ทดลองขับ Toyota FORTUNER Minorchange 3.0 4WD และ 2WD : คุ้มที่สุดในพิกัด?? By : J!MMY
เมื่อ:
10/2/2008 10:37:47 AM
ปรับปรุงล่าสุด:
10/2/2008 10:37:47 AM
|
| หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... จากทั้งหมด All(15) |
1 สัปดาห์ เต็มๆ
คุณอาจจะใช้เวลา 7 วัน ทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะอย่าง
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมทำอะไรไปบ้าง?
ผมก็แค่เอาตัวเอง ออกห่างจากคอมพิวเตอร์
ออกห่างจากสังคมไซเบอร์ อันน่าเบื่อ
รู้สึกเหน็ดเหนื่อยจิตใจ แถมยังทำให้สายตามันเริ่มล้าๆ
เอาเวลาที่จะนั่งเขียนอะไรในอินเตอร์เน็ต
ไปทำโน่นทำนี่มากมาย ตั้งแต่ การไปช่วยดูแลกิจการของคุณพ่อ
ที่มียอดขายดีวันดีขึ้น สวนกระแสเศรษฐกิจ แต่จู่ๆ ก็มีเหตุให้ชะงัก
ก็ต้องไปนั่งคุมนั่งไล่บี้ตัวเลขจากฝ่ายขาย
พาคุณพ่อคุณแม่ไปดินเนอร์อย่างสบายๆ ในบรรยากาศสงบๆโล่งๆ
ปลอดผู้คน ช่วยเจริญอาหารได้ดีไม่น้อยเลย
แถมยังเอาเวลาไป หาของกิน นั่งพูดคุยกับเพื่อนฝูงที่รู้ใจ ทั้งที่เจอกันทุกสัปดาห์
และกับคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งเกือบครบขวบปีพอดี
แถมยังมี เพื่อนพ้องน้องพี่ หน้าใหม่ๆ ที่มาแวะเวียนและเริ่มเข้ามาสิงสถิต
อยู่ในวงจรชีวิตของผม
ไปจนถึง ไปเป็นแขกรับเชิญ ถ่ายทำรายการทีวี 7 นาที สั้นๆ ของพี่ชาย (ไม่สู้จะแท้นัก) คนหนึ่ง
ซึ่งได้ยินว่า ออกอากาศไปแล้วทาง UBC ช่อง 102 ณ วันที่บทความนี้อัพโหลดให้คุณได้อ่าน
พูดคุยกับน้องพิธีกรชาย (นี่ก็ไม่แน่ใจว่าแท้อีกเช่นกัน) แต่ชอบรถเป็นชีวิตจิตใจ
เจ้าตัวดีใจมาก ที่ได้คุยกับผม ด้วยเพราะเนื่องว่า ในวงจรชีวิตของน้องเขา
(ในฐานะ อาจารย์ สอนเต้น ลีลาศ และ MC พิธีกรงานต่างๆ)
หาคนคุยด้วยเรื่องรถยนต์ ที่เขาโปรดปรานสุดๆ ได้ยากโคตรๆ
|
และกิจกรรมทั้งหมดข้างบนนั้น ผมมีบัดดี้คู่ใจ ที่โตโยต้าส่งมาให้ลองขับ
นั่นก็คือ รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ของเจ้ายักษ์บ้าพลัง
อันเป็นสมญานามที่ผมตั้งเรียก โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ ขึ้นเล่นๆ
ในหมู่ผองเพื่อนพี่น้อง
ฉายานี้ มันมาจากความช่างสังเกตของหมู่เฮารอบตัวผมนี่ละครับ
เพราะทุกครั้งที่เรา ขับรถออกต่างจังหวัดกัน เมื่อใดที่เราพบเห็น ฟอร์จูเนอร์
เรามักจะพบว่า แต่ละคันของรถรุ่นนี้ ไม่รู้เป็นอะไร
มักต้องมาจ่อมาจี้ท้ายเราให้หวาดเสียวบั้นท้ายกันเล่นๆ
จนต้องหลบเข้าเลนซ้ายให้พวกเขา แซงฉีกหนีขึ้นไป
แล้วหลังจากนั้น พวกเราก็จะแอบลอบขบกัดเล็กๆว่า
"สงสัยคงรีบไปขี้มั้ง" เป็นขั้นปฐม
แต่ถ้าหาก เจอคันไหน มารยาทแย๊แย่ กวนบาทา
ก็อาจจะมีรูปแบบการขับกัดด่าทอหนักหนากว่านี้
เป็นกรณีๆไป
ก็เคยสงสัยอยู่ตะหงิดๆเหมือนกันว่า ทำไมคนขับฟอร์จูเนอร์ส่วนใหญ่
ชอบขับจี้ตูดชาวบ้านเค้าเหลือเกิน มันเป็นอะไรกันนักหนา หืมน์?
แต่... หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับรถรุ่นนี้ ตลอด 1 สัปดาห์เต็มๆ
และ 2 คันรวด ทั้งรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ และ สองล้อหลัง
ผมเริ่มเข้าใจแล้วละ ว่าเพราะอะไร...
|
ฟอร์จูเนอร์ รุ่นแรก มีรหัสโครงการพัฒนา 698N หรือ เรียกกันว่า IMV IV
เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนารถยนต์ อเนกประสงค์ ขนาดมหึมา ที่เรียกกันว่า IMV Project
ขอพาคุณ ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย เพื่อกลับไปดูความเป็นมาของ ฟอร์จูเนอร์กันสักนิด
โตโยต้าเปิดเผยถึงโครงการ IMV (INNOVATIVE MULTI-PURPOSE VEHICLE)
ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ในงานแถลงข่าว เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2002
ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการนี้ คือ เป็นโครงการพัฒนารถกระบะไฮลักซ์โฉมใหม่
รวมทั้งรถยนต์อเนกประสงค์ บนโครงสร้างวิศวกรรมร่วมกับไฮลักซ์ใหม่ เพื่อทำตลาดทั่วโลก
โดยมีชายวัยกลางคนหัวฟูๆ สวมแว่นหนาๆ
หน้าตาคล้ายๆกับนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองอะไรสักอย่าง
ที่มักปรากฎอยู่ในภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่น
ชื่อ KAORU HOSOGAWA เจ้าเก่า รับหน้าที่เป็น Chief Engineer ของโครงการ
สำหรับโตโยต้าแล้ว โครงการ IMV ไม่ใช่แค่โครงการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่เท่านั้น
แต่ยังถือเป็นอภิมหาโปรเจกต์ซึ่งจะเปิดมิติใหม่ในการลงทุนกับฐานการผลิตนอกญี่ปุ่น
ของตนเลยทีเดียว โตโยต้าให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างมาก
ถึงขั้นย้ายฐานการผลิตรถกระบะของตน จากโรงงานฮีโน
ในประเทศญี่ปุ่นมายังโรงงานที่สำโรง สมุทรปราการ เพื่อใช้เป็น
ฐานการผลิตหลักของรถกระบะไฮลักซ์โฉมใหม่ ทั้งแบบสำเร็จรูปทั้งคัน
และชิ้นส่วน CKD เพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ยกเว้นเขตอเมริกา
เหนือ ที่มีโรงงานผลิตรถกระบะรุ่นทาโคมา ซึ่งสงวนไว้สำหรับตลาดของตนโดยเฉพาะอยู่แล้ว
โดยไฮลักซ์ใหม่ จะมีให้เลือกใน 3 ประเภทหลัก คือ กลุ่มรถกระบะ
กลุ่มเอสยูวีแบบสปอร์ตไรเดอร์ และ เอ็มพีวี โดยทั้ง 3 ประเภท จะถูกพัฒนาร่วมกันบนโครง
แชสซีใหม่ โดยมีฐานการพัฒนาหลักอยู่ที่ญี่ปุ่น ล่าสุด มีการเปิดเผยถึง
รหัสพัฒนาโครงการออกมาแล้ว โดยใช้เลขรหัสตั้งแต่ 692-699N โดยแบ่งตามรุ่นย่อยต่างๆได้ดังนี้
692N กระบะมาตรฐานเพื่องานบรรทุกขับเคลื่อนล้อหลัง ทั้งช่วงสั้นและยาว
693N กระบะมาตรฐานเพื่องานบรรทุกขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งช่วงสั้นและยาว (สำหรับตลาดส่งออก)
694N กระบะเอ็กซ์ตราแค็บ ขับเคลื่อนล้อหลัง
695N กระบะเอ็กซ์ตราแค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งช่วงสั้น (สำหรับเมืองไทย) และยาว (สำหรับตลาดส่งออก)
696N กระบะดับเบิลแค็บ 4 ประตู ขับเคลื่อนล้อหลัง
697N กระบะดับเบิลแค็บ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ
แต่รุ่นที่ถูกจับตามองนั้น มีอย่ 2 รุ่น นั่นคือ เอ็มพีวี หรือมินิแวน รหัสโครงการ 699N
เพื่อเข้าทำตลาดแทนรุ่น KIJANG / ZACE / TAMARAU ในอินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเขตแอฟริกา
ซึ่งต่อมา ก็ถูกส่งข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ภายใต้ชื่อ TOYOTA INNOVA
และอีกรุ่นหนึ่ง นั่นคือ เวอร์ชันเอสยูวี รหัสพัฒนา 698N ซึ่งเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉมของ สปอร์ตไรเดอร์ ซึ่งต่อมา
คนไทยก็รู้จักรถรุ่นนี้ ในชื่อ ฟอร์จูเนอร์ นั่นเอง
|
โตโยต้าเลือกเปิดตัวฟอร์จูเนอร์ในเมืองไทยเป็นแห่งแรกในโลก
ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2004 ตามหลังการเปิดตัว ไฮลักซ์ วีโก้ ในเดือนสิงหาคม 2004
เพียงไม่กี่เดือน โดยเปิดตัวที่ บีอีซี เทโร ฮอลล์ สวนลุม ไนท์บาร์ซาร์ พร้อมกับ
มินิแวนบนเฟรมแชสซี ไฮลักซ์ เช่นกัน ในชื่อ อินโนวา นั่นเอง
หลังเปิดตัวไม่นานนัก ผมเคยทดลองขับ ฟอร์จูเนอร์ไปแล้ว ครั้งหนึ่ง เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2005
แต่ตอนนั้น ยังไม่ได้ทดลองขับรุ่นดีเซลแต่อย่างใด มากที่สุด ก็มีเพียงแค่ ทดลองขับ
รุ่นเกียร์ธรรมดา และไมได้ทำการเก็บข้อมูลอะไรเอาไว้เลย เนื่องจากเวลาต่างๆ
ในตอนนั้น ไม่เอื้ออำนวยอย่างแรง จึงมีเพียงตัวเลขของรุ่น 2.7 ลิตรเบนซิน 4x4 เท่านั้น
แต่คราวนี้ ฟอร์จูเนอร์ ไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวแล้ว ซึ่งมีการปรับปรุงรายละเอียดในด้านต่างๆ
อยู่เอาเรื่อง ก็เห็นสมควรว่า ต้องนำมาทดลองขับกันอย่างจริงจัง เก็บข้อมูลกันเสียที
แต่ในเมื่อ ทางโตโยต้าแจ้งให้ทราบว่า ไม่มีรุ่น 2.7 ลิตร เบนซิน ใหม่ให้ทดลองขับกัน
ดังนั้น ผมจึงจำเป็นต้องขุดเอารีวิวของฟอร์จูเนอร์ รุ่นแรก เครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งหายไปจาก
รีวิวที่ผมเคยทำเอาไว้ ในคลังกระทู้เก่าของ pantip.com ห้องรัชดา เดิม นานแล้ว
มาเปรียบเทียบกันให้เห็นในรีวิวฉบับนี้ด้วย แม้ว่า จะเป็นรุ่น 2.7 ลิตร เบนซิน ขับเคลื่อนสี่ล้อ
ซึ่งยุติการทำตลาดไปแล้ว เหลือไว้แต่เพียงรุ่น ขับเคลื่อนสองล้อ ก็ตาม
|
โดยปกติแล้ว ตามสไตล์การทำตลาดของโตโยต้า ทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ
ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา หากรถรุ่นไหน ถึงเวลาต้องปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ยอดขายของ
รถรุ่นเดิมนั้น คือตัวบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า มันจะถูกแปลงโฉมไปจากรุ่นดั้งเดิม มากน้อยเพียงใด
ถึงจะไม่มีการระบุอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรกันอย่างใดทั้งสิ้น แต่บทสรุป มักจะลงเอย
ไม่หนีไปจาก 3 ข้อข้างล่างนี้
1. หากเป็นรุ่นขายดี ยอดขายเยอะ ดูแนวโน้มแล้วว่า ยังไงๆก็กินรวบคู่แข่งได้ชัวร์
จงอย่าหวังถึงการปรับโฉมอื่นใดที่มากไปกว่า ลายกระจังหน้าใหม่ ลายกันชนหน้าใหม่
หรือ ชุดไฟหน้า ดีไซน์คล้ายของเดิม พร้อมเฉดสีตัวถัง และ ลายผ้าเบาะใหม่...
พยายามลากขายรุ่นปัจจุบันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนสุดคือ Corolla แทบทุกรุ่น (ยกเว้น AE-112 หรือรุ่น Hi Torque) Vios
Hilux ทุกรุ่น รวมทั้ง VIGO (ยกเว้น Tiger) Camry ฯลฯ อีกมากมายเกินสาธยายหมดในหน้านี้
|
| หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... จากทั้งหมด All(15) |