Motor Show 2569: เมื่องานรถกลายเป็นงาน EV อย่างเป็นทางการ

Motor Show 2569: เมื่องานรถกลายเป็นงาน EV อย่างเป็นทางการ
วิเคราะห์ตลาด

Motor Show 2569:
เมื่องานรถกลายเป็นงาน EV อย่างเป็นทางการ

สิบสองวัน หนึ่งแสนสามหมื่นคัน โตเจ็ดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ — และครั้งแรกในประวัติการณ์ที่แบรนด์จีนแซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะแชมป์ยอดจอง

วิเคราะห์ตลาด  ·  พฤษภาคม 2569  ·  caronline.net

สิบสองวัน หนึ่งแสนสามหมื่นคัน เจ็ดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ — ตัวเลขของ Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ไม่ใช่แค่สถิติใหม่ แต่เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ฟ้องว่าตลาดรถไทยได้ข้ามจุดเปลี่ยนไปแล้ว และที่น่าตกใจกว่านั้น คือ BYD โค่น Toyota จากบัลลังก์ยอดจองสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติงาน — ปรากฏการณ์ที่ห้าปีก่อนยังจินตนาการไม่ออก

โฆษณา
132,951 ยอดจองรวม Motor Show 2569
(คัน) — สถิติสูงสุดตลอดกาล
+71% เติบโตจากปี 2568
(77,379 คัน)
BYD แชมป์ยอดจองปี 2569
แซง Toyota เป็นครั้งแรก
21% สัดส่วนยอดจองต่อ
เป้าทั้งปี (620,000 คัน)

จาก “งานรถ” สู่ “งาน EV” — เส้นทางที่ใช้เวลา 5 ปี

ย้อนกลับไปปี 2567–2568 Motor Show ยังคืองานที่ Toyota, Isuzu, และ Honda ผลัดกันครองยอดจองสูงสุด รถกระบะยังเป็นพระเอก EV เป็น “แขกพิเศษ” ที่มีบูธสวยแต่ยอดจองยังห่างชั้น

ปี 2569 ทุกอย่างพลิก — แบรนด์จีนครองครึ่งหนึ่งของ Top 10 ยอดจอง และ BYD พร้อม DENZA ในเครือทำยอดจองรวมกว่า 18,000 คัน ในขณะที่ Toyota ที่ครองบัลลังก์มาตลอดตามมาเป็นอันดับสอง สิ่งที่เปลี่ยนไปมากกว่าตัวเลขคือ “ความรู้สึกในพื้นที่งาน” — คิวยาวที่สุดอยู่หน้าบูธ EV ไม่ใช่บูธกระบะ

ยอดจองแบรนด์ใดได้มากที่สุด

ยอดจอง Motor Show 2569 — Top แบรนด์ (คัน)

หมายเหตุ: ตัวเลข BYD รวม DENZA ในเครือ (ยืนยันที่ 18,057 คัน) · ตัวเลข Toyota และ OMODA & JAECOO อ้างอิงจาก Nation Thailand และ car2day.com · Honda อ้างอิงจาก Nation Thailand · ตัวเลขบางแบรนด์เป็นค่าประมาณ ยอดรวมทั้งงาน 132,951 คัน จากหลายสิบแบรนด์ที่เข้าร่วม

ที่น่าสังเกตคือ OMODA & JAECOO — แบรนด์จีนที่หลายคนในไทยยังแทบไม่รู้จักเมื่อสองปีก่อน — กวาดยอดจองขึ้นมาถึงอันดับ 3 แบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Honda ได้อันดับ 4 แต่ด้วยยอดที่ห่างจากอันดับ 3 อย่างเห็นได้ชัด

ญี่ปุ่นหายไปไหน?

นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดในงานปีนี้ ค่ายญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดรถไทยมากกว่า 80% ยังมาร่วมงานครบ แต่ยอดจองโดยรวมลดลงเมื่อเทียบสัดส่วน เหตุผลไม่ใช่แค่ “แบรนด์จีนถูกกว่า” แต่เป็นเรื่องของ portfolio ที่ไม่ตอบโจทย์คนที่มางาน

  • Toyota: ยังแข็งแกร่งด้วย HEV และ PHEV แต่ขาด BEV ที่ครบวงจรในราคาที่แข่งขันได้กับจีน
  • Honda: มี e:N2 และรุ่น HEV แต่ลูกค้าที่มางานปีนี้มองหา BEV ราคาไม่เกิน 1 ล้าน ซึ่งยังเป็นจุดอ่อน
  • Isuzu, Mitsubishi: กระบะและ SUV ICE ยังขายได้แต่ไม่ใช่ “ดาวของงาน” อีกต่อไป

ข้อมูลจาก MarkLines ยืนยันว่าค่ายญี่ปุ่นในภาพรวมยังมีส่วนแบ่งตลาดรวมสูงกว่าจีน แต่ในงาน Motor Show — ซึ่งคือ “อุณหภูมิกระแสตลาด” — สัดส่วนกำลังเปลี่ยน

โฆษณา
“BYD ไม่ได้แค่ขายรถได้มากที่สุด — BYD เปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นพร้อมกัน นั่นคือสัญญาณว่านี่คือตลาดหลักของพวกเขา ไม่ใช่แค่ตลาดส่งออก”

ยอดจอง Motor Show — ห้าปีเปรียบเทียบ

การโตแบบก้าวกระโดดปี 2569 จะเข้าใจได้ดีขึ้นเมื่อดูแนวโน้มรายปี ตลาดรถไทยซบเซาต่อเนื่องในปี 2566–2568 ยอดจอง Motor Show ในช่วงนั้นก็ไม่ได้น่าตื่นเต้น แต่ปี 2569 คือการระเบิดออกพร้อมกันของ EV ราคาถูก, แบรนด์ใหม่หลายเจ้า, และโมเมนตัมตลาดที่กลับมา

ยอดจอง Bangkok International Motor Show (คัน) — ปี 2565–2569

หมายเหตุ: ข้อมูลปี 2568 (77,379 คัน) และปี 2569 (132,951 คัน) มาจากแหล่งข่าวที่ยืนยันแล้ว ข้อมูลปี 2565–2567 เป็นค่าประมาณอ้างอิงจากรายงานอุตสาหกรรม

71% หมายความว่าอะไรกับตลาดทั้งปี?

ยอดจอง 132,951 คัน คิดเป็น 21% ของเป้าทั้งปี 620,000 คัน นั่นหมายความว่า Motor Show ดูดอุปสงค์ไปก้อนใหญ่มากในช่วง 12 วัน มีนัยสำคัญหลายประการ:

  • Q1 แข็งแกร่ง แต่ Q2 จะชะลอ: ปกติหลัง Motor Show ยอดขายจะชะลอในเดือนถัดไป เป็น “hangover effect” ตามธรรมชาติ
  • ราคา EV จะเป็นตัวชี้: ถ้าราคา BEV ขึ้นหลังหมดมาตรการ การส่งมอบรถจากยอดจอง Motor Show อาจมีปัญหาถ้าเงื่อนไขเปลี่ยน
  • แบรนด์จีนกำลัง consolidate: การที่ BYD เปิด 4 รุ่นพร้อมกัน และ OMODA & JAECOO ทำยอดได้ถึงอันดับ 3 แสดงว่าคนไทยเริ่มคุ้นเคยกับแบรนด์จีนมากขึ้นจริงๆ

สิ่งที่ตัวเลข Motor Show ไม่ได้บอกคือ “conversion rate” — กี่เปอร์เซ็นต์ของยอดจองที่จะกลายเป็นยอดขายจริง Motor Show ของไทยมักมี cancellation rate ประมาณ 10–20% แต่ปีนี้อาจสูงกว่าถ้าราคา EV ปรับตัวในช่วงรอส่งมอบ

สิ่งที่ Motor Show 2569 บอกเราเกี่ยวกับปี 2570

ถ้าอ่าน Motor Show 2569 เป็น “เทอร์โมมิเตอร์” ของตลาด สิ่งที่วัดได้คือ:

  • คนไทยพร้อมซื้อ EV — ถ้าราคาถูกพอและแบรนด์น่าเชื่อถือ
  • แบรนด์จีนได้รับการยอมรับในวงกว้างแล้ว ไม่ใช่ “ทางเลือกสุดท้าย” อีกต่อไป
  • กระบะและ ICE ยังขายได้ แต่ไม่ใช่ “ดาว” ของงาน — ความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระยะยาว
  • Motor Show กำลังกลายเป็น “EV show” เต็มรูปแบบ — แบรนด์ที่ไม่มี BEV ที่แข่งขันได้จะเสียเปรียบมากขึ้นทุกปี

คำถามสำหรับปี 2570: ญี่ปุ่นจะ counter กลับอย่างไร? Toyota มี BZ series ที่กำลังมา Nissan มีแผน EV ใหม่ ถ้าค่ายญี่ปุ่นนำ BEV ราคาแข่งขันได้มาไทยได้ทันปี 2570 ภาพในงาน Motor Show อาจเปลี่ยนอีกครั้ง

“Motor Show 2569 ไม่ใช่แค่สถิติ — มันคือจุดที่ตลาดรถไทยประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะไปทางไหน และทิศทางนั้นคือไฟฟ้า”
โฆษณา
โฆษณา
แชร์บทความนี้
📱 LINE 𝕏 X

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *