TOYOTA โชว์รถต้นแบบและนวัตกรรมใหม่ๆในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์2017 ระหว่าง 28 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2017

งานโตเกียวมอเตอร์โชว์จัดทุก 2 ปีที่กรุงโตเกียวประเทศญึ่ปุ่น สถานที่จัดงานก็คือที่ Tokyo Big Sight
ซึ่งครั้งนี้ทางบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด ก็ได้นำสื่อมวลชนจากประเทศไทยเข้าขมงานครั้งนี้ ซึ่งทีมงาน CAR ON LINE ก็ได้เดินทางไปในครั้งนี้ด้วย
โดยบูธที่เปิดตัวเป็นบูธแรกในรอบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560ก็คือบูธโตโยต้า โดยเปิดเวลา 8.30 น สื่อมวลชนจากทั่วโลกมากันเพียบ เพราะงานโตเกียวมอเตอร์โชว์เป็นงานหนึ่งที่ใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียว

มาดูกันว่ารถต้นแบบที่นำมาแสดงในบูธโตโยต้ามีอะไรกันบ้าง

รถConcept Car หรือรถต้นแบบ คือรถที่เป็นต้นแบบที่จะผลิตของรุ่นต่อๆไป โดยอาศัยจากรถต้นแบบซึ่งอาจจะผลิตออกมาเหมือนกันเป๊ะ หรือาจะแตกต่างกันไปบ้างในรายละเอียดต่างๆ

รถต้นแบบ จีอาร์ เอชวี สปอร์ต คอนเซปต์ (GR HV SPORTS Concept)

รถรุ่นนี้นำเสนอภายใต้แนวคิดการเป็นรถที่ขับสนุกให้ทั้งความเร้าใจแบบรถสปอร์ต ในขณะที่ผสานความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบรถอีโคคาร์

ลักษณะเด่น
• การออกแบบทำให้คิดถึง รถแข่ง โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง TS050 Hybrid ที่ลงแข่งในรายการ World Endurance Championship (WEC)
• ลักษณะการใช้หลังคาทาร์กา (Targa) เปิดประทุนแบบรถสปอร์ต เหมือนในรถสปอร์ตในตำนาน โตโยต้า สปอร์ต 800 (หรือ Yotahachi) และ Supra
• ขุมพลังความแรงจากระบบไฮบริดสำหรับรถแข่งของโตโยต้า (Toyota Hybrid System-Racing) พัฒนาจากเทคโนโลยีไฮบริดที่ต่อยอดจาก TS050 Hybrid

การออกแบบ
– รูปลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานเหมือนกับรถสปอร์ตตัวจริง รถต้นแบบ GR HV SPORTS Concept มาพร้อมไฟหน้าแบบแอลอีดี ล้ออลูมิเนียม และดิฟฟิวเซอร์หลังเหมือนกับรุ่น TS050 Hybrid สะท้อนความสัมพันธ์ของโตโยต้ากับกีฬามอเตอร์สปอร์ต
– สีดำด้านของตัวถังสื่อถึงพลังและความดุดัน
ภายใน


– ปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์อัตโนมัติแยกตำแหน่งอิสระ วางเรียงใต้คอนโซลกลางให้อารมณ์สปอร์ตเหมือนรถแข่ง
– ปุ่มสตาร์ทใช้ลูกเล่นซ่อนไว้ตรงหัวเกียร์ที่มีฝาเปิด-ปิด ปุ่มสตาร์ทรถ

 

ความสนุกในการควบคุมรถ


– ได้สัมผัสรถสปอร์ตที่ใช้ระบบไฮบริดเรซซิ่งจากโตโยต้าอย่างแท้จริง พร้อมความรู้สึกอิสระจากหลังคาแบบทาร์กา
– การใช้โหมดเกียร์ธรรมดาก็ทำได้โดยแค่กดปุ่มเดียว รวมถึง สามารถขับแบบระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยสวิทช์เกียร์เข้าตามเอชแพทเทิร์นได้เลย (เพราะรถใช้ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ)
– แบตเตอรี่ไฮบริดติดตั้งที่ศูนย์กลางรถ เสริมสมรรถนะการขับขี่แบบรถสปอร์ต

 

ยานยนต์ต้นแบบ “ไฟน์-คอมฟอร์ท ไรด์”  (Fine-Comfort Ride)

ไฟน์-คอมฟอร์ท ไรด์” (Fine-Comfort Ride) ยานยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (FCV) ที่แสดงให้เห็นถึงการเดินทางในสังคมคาร์บอนต่ำด้วยการใช้พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้แบบล้ำหน้า รถต้นแบบ ไฟน์-คอมฟอร์ท ไรด์นำเสนอ “รูปแบบใหม่ของซาลูนระดับพรีเมียม” โดยมีโครงร่างที่ปรับเปลี่ยนได้สำหรับยานยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ และมีแหล่งไฟฟ้าขนาดใหญ่จากพลังงานไฮโดรเจน  

โตโยต้าพยายามพัฒนาความเป็นไปได้ของยานยนต์ FCVs ผ่านการพัฒนาของรถไฟน์-คอมฟอร์ท ไรด์ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งยวด ด้วยการไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารประกอบที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (SoC) เลยในขณะรถวิ่ง มีระยะการเดินทางที่ไกลทำให้สะดวกสบาย และใช้เวลาเติมก๊าซไฮโดรเจนเพียงแค่สามนาที คุณสมบัติของไฟน์-คอมฟอร์ท ไรด์ มีดังนี้

 

ภายนอก

ภายนอกเป็นรูปเหลี่ยมเพชรที่แคบลงตรงปลาย แต่ในขณะเดียวกันก็กว้างขึ้นในทุกมิติตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงจุดศูนย์กลางของรถ ทำให้ที่นั่งแถวหลังโอ่โถงและมีสมรรถภาพอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมใช้โครงร่างที่จำเพาะเหมาะสมกับยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ติดตั้งมอเตอร์ภายในล้อ วางตำแหน่งให้ล้ออยู่ตรงมุมของตัวรถ และมีฝาครอบปิดตัวท้องรถด้านล่าง ทำให้มีการวิ่งที่เสถียรและความเงียบสมกับที่ซาลูนระดับพรีเมียม

 ภายใน

ไฟน์-คอมฟอร์ท ไรด์ โดดเด่นด้านความเงียบและการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล และยังสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานไฮโดรเจนได้อย่างสมบูรณ์ ภายในมีอุปกรณ์ครบครัน และสามารถวิ่งไปได้ถึง 1,000 กิโลเมตร (ทดสอบด้วยวงจร JC08)

 


รถโตโยต้า คอนเซ็ปต์-ไอ (TOYOTA Concept-i series)

 

รถต้นแบบแห่งอนาคตในยุคแห่งการเดินทางที่ใช้ระบบจักรกลอัจฉริยะ (AI) ทำให้รถเข้าใจผู้ขับขี่ และทำให้ผู้ขับขี่และรถเป็นเพื่อนคู่ใจกัน พร้อมทะยานไปกับผู้ขับขี่เสมือนเป็นเพื่อนคู่ใจที่ขาดกันไม่ได้ เพราะสามารถสื่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้

– เทคโนโลยีหลักของรถโตโยต้าคอนเซ็ปต์-ไอเป็นเทคโนโลยีที่เข้าใจคน ใช้จักรกลอัจฉริยะในการจดจำอารมณ์และประเมินความชอบของผู้ขับขี่
– เทคโนโลยีที่เข้าใจคน และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติจะพาผู้ขับขี่เดินทางไปด้วยความปลอดภัยและทำให้เกิดความผ่อนคลายในจิตใจ นอกจากนั้น การผสมผสานเทคโนโลยีกับเอเจนต์เทคโนโลยี (Agent Technology) จึงมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถทำนายความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ อันจะนำไปสู่ความสนุกกับประสบการณ์การเดินทาง ที่สนุกสนาน

 Concept I

– โตโยต้าวางแผนที่จะใช้โตโยต้าคอนเซ็ปต์-ไอบนท้องถนนประมาณปี พ.ศ. 2563 และจะทำการทดสอบถนนของรถที่ติดฟังก์ชั่นคอนเซปต์นี้ในงานนิทรรศการในประเทศญี่ปุ่น

 

 Concept I -Ride


– รถขับเคลื่อนขนาดเล็กที่เน้นการใช้งานได้ทั่วไปในหลักการ “ออกแบบเพื่อรองรับการเดินทางในเมือง (User-friendly City Mobility) ติดตั้งประตูแบบปีกนก และเบาะนั่งไฟฟ้าอเนกประสงค์ควบคุมด้วยจอยสติ๊กเพื่อให้ผู้ที่ต้องใช้วีลแชร์สามารถขึ้น-ลงได้สะดวก รวมทั้งออกแบบพื้นที่ด้านหลังให้เก็บวีลแชร์ได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย


– ที่นั่งและฟังก์ชั่นการขับขี่แบบอัตโนมัติทำให้ผู้ขับขี่ขับอย่างปลอดภัยและมั่นคง
– นอกจากนั้นยังมีการแชร์กับผู้ขับขี่คนอื่น ทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น


Concepr I-Walk


– ด้วยขนาดที่กะทัดรัดเหมาะกับบริเวณทางเดินและฟังก์ชั่นการขับขี่แบบอัตโนมัติ รถรุ่นนี้สามารถเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวด้วยความปลอดภัยและความผ่อนคลาย เหมาะกับผู้สูงอายุ
– ล้อจำนวน 3 ล้อ เป็นกลไกที่ปรับเปลี่ยนระยะฐานล้อ มีฟังก์ชั่นการบังคับเลี้ยว และมีพื้นต่ำ ทำให้ง่ายต่อการใช้และไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าหรือรองเท้าที่เหมาะกับการขับขี่
– การให้บริการการแชร์ที่จุดชมวิวและสถานที่อื่น ๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในบริเวณสถานที่ภายนอก

 ทีเจครูซเซอร์ Tj CRUISER Concept

 


Tj CRUISER ออกแบบเพื่อผู้ขับขี่ที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานและเล่นผสมผสานกันอย่างลงตัว โดย “T” ใน Tj CRUISER ย่อมาจาก “Toolbox“ หมายถึงคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้เหมือนกล่องเครื่องมือ ขณะที่ “j” ย่อมาจาก “joy” หมายถึงความสุขในการขับรถไปยังสถานที่ต่างๆ ตามปกติชื่อ “CRUISER” จะใช้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถ SUV ของโตโยต้า และนำมาใช้กับ Tj CRUISER เพื่อแสดงกำลังแรงของรถรุ่นนี้ ภายในรถ เบาะผู้โดยสารสามารถปรับเอนราบได้ Tj CRUISER ไม่เพียงสามารถบรรทุกอุปกรณ์กลางแจ้งได้ง่าย แต่ยังเก็บของชิ้นใหญ่ เช่น กระดานโต้คลื่นยาว 3 เมตรและจักรยานได้อีกด้วย
Tj CRUISER จึงเป็นตัวแทนของความสมดุลอย่างกลมกลืนระหว่างความกว้างขวางของรถตู้ขนสินค้าและดีไซน์อันทรงพลังของ SUV

การออกแบบ
• ห้องโดยสารรูปสี่เหลี่ยมคล้ายกับรถตู้เพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ล้อใหญ่ขนาดเท่า SUV เชื่อมกับช่วงหน้าที่บึกบึนเสริมระบบกันสะเทือนให้แข็งแรง Tj CRUISER จึงเป็นสัญลักษณ์ของรถสายพันธุ์ใหม่ที่ผสมความแข็งแกร่งของรถตู้และ SUV เข้าด้วยกัน


• ฝากระโปรง หลังคาและบังโคลนใช้วัสดุ (พร้อมเคลือบสีพิเศษ) กันรอยขีดข่วนและรอยเปื้อนแม้จะสัมผัสกับสิ่งสกปรกโดยบังเอิญก็ตาม

 

พื้นที่ภายใน
• เบาะผู้โดยสารหน้าและหลังสามารถปรับเอนราบเพื่อให้สามารถเก็บของยาวถึง 3 เมตรอย่างกระดานโต้คลื่นได้
• หลังเบาะและพื้นห้องเก็บของด้านหลังมีจุดทายดาวน์หลายตำแหน่งเพื่อยึดอุปกรณ์เสริมตั้งแต่กล่องขนาดเล็กไปจนถึงของชิ้นยาว นอกจากนี้ ประตูหลังยังสามารถเปิดได้กว้าง ช่วยให้ขนวัตถุขนาดใหญ่อย่างจักรยานเข้าออกได้ง่าย
• เบาะนั่งผู้โดยสารหลังคนขับสามารถพับไปข้างหน้าเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเก็บของชำหรือสินค้าอื่น
• ประตูเลื่อนเปิดกว้างช่วยให้บรรทุกและขนของออกจากรถด้านข้างได้สะดวก อีกทั้งยังช่วยให้สมาชิกในครอบครัวเข้าออกรถได้ง่าย


คุณสมบัติอื่นๆ
• คาดว่าจะใช้ตัวถัง TNGA platform รุ่นใหม่
• ระบบทำงานด้วยเครื่องยนต์ 2 ลิตร+ ระบบไฮบริด
• ใช้ระบบขับเคลื่อน FWD และ 4WD

 

เซ็นจูรี ใหม่


บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น (TMC) เตรียมเผยชมรถเซนจูรีรุ่นใหม่ (ที่จะออกวางจำหน่ายกลางปี 2018)

เซ็นจูรีรุ่นที่ 3 ยังคงสืบสานตำนานงานฝีมือระดับปรมาจารย์และการผลิตคุณภาพสูงแบบโมโนซูคูริ (ระบบการผลิตแบบบูรณาการ) ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงสมรรถนะที่สามารถรับมือสภาพแวดล้อมที่ต้องการรถคุณภาพสูง และดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร การออกแบบทั้งภายในและภายนอกมอบเสน่ห์แบบใหม่แก่เซนจูรีโดยไม่ทิ้งต้นแบบเดิม นอกจากนี้เซนจูรี่ยังมีอุปกรณ์ล้ำหน้า พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสมสำหรับความเป็นลีมูซีนสุดหรู

เซ็นจูรีรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ใช้พลัง 5.0 ลิตร ระบบไฮบริด V8 เพื่อการประหยัดพลังงานอันโดดเด่น ฐานล้อถูกปรับให้ยาวขึ้น ความสูงระหว่างชายบันไดสแตนเลสกับพื้นถูกปรับให้เตี้ยลง ขณะที่ความสูงของการเปิดประตูสูงขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการปรับแต่งเพื่อให้การนั่งเบาะหลังเป็นประสบการณ์ที่สุนทรีย์ยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกที่เรียบหรูและมีสไตล์โดดเด่นขึ้นด้วยองค์ประกอบการออกแบบแบบญี่ปุ่นที่ใช้ทั่วคันรวมถึงตระแกรงหน้าหม้อรถยนต์และขอบรถสีดำของไฟหลัง สำหรับด้านในนั้น หลังคาได้รับการออกแบบให้ยกสูงขึ้น*2 และใช้ผ้าแบบพิเศษ ส่วนเบาะหลังที่สามารถปรับเลื่อนได้นั้น (พร้อมระบบนวด) ได้รับการพัฒนาให้มีที่พักขาไฟฟ้าสำหรับความสะดวกสบายแบบชั้นหนึ่ง และประสบการณ์บนท้องถนนที่หรูหรา
รูปลักษณ์ภายใน


หลังคาที่สูงขึ้นและการใช้ดีไซน์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมสอดรับกับยานยนต์แห่งชนชั้นสูงที่สุด
สำหรับพื้นที่บริเวณเบาะหลัง การบุเบาะแบบลายเฮทเตอร์ครอบคลุมตั้งแต่หลังเบาะหน้าของรถจนกระทั่งขอบประตูทำให้พื้นที่แนวระนาบยิ่งดูกว้างขึ้น เบาะที่บุทำจากวัตถุดิบคุณภาพสูง ได้แก่ ขนแกะ 100% ที่ทั้งยืดหยุ่นและอ่อนนุ่ม รถรุ่นที่มาพร้อมกับการบุหนังข้างในทำให้เบาะมีความรู้สึกมีระดับและสัมผัสที่นุ่มนวล


เหมือนกับบริเวณเบาะหลัง เบาะหน้าใช้การบุเบาะลายเฮทเตอร์แนวระนาบที่ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางมากขึ้น การประดับด้วยลายเฮทเตอร์สีดำตรงกลางหน้าปัดยิ่งทำให้ภายในห้องโดยสารดูสูงส่งและปราณีตยิ่งขึ้น
ที่พักวางขาที่ไร้ขั้นและปรับได้ รวมทั้งที่นั่งด้านหลังที่ปรับได้ (มาพร้อมกับระบบนวด) ยิ่งทำให้การนั่งรถสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก
แผงจอ LCD อเนกประสงค์ที่อยู่ตรงกลางที่วางแขนทำให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมที่นั่ง ช่องแอร์ และระบบเสียงทั้งหมดได้


นอกจากนี้ยังประดับด้วยการตกแต่งสำหรับธุรกิจหรือความสำราญ เช่น โต๊ะเขียนหนังสือ ไฟอ่านหนังสือ ระบบเอนเตอร์เทนเมนท์สำหรับเบาะหลังด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ และระบบเสียงพรีเมียม 20 ลำโพง

 

คราวน์ คอนเซ็ปต์ (Crown Concept)

รถยนต์ต้นแบบ คราวน์ คอนเซ็ปต์ ได้รับการพัฒนาทั้งด้านสมรรถนะการขับขี่และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อบนรถยนต์ โดยผสานตำนานของ โตโยต้า คราวน์ ที่ก่อกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2498 เข้ากับนวัตกรรมระดับสูงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในรถโตโยต้า คราวน์ ซึ่งจะแนะนำในสังคมแห่งการขับเคลื่อนในอนาคต

 

รถยนต์ต้นแบบ โตโยต้า คราวน์ คอนเซ็ปต์ มาพร้อมคุณสมบัติมากมาย 

โดยเริ่มตั้งแต่การร่างลายเส้น ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตรถบนพื้นฐานโครงสร้างแบบใหม่ของรถยนต์โตโยต้าที่เรียกว่า Toyota New Global Architecture (TNGA) ตลอดจนกระบวนการทดสอบในสนามนูร์เบิร์กริง ณ ประเทศเยอรมัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความสนุกในการขับขี่ ในขณะที่โตโยต้ากำลังพัฒนายนตกรรมเพื่อก้าวสู่สังคมแห่งการขับเคลื่อนในอนาคต


ดังนั้น รถคันนี้จึงมีทั้งสมรรถนะเหนือระดับในการสนองตอบต่อการควบคุม ให้ความรู้สึกมั่นใจขณะขับขี่ที่ทุกระดับความเร็ว และบนทุกสภาพพื้นผิว ทั้งนี้ ผู้ขับจะรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่ได้รับจากรถรุ่นนี้

การใช้ระบบการสื่อสารด้วยข้อมูล หรือ Data Communication Modules (DCM) เพื่อตอบสนองกับการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์กับเครื่องมือต่างๆ ไว้ด้วยกัน หรือ IoT (Internet of Things)
โตโยต้า มุ่งหวังที่จะสร้างคุณค่าแบบใหม่สำหรับลูกค้า ผ่านการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งได้รับจากระบบการสื่อสารด้วยข้อมูล หรือ Data Communication Modules (DCM) ที่ติดตั้งในรถของโตโยต้า รวมถึงรถยนต์ต้นแบบ คราวน์ คอนเซ็ปต์ ที่จะวางจำหน่ายสู่ลูกค้า

“ความปลอดภัยในรถหนึ่งคัน” สู่ “ความปลอดภัยของทั้งเมือง”

เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของโตโยต้า มิใช่แค่เพียงการมีเบรกอัตโนมัติ แต่ยังรวมถึงระบบการเชื่อมต่อด้านเทคโนโลยีสื่อสารอัจฉริยะ หรือ ITS Connect ซึ่งเป็นบริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารเชื่อมต่อในรถยนต์นำความปลอดภัยสู่สังคมผ่านการแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน เช่น ข้อมูลสัญญาณไฟจราจรและยานพาหนะคันอื่น ทั้งนี้ โตโยต้ายังมีส่วนในการพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้านเทคโนโลยีในระยะแรกเริ่ม โดยเข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัยที่จัดทำขึ้นโดยภาครัฐและภาคเอกชน

โตโยต้ามุ่งนำเสนอยนตกรรมที่สร้างความสนุกสนานให้ผู้ขับขี่ และภาคภูมิในในการเป็นเจ้าของ ทั้งเชื่อว่าเทคโนโลยีอันโดดเด่นที่มาพร้อมรถรุ่นนี้ รวมทั้งการให้บริการการเดินทางแบบใหม่ จะสร้างวิวัฒนาการที่น่าตื่นเต้นให้กับไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ของลูกค้า

โดยรถคราวน์ คอนเซ็ปต์ มีกำหนดเปิดตัวเพื่อจำหน่ายช่วงฤดูร้อน ปีพ.ศ.2561

 รถต้นแบบ “Sora” รถประจำทางพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง

 

ยานยนต์ต้นแบบ “Sora1,” รถประจำทางพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (FC bus) โดยวางแผนจะจำหน่ายรถรุ่นดังกล่าวในเชิงพาณิชย์ในปี 2018 และคาดว่าจะนำ Sora กว่า 100 คันมาใช้ภายในพื้นที่เทศบาลนครโตเกียว ก่อน Tokyo 2020 Olympic และ Paralympic Games

โตโยต้าพัฒนารถต้นแบบ Sora จากวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้าง “สัญลักษณ์เมืองที่ยั่งยืน” จากความคิดหลักสองประการคือการใช้ลักษณะเฉพาะของเครื่องยนต์เซลล์เชื้อเพลิงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่ใช้รถประจำทาง

 

โตโยต้ามีเป้าหมายผลิตรถประจำทางที่มีประโยชน์ต่อโลกและผู้คน มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชนได้มากกว่าบริการเพื่อการเดินทาง
ระบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงโตโยต้า (Toyota Fuel Cell System-TFCS) ซึ่งใช้ในรถพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง “มิไร” ถูกนำมาใช้ในรถรุ่นนี้ เพื่อประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมระดับสูง กล่าวคือในขณะที่รถวิ่งจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือสารที่มีผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์(Substance of Concern-SoC)

Sora ติดตั้งสุดยอดระบบจ่ายพลังงานภายนอกที่สามารถจ่ายไฟฟ้ากำลังการผลิตสูง (ผลิตไฟฟ้าสูงสุด 9 kw และจ่ายกระแสไฟฟ้า 235 kWh2) ทั้งยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานฉุกเฉินได้ในกรณีเกิดภัยพิบัติ

ที่นั่งแนวนอนพร้อมกลไกพับเก็บอัตโนมัติช่วยเพิ่มความสะดวก (ครั้งแรกในญี่ปุ่น)


รถประจำทางติดตั้งที่นั่งแนวนอนพร้อมกลไกพับเก็บอัตโนมัติ เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับรถเข็นเด็กหรือรถวีลแชร์ และเมื่อไม่มีรถเข็นเด็กหรือรถวีลแชร์ ก็จะเป็นการเพิ่มจำนวนที่นั่งให้กับผู้โดยสาร

ที่นั่งแนวนอนพร้อมกลไกพับเก็บอัตโนมัติ

 

เพิ่มความปลอดภัยด้วยฟังก์ชั่นตรวจสอบรอบรถ ( Bus Peripheral Monitoring) (ครั้งแรกในญี่ปุ่น3)
กล้องวงจรปิดความละเอียดสูง 8 ตัว ติดตั้งทั้งด้านในและด้านนอกรถ ทำหน้าที่ตรวจจับภาพคนเดินเท้าและจักรยานรอบรถ เป็นฟังก์ชั่นตรวจสอบรอบนอกที่ช่วยเตือนคนขับด้วยเสียงและภาพ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
เพิ่มความปลอดภัยด้วยฟังก์ชั่นควบคุมการเร่ง (Acceleration Control Function) (ครั้งแรกในญี่ปุ่น3)
เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่ยืนอยู่ ฟังก์ชั่นควบคุมการเร่งจะทำให้ไม่เกิดการเร่งรถด้วยความเร็วฉับพลันและทำให้ออกรถได้อย่างนุ่มนวล รวมทั้ง ผู้โดยสารจะไม่เกิดอาการเซเนื่องจากรถไม่มีการเปลี่ยนเกียร์
เพิ่มความง่ายในการขึ้น-ลงรถด้วยระบบควบคุมการจอดอัตโนมัติ (Automatic Arrival Control4 )(ครั้งแรกในญีปุ่น
ระบบควบคุมการจอดอัตโนมัติจะจับเส้นนำทางบนพื้นถนน และใช้ระบบควบคุมและชะลอความเร็วอัตโนมัติ เพื่อหยุดรถประจำทางให้อยู่ห่างจากป้ายรถประจำทางประมาณ 3 ถึง 6 ซม. และภายในระยะ 10 ซม.ก่อนหรือหลังจุดหยุดรถ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงของผู้โดยสารที่มีรถเข็นเด็กและรถวีลแชร์


เพิ่มความสะดวกสบายด้วย ITS Connect
เพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง ความเร็ว ความแม่นยำและความสะดวกสบาย ด้วยระบบ ITS Connect ที่เชื่อมการสื่อสารระหว่างรถกับรถ (vehicle-to-vehicle) และรถกับโครงสร้างพื้นฐาน (vehicle-to-infrastructure) เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย พร้อมสนับสนุนรถประจำทางให้สามารถวิ่งเป็นขบวนและช่วยให้ได้สิทธิ์ก่อนเมื่ออยู่ที่สัญญาณไฟจราจร (PTPS5)

 

การออกแบบ


เน้นการดีไซน์แบบสามมิติที่แตกต่างจากทรงหกเหลี่ยม (ทรงกล่อง) แบบรถประจำทางทั่วไป ไฟหน้าและไฟท้ายใช้หลอดไฟ LED ด้วยดีไซน์เฉพาะตัวนี้ ผู้ใช้บริการทราบได้ทันทีว่านี่คือ รถประจำทางพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง FC Bus

แค่นี้ก็ตื่นตาตื่นใจกันแล้วนะคะกับการเดิมชมบูธของโตโยต้าในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2017