สงกรานต์ 2569 ตาย 242 คน: ทำไมรถใหม่ปลอดภัยขึ้น แต่ถนนไทยยังไม่ปลอดภัยพอ

สงกรานต์ 2569 ตาย 242 คน: ทำไมรถใหม่ปลอดภัยขึ้น แต่ถนนไทยยังไม่ปลอดภัยพอ
ความปลอดภัย

สงกรานต์ 2569 ตาย 242 คน:
ทำไมรถใหม่ปลอดภัยขึ้น แต่ถนนไทยยังไม่ปลอดภัยพอ

รถรุ่นใหม่มีถุงลมมากขึ้น มี AEB มี ESC มีระบบเตือนสารพัด แต่ตัวเลขเจ็ดวันอันตรายยังบอกเราว่า เทคโนโลยีในรถแก้ปัญหาถนนทั้งระบบไม่ได้

CarOnline  ·  ความปลอดภัย  ·  พฤษภาคม 2569

ลองนึกภาพคืนสุดท้ายของสงกรานต์ รถกระบะคันหนึ่งกำลังพาครอบครัวกลับเข้ากรุงเทพฯ เด็กหลับอยู่เบาะหลัง ผู้ใหญ่ถือกาแฟแก้ง่วง คนขับเปิด adaptive cruise control แต่บนถนนจริงยังมีมอเตอร์ไซค์ย้อนศร รถเปลี่ยนเลนกะทันหัน และคนที่เร่งให้ทันงานเช้าวันรุ่งขึ้น นี่คือช่องว่างใหญ่ของความปลอดภัยไทย: รถฉลาดขึ้น แต่ระบบถนนยังไม่ได้ฉลาดตาม

โฆษณา
242เสียชีวิตช่วง
10-16 เม.ย. 2569
1,242อุบัติเหตุรวม
เจ็ดวันอันตราย
64.55%ยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง
เป็นมอเตอร์ไซค์
-35.59%อุบัติเหตุลดลง
เทียบเฉลี่ย 3 ปี

ตัวเลขดีขึ้น แต่ยังเจ็บเกินไป

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนรายงานว่า ช่วงสงกรานต์ 10-16 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีอุบัติเหตุ 1,242 ครั้ง บาดเจ็บ 1,200 คน และเสียชีวิต 242 คน ตัวเลขนี้ลดลงจากค่าเฉลี่ยช่วงสงกรานต์ 3 ปีก่อนหน้า โดยอุบัติเหตุลดลง 35.59% บาดเจ็บลดลง 37.53% และเสียชีวิตลดลง 9.70%

ถ้าดูแบบราชการ นี่คือข่าวดี แต่ถ้าดูแบบครอบครัวไทย 242 คนคือโต๊ะกินข้าวที่มีเก้าอี้ว่างเพิ่มขึ้น 242 ตัวภายในหนึ่งสัปดาห์ และนั่นยังไม่นับคนเจ็บหนักที่ชีวิตหลังสงกรานต์ไม่เหมือนเดิมอีก 1,200 คน

และถ้ามองให้ลึกกว่าตัวเลข ความสูญเสียนี้ไม่ได้กระจายอย่างเท่ากันในสังคม คนที่ต้องเดินทางไกลด้วยมอเตอร์ไซค์ รถกระบะเก่า หรือรถโดยสารท้องถิ่น มักเป็นคนที่มีทางเลือกน้อยกว่า ทั้งเรื่องรายได้ เวลาพัก ถนนที่ใช้ และอุปกรณ์ป้องกันที่เข้าถึงได้จริง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจึงส่งผลไม่น้อยต่อสองร้อยชีวิตที่สูญเสียไปในช่วงเวลาที่คนไทยควรมีความสุขที่สุด

สงกรานต์ 2569: ตัวเลขเจ็ดวันอันตราย

อ่านตัวเลขให้ครบ: วันที่ 16 เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของแคมเปญ มีอุบัติเหตุ 123 ครั้ง บาดเจ็บ 123 คน และเสียชีวิต 17 คน แปลว่าความเสี่ยงไม่ได้จบลงทันทีหลังคนส่วนใหญ่เริ่มกลับบ้าน แต่ยังลากยาวในช่วงท้ายการเดินทาง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รถยนต์อย่างเดียว

รถใหม่ในตลาดไทยวันนี้ดีกว่าเมื่อสิบปีก่อนมาก รถระดับกลางหลายรุ่นมีระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, ถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง, กล้องรอบคัน, ระบบเตือนออกนอกเลน และบางรุ่นมีเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB แล้ว ASEAN NCAP ก็ผลักให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญกับการปกป้องผู้โดยสาร เด็ก ระบบช่วยขับ และความปลอดภัยของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์มากขึ้น

แต่สถิติช่วงสงกรานต์บอกอีกเรื่องหนึ่ง สาเหตุหลักยังเป็นความเร็ว 40.65% และการตัดหน้ากระชั้นชิด 25.20% ยานพาหนะที่เกี่ยวข้องมากที่สุดคือมอเตอร์ไซค์ 64.55% และอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนถนนตรง 87.80% นี่คือปัญหาระบบ ไม่ใช่แค่ปัญหารุ่นรถ

โฆษณา
สิ่งที่รถใหม่ช่วยได้ สิ่งที่ยังต้องพึ่งระบบถนนและคนขับ
AEB ช่วยเบรกเมื่อเจอสิ่งกีดขวางด้านหน้า ถ้าความเร็วสูงเกินไป ระยะเบรกจริงยังไม่พอ
ESC ช่วยคุมรถเมื่อเสียการทรงตัว ถนนเปียก ยางเก่า บรรทุกเกิน และหลับในยังเป็นปัจจัยใหญ่
ถุงลมและโครงสร้างตัวถังช่วยลดความรุนแรง มอเตอร์ไซค์ไม่มีโครงสร้างป้องกันแบบรถยนต์
ระบบเตือนคาดเข็มขัดช่วยเตือนผู้โดยสาร การคาดเข็มขัดเบาะหลังและหมวกกันน็อกยังต้องพึ่งวินัยและการบังคับใช้
“รถปลอดภัยขึ้นช่วยลดผลลัพธ์หลังชน แต่สิ่งที่ไทยยังขาดคือระบบที่ทำให้ไม่ต้องชนตั้งแต่แรก”

มอเตอร์ไซค์คือโจทย์ที่ใหญ่ที่สุด

WHO ระบุว่าไทยมีอัตราตายทางถนน 25.4 คนต่อประชากร 100,000 คนในปี 2564 อยู่ในกลุ่มสูงมากของเอเชีย และในปีเดียวกัน WHO ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 18,218 คน เฉลี่ยประมาณ 50 คนต่อวัน กลุ่มที่กระทบหนักคือคนอายุ 15-29 ปี และผู้ใช้มอเตอร์ไซค์คิดเป็น 83.8% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่การพูดเรื่องรถยนต์ปลอดภัยอย่างเดียวไม่พอ ต่อให้รถใหม่ทุกคันได้ 5 ดาว แต่ถนนยังเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีเลนปลอดภัย หมวกกันน็อกไม่ได้มาตรฐาน หรือคนซ้อนท้ายไม่ใส่หมวก ความสูญเสียก็ยังจะวนกลับมาทุกเทศกาล

สำหรับครอบครัวรายได้ปานกลางถึงต่ำ มอเตอร์ไซค์ไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ แต่เป็นพาหนะหลักไปทำงาน ส่งลูกไปโรงเรียน และกลับบ้านต่างจังหวัดในวันที่ค่ารถสาธารณะหรือรถยนต์ส่วนตัวแพงเกินเอื้อม เมื่อระบบขนส่งและถนนปลอดภัยยังไม่ครอบคลุม คนกลุ่มนี้จึงต้องรับความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีรถใหม่ มีประกันครบ และมีทางเลือกหยุดพักระหว่างทางได้มากกว่า

จุดเสี่ยงหลักจากข้อมูลสงกรานต์และ WHO

ทำไมถนนตรงถึงอันตราย

หลายคนคิดว่าโค้งอันตรายที่สุด แต่ข้อมูลสงกรานต์ 2569 ระบุว่าอุบัติเหตุ 87.80% เกิดบนถนนตรง เพราะถนนตรงให้ความรู้สึกปลอดภัยจนคนกล้าใช้ความเร็ว และความเร็วคือศัตรูตัวจริงของทุกระบบความปลอดภัย

ถ้ารถชนที่ความเร็วต่ำ ระบบในรถและโครงสร้างตัวถังยังมีเวลาให้ทำงาน แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น พลังงานปะทะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ระยะเบรกยาวขึ้น เวลาตัดสินใจสั้นลง และความผิดพลาดเล็กน้อยกลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่ได้ทันที

โฆษณา
จุดสำคัญ: กระทรวงคมนาคมรายงานช่วง 10-12 เมษายน 2569 ว่าบนโครงข่ายคมนาคมมีอุบัติเหตุทางบก 535 ครั้ง บาดเจ็บ 488 คน เสียชีวิต 75 คน โดยสาเหตุหลักคือความเร็ว 339 ครั้ง หรือ 63% แม้ภาพรวมลดลงจากปีก่อน แต่ความเร็วยังเป็นแกนปัญหาเดิม

เทคโนโลยีที่ควรกลายเป็นมาตรฐาน ไม่ใช่ของแถม

สำหรับผู้ซื้อรถใหม่ ความปลอดภัยไม่ควรถูกมองเป็นออปชันท้ายโบรชัวร์อีกต่อไป รถที่ใช้เดินทางไกลกับครอบครัวควรมี ESC เป็นพื้นฐาน มีถุงลมครบตำแหน่งสำคัญ มี AEB ที่ทำงานได้จริงในความเร็วเมือง และมีระบบเตือนคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง โดยเฉพาะถ้าบ้านมีเด็กหรือผู้สูงอายุ

แต่ฝ่ายนโยบายต้องเดินให้ไกลกว่านั้น ประเทศไทยควรเร่งมาตรฐานรถใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ ESC, ABS, pedestrian protection และการทดสอบชนให้ชัดกว่าเดิม เพราะ WHO country profile ยังชี้ว่ากฎหมายไทยบางส่วนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถยังไม่ครบหรือยังไม่เทียบเท่ามาตรฐานสากลในหลายหัวข้อ

  • ก่อนซื้อรถใหม่ ดูผลทดสอบ ASEAN NCAP ของรุ่นและรุ่นย่อยจริง ไม่ดูแค่คำว่า “มีระบบความปลอดภัย”
  • ตรวจว่ามี ESC, AEB, ถุงลมด้านข้าง/ม่านถุงลม และเตือนคาดเข็มขัดครบตำแหน่งหรือไม่
  • ถ้าใช้เดินทางไกลบ่อย ให้ให้ค่าน้ำหนักกับระบบช่วยขับและไฟหน้าอัตโนมัติเท่ากับแรงม้า
  • สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ตรวจ ISOFIX และใช้คาร์ซีทตามอายุ/ส่วนสูงจริง
  • ถ้ามีมอเตอร์ไซค์ในบ้าน หมวกกันน็อกเต็มใบหรือครึ่งใบคุณภาพดีคืออุปกรณ์ความปลอดภัย ไม่ใช่ของแต่ง

บทเรียนหลังสงกรานต์: ต้องทำทั้งระบบ

คำตอบของถนนไทยไม่ใช่เลือกข้างระหว่าง “คนขับผิด” กับ “รัฐผิด” เพราะอุบัติเหตุเกิดจากทั้งคน รถ ถนน และการช่วยเหลือหลังชนพร้อมกัน หลักคิด Safe System ที่ WHO สนับสนุนจึงมองว่า คนย่อมผิดพลาดได้ แต่ระบบต้องไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นจบด้วยความตาย

นั่นแปลว่าเราต้องมีความเร็วที่เหมาะกับถนนจริง กล้องจับความเร็วที่บังคับใช้สม่ำเสมอ เลนมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ใช่แค่เส้นสีบนพื้น ถนนชุมชนที่ออกแบบให้รถวิ่งช้าลง จุดพักรถที่เพียงพอ และระบบ EMS ที่ถึงที่เกิดเหตุเร็วขึ้น เป้าหมายของไทยคือ 12 deaths ต่อประชากร 100,000 คนภายในปี 2570 แต่จากฐาน 25.4 ในข้อมูล WHO ยังต้องลดลงเกินครึ่ง

“รถใหม่ช่วยให้เรารอดมากขึ้น แต่ถนนที่ดีต้องทำให้เราไม่ต้องพิสูจน์ถุงลมตั้งแต่แรก”
โฆษณา
โฆษณา
แชร์บทความนี้
📱 LINE 𝕏 X

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *