ตามรอยต้นน้ำของพ่อ ด้วย Ford Rangerกับผู้หญิงพันธ์แกร่ง (มี Clip VDO )

อร์ด ประเทศไทย ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดกิจกรรม “ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” โดยนำคณะสื่อมวลชนซึ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายออกเดินทางไปกับรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ เพื่อศึกษาวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและธรรมชาติตามรอยพระราชดำริ พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสาเพื่อมอบสิ่งดีๆ ตอบแทนสู่สังคมอย่างยั่งยืน ที่จังหวัดกาญจนบุรี

 

คาราวานฟอร์ด เรนเจอร์ เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯเริ่มต้นจากโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าไปยังจุดหมายแห่งแรก คือ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับจุดประสงค์และความเป็นมาของโครงการฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้ โดยพระองค์ทรงเน้นเรื่องการบริหารและจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำมาหากินร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อหนุนกัน พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “น้ำคือชีวิต” และทรงเล็งเห็นว่า แม้ประเทศไทยจะตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุก ทำให้มีปริมาณน้ำมากจากทั้งผิวดินและใต้ดิน แต่หากขาดหลักการบริหารจัดการแหล่งน้ำที่ดีแล้ว อาจส่งผลให้เกิดภัยน้ำท่วมหรือน้ำแล้งจากการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ได้
ซึ่งสื่อมวลชนได้ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำอันเป็นตัวแปรสำคัญของการอยู่รอดของผืนป่าและช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับระบบนิเวศน์อย่างยั่งยืน

เสร็จจากภารกิจทำฝายที่สร้างความอิ่มอกอิ่มใจให้กับพวกเราที่ร่วมกันทำงานคนละไม้คนละมือ ท่ามกลางสายฝนก็ไม่ได้ทำให้เราท้อเลย


เราออกจากที่ทำฝายประมาณ 4 โมงเย็น เพื่อขับรถไปยัง อ.ศรีสวัสดิ์มุ่งหน้าไปทาง เขาโจด-บ้านนาสวน ซึ่งระยะทางอีกประมาณ 104 กิโลเมตร และเป็นทางขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่ เพื่อลงแพขนานยนต์และเข้าที่พักที่ อนันตรา ริเวอร์ฮิลล์รีสอร์ท


ทริปนี้เรามีสื่อมวลชนทั้งหญิงและชายที่เดินทางไปครั้งนี้ คันของดิฉันเป็นผู้หญิงไปด้วยกัน 4 คนสลับกันขับ สลับกันนั่งหน้าหลัง เพราะเป็นรถแบบ 4 ประตู กระบะหลังเอาไว้บรรทุกของ

 

 


และช่วงขับขึ้นเขาครั้งนี้ก็ถึงคิวดิฉันแล้วค่ะ โดยรถที่ขับคันนี้เป็น FORD RANGER เครื่องยนต์ 3,200 ซีซี 200 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 470 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ สำหรับผู้หญิงก็ขับง่ายนะคะ ที่นั่งปรับไฟฟ้า ปรับสูงต่ำได้ ทํศนวิสัยชัดเจน พวงมาลัยก็หนักแน่นกระชับมือ รูปร่างรถดูบึกบึนดี ช่วงที่เราวิ่งบนเขาฝนตกปรอยๆ ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้ปรับไปใช้ระบบอื่นเลยยังใช้ขับเคลื่อน 2 ล้อ ก็ไปได้สบายแล้ว

ช่วงเช้าวันที่สองมา พวกเราได้ลงแพขนานยนต์เพื่อข้ามฝั่งไปยังอำเภอทองผาภูมิ และมุ่งหน้าต่อไปยังจุดชมวิวเนินสวรรค์ เพื่อพักรับประทานอาหารกลางวันท่ามกลางบรรยากาศเขียวชอุ่มและฝนตกหนักมาก

เรารับประทานอาหารท่ามกลางสายฝนที่เย็นชุ่มฉ่ำ จกข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างหมูย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากนั้น จึงได้ขับรถฟอร์ด เรนเจอร์ ตะลุยเข้าอุโมงค์เหมืองแร่และเอเวอเรสต์แห่งทองผาภูมิ เหมืองแร่เก่าสุดตระการตาที่มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร สภาพภายในอุโมงค์มีธารน้ำไหล มีน้ำตกไหลออกมาจากปล่องเพดานถ้ำ รวมถึงน้ำที่ผุดออกมาจากฝาถ้ำ และเริ่มมีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ

ต้องยอมรับว่าสถานที่แห่งนี้ Unseen Thailand จริงๆ เพราะดิฉันก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกและก็ตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์แห่งนี้เหมือนกัน


หลังจากนั้นเราก็ขับขึ้นเขากันซึ่งเรียกว่าเขาเอเวอเรสต์ก็สูงสันทีเดียว และต้องขับผ่านอุโมงค์ที่แคบเกือบพอดีกับตัวรถ ทั้งความกว้างและความสูงในบางช่วง

โดยพวกเราได้ร่วมทดสอบและสัมผัสสมรรถนะการขับขี่รถฟอร์ด เรนเจอร์ แบบออฟโรดบนเส้นทางอันท้าทายตลอดทั้งวัน

แม้ว่าต้องเผชิญกับเส้นทางอันแสนคดเคี้ยวและสภาพพื้นถนนที่ยากลำบาก ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้พาคณะของเราเอาชนะทุกอุปสรรคการเดินทางอย่างง่ายดายและปลอดภัยด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ขนาด 3.2 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร และระบบต่างๆที่มีในรถคันี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) โหมดการตั้งค่าแบบอัตราทดสูง (4×4 Low) และระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD) ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ

และด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุดถึง 800 มิลลิเมตร พร้อมการออกแบบช่วงล่างและด้านหน้าให้สามารถกระจายแรงดันจากน้ำได้เป็นอย่างดี ฟอร์ด เรนเจอร์ จึงผ่านการผจญภัยไปบนทุกเส้นทางหฤโหดได้อย่างสบายๆ


ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ลงจากเขาแล้ว เราต้องขับไปดูตาน้ำของต้นน้ำซึ่งต้องผ่านอุโมงค์ช่วงสั้นๆและต้อง ไปลุยถนนที่เป็นโคลนจากสภาพฝนตก โดยเส้นทางนี้ ดิฉันได้เป็นคนขับก็ได้ ใช้ 4 H เพื่อให้รถมีกำลังและเกาะถนนมากขึ้น และเราก็ผ่านด่านนี้ไปได้ โดยไม่ติดในโคลน
วันนี้ก็เป็นวันที่ได้ลองสมรรถนะรถกันครบทุกรูปแบบเลย

สำหรับกิจกรรมในวันสุดท้าย คณะของเราได้ไปเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฮงเค็ลไทย ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีที่มีพระราชประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยพวกเราได้ร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ ทั้งยังลดโอกาสการชะล้างและพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งร่วมกับเด็กๆ ที่โรงเรียนช่วยกันปลูกต้นไม้ผลเพื่อใช้เป็นอาหารกลางวัน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ซึ่งทริปนี้นอกจากได้ไปตามต้นน้ำของพ่อ เพื่อร่วมกันรักษาต้นน้ำแล้ว
เรายังได้ลองสมรรถนะของฟอร์ดเรนเจอร์แกร่งบึกบึนสไตล์อเมริกัน และในทริปนี้พวกเราผู้
หญิงขับรถที่ไปในทริปนี้ ก็แกร่งไม่แพ้ผู้ชายนะคะ

 

 

ธัญญลักษณ์  เสนีวงศ์ ณ อยุธยา(ลองขับ)

ผู้หญิงขับรถ Women&Car

 

 

Facebook Comments