทำเช่นนั้นบ้าง
คู่แข่งสร้างรถในแนวทางใด เราจะไปในแนวทางเดียวกัน แต่ต้องเหนือกว่า"

ที่ผ่านมา โตโยต้า พยายามพัฒนาแคมรี ไปในแนวทางของรถยนต์ครอบครัวสำหรับโดยสาร
และขับใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ในเมื่อ ฮอนด้าพยายามออกแบบแอคคอร์ดรุ่นปัจจุบัน
เพื่อมุ่งเอาใจนักขับพ่อลูกอ่อนมากขึ้น และมีผลตอบรับจากลูกค้า เป็นยอดขายที่สูงไม่เบา
โตโยต้า ซึ่งประสบกับเสียงตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักในแคมรีรุ่นก่อน จึงพยายามเดินหน้าพัฒนา
คัมรีรุ่นใหม่ล่าสุด ให้มีความสมดุลย์กันระหว่างการตอบสนองด้านการขับขี่ และความสบายในการโดยสาร

แต่แนวทางที่ฮอนด้าเลือกเดิน สำหรับแอคคอร์ดรุ่นปัจจุบัน ก็ใช่ว่าจะถูกเสียทีเดียว
เพราะเมื่อรถออกสู่ตลาด ฮอนด้าเริ่มเรียนรู้ว่า ลูกค้าที่หันไปเลือกซื้อคัมรี ส่วนหนึ่ง
นอกจากรูปโฉมภายนอกที่ดูสง่างาม สมกับบุคลิกของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่
นักบริหารอายุตั้งแต่ 35 - 60 ปี

ผิดกับแอคคอร์ด ที่มีบุคลิกดูเป็นสปอร์ตซีดาน สำหรับผู้บริหารวัยเยาว์มากเกินกว่า
ลูกค้าที่ซื้อคัมรีจะรับได้แล้ว ยังมีสาเหตุรองมาจากเบาะนั่งด้านหลังของแอคคอร์ด
ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับการเดินทางอย่างสะดวกสบายเท่าที่ควร
จึงเสียลูกค้ากลุ่มนักบริหาร ที่อยากนั่งวางท่าเรียกสายตาจากผู้คนที่พบเห็น
เพราะรถมันไม่ดู "ทรงภูมิ" เท่าแคมรี





ดังนั้น โจทย์ของฮอนด้าในคราวนี้ คือทำอย่างไรที่จะสร้างให้แอคอร์ดใหม่ บนพื้นฐาน
โครงสร้างวิศวกรรมจากรุ่นก่อนหน้า แต่ต้องลบทุกจุดด้อยลงไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และต้องเพิ่มความสบายเพื่อการเดินทางสำหรับผู้โดยสารมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังต้องคงคุณลักษณ์ในด้านสมรรถนะการขับขี่ ที่โดดเด่นเหนือกว่าแคมรีรุ่นเดิมอยู่แล้วเอาไว้
และปรับปรุงให้เหนือกว่าคัมรีรุ่นใหม่ให้ได้

และในทำนองเดียวกัน วิศวกรของโตโยต้า ที่ดูแลโครงการคัมรีรุ่นล่าสุด ต่างก็คิดแบบเดียวกับที่ฮอนด้าคิดเอาไว้เหมือนๆกัน!?

หากวัดขนาดเปรียบเทียบความยาวแล้ว จะพบว่า แอคคอร์ดใหม่
มีความยาวตัวถังจากหน้าจรดหลัง 4,935 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 80 มิลลิเมตร)
กว้าง 1,845 มิลลิเมตร สูง 1,476 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 21 มิลลิเมตร)
และมีระยะฐานล้อ ถึง 2,800 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 60 มิลลิเมตร)


หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... จากทั้งหมด All(17)

อ่านความคิดเห็น (8) | แสดงความคิดเห็น
 
 
   
หน้าหลัก | คอลัมน์ประจำ | แนะนำอู่ | ปัญหารถยนต์ | คาร์ออนไลน์ | รายงานปัญหาเว็บไซต์

Copyright © 2008 CarOnline.net All rights reserved | Terms and Conditions