Honda Moove รถสมาร์ทไบค์เต็มรูปแบบ

Honda Moove Color Chart Red Backเอ.พี.ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย และผู้นำไลฟ์สไตล์ความสนุกของวัยรุ่นภายใต้แนวคิดมาสนุกเปลียนโลกกัน Power of Fun Project สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการรถจักรยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัวรถเอ.ที.รุ่นใหม่ล่าสุด Honda Moove พร้อมพรีเซนเตอร์ขวัญใจวัยรุ่น พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ภายใต้คอนเซปต์ Follow My Moove ดีไซน์ใหม่ล้ำสมัยทุกมุมมองด้วยไฟหน้าแบบใหม่พร้อม Jet Liner LED และไฟท้ายแบบ 3 มิติ เข้าสู่ยุคมาตรฐานใหม่ของวงการรถเอ.ที.ด้วย Honda Smart Technology ที่รวม 3 สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพ eSP (Enhanced Smart Power) ขนาด 110cc. ระบบหัวฉีด PGM-FI ทำงานร่วมกับระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 62.3 กิโลเมตร/ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน ECE R40 Mode) และติดตั้งระบบกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง Combi Brake System เพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำโดยประมาณที่ 49,700 บาท มีให้เลือก 3 สีทูโทนได้แก่ ดำ-แดง, ขาว-ดำ, น้ำเงิน-ขาว

Honda Moove Color Chart White

มร.โนบุฮิเดะ นางาตะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “สิ่งที่ทำให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันเกิดขึ้นได้เพราะฮอนด้ากล้าที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด เริ่มจากการเปลี่ยนเครื่องยนต์จาก 2 จังหวะมาเป็น 4 จังหวะเป็นรายแรกในไทยเพราะมองเห็นถึงการช่วยลดมลพิษในระยะยาว และยังเป็นรายแรกที่เปลี่ยนจากคาร์บูเรเตอร์มาเป็นระบบหัวฉีด เพื่อลดการใช้น้ำมัน”

“ล่าสุดนี้ ภายใต้แบรนด์แมสเสจ มาสนุกเปลี่ยนโลกกัน Power of Fun Project ฮอนด้าพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สู่ยุคที่คนไทยจะได้ขับขี่รถด้วยความสนุก ประหยัด มั่นใจ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมๆกัน ด้วย Honda Smart Technology ที่กำลังจะเป็นมาตรฐานใหม่ในรถจักรยานยนต์เอ.ที.ของฮอนด้าทุกรุ่นนับจากนี้ไป เริ่มต้นจากรถรุ่นใหม่ล่าสุด Honda Moove ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นสมาร์ทไบค์เต็มรูปแบบคันแรกของเมืองไทย มีดีไซน์เรียบหรู ล้ำสมัยด้วยระบบไฟหรี่แบบ LED ขับเคลื่อนด้วย Honda Smart Technology ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่เทคโนโลยีล้ำยุคเหล่านี้ได้รับการติดตั้งพร้อมๆกันในรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก”

Honda Moove Color Chart Red

Honda Moove (ฮอนด้ามูฟ) ได้รับการออกแบบให้เป็นรถจักรยานยนต์แบบเอ.ที.ยุคใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ Follow My Moove โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยในแบบ Modern-Tasteful ดีไซน์เรียบเท่สไตล์โมเดิร์น ผสมผสานกับความหรูหรา โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบใหม่พร้อม Jet Liner LED และไฟท้ายแบบ 3 มิติพร้อมเลเยอร์ครอบใส เรียบหรูมีระดับแบบรถยนต์คลาสสูง ขับขี่มั่นใจด้วยล้อแม็กดีไซน์ใหม่ขนาด 12 นิ้วพร้อมยางแบบจุ๊บเลส (Tubeless) ไร้ปัญหาเรื่องยางรั่วซึม หน้ายางกว้างเกาะถนนดียิ่งขึ้น เรือนไมล์แบบ Smart Gadget แสดงผลครบทุกฟังก์ชั่น เบาะนั่งสีทูโทนสไตล์ Urbanion พร้อมกล่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะแบบ HELMET-IN L Size U-Box เก็บหมวกกันน็อกแบบเจ็ตได้ทั้งใบ

Model_02 Hires

Honda Moove ล้ำหน้าด้วย Honda Smart Technology ที่รวม 3 สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพ eSP (Enhanced Smart Power) ขนาด 110cc. ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่มีระบบการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ สมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมัน ทำงานผสานร่วมกับระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 62.3 กิโลเมตร/ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน ECE R40 Mode) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรถจักรยานยนต์แบบเอ.ที.ในเมืองไทย และติดตั้งระบบกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง Combi Brake System เพื่อความมั่นใจในการขับขี่

นอกจากนี้ เพื่อให้การสื่อสารภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบสมาร์ทเป็นไปอย่างชัดเจน เอ.พี.ฮอนด้ายังได้เปิดตัว พีช-พชร จิราธิวัฒน์ นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังจากซีรีย์ฮอร์โมนวัยว้าวุ่นในฐานะพรีเซนเตอร์ของ Honda Moove เพื่อถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของคนเมืองรุ่นใหม่ มีความสมาร์ท มีแนวคิดทันสมัยและชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ

เอ.พี.ฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย Honda Moove พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไป ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ โดยมีให้เลือกในรูปแบบ 3 สีทูโทนได้แก่ ดำ-แดง, ขาว-ดำ, น้ำเงิน-ขาว ด้วยราคาแนะนำโดยประมาณที่ 49,700 บาท

มินิ ใน ดักการ์ 2015 โดย ลุงอ็อด

image  ใกล้จะสิ้นปี รายการแข่งขันแรลลี่หฤโหด ดักการ์ 2015 รายการแรก ประเดิมศักราชใหม่ ค่าย มินิ ก็ตระเตรียมรถไว้เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์ หลัง โจอัน โรม่า หนุ่มสเปน คว้าแชมป์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เตรียมไว้เพียง 8 คัน ในนามทีมผู้ผลิต โดยทีมงานวิศวกรเยอรมัน เอ็กซ์-เรด X-raid ด้วยรุ่น คูเปอร์ คันทรี่แมน Cooper Countrymanimage
ภายใต้โครงสร้างที่แข็งแกร่ง มินิ เลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล ที่ บีเอ็มดับบลิว มอเตอร์สปอร์ต ปรับจูนเครื่องดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร จนได้กำลัง 310 แรงม้า และแรงบิด 516 ฟุตปอนด์ ที่จะต้องพบกับคู่ต่อสู้อย่าง เปอโยต์ จากฝรั่งเศส ที่พัฒนาเครื่อง 2008 ดีเคอาร์ 2008 DKR ดีเซล 3.0 ลิตร แต่แรงมากกว่า 340 แรงม้า แรงบิดก็มากกว่า 590 ฟุตปอนด์ ในสนามแข่งขันimage
ดักการ์ แรลลี่ กำหนดในวันที่ 3-17 มกราคม ศกหน้า ด้วยเส้นทางในอเมริกาใต้แทนที่ อัฟริกาใต้ เพื่อความปลอดภัย เริ่มต้นจาก อาร์เจนติน่า, โบลีเวีย และ ชิลี ระยะทางรวมทั้งในทะเลทรายเกือบ 10,000 กม. ที่ต้องผ่านทั้งลูกรังเรียบ เส้นทางภูเขา ทะเลทรายที่มีแต่ความร้อน ภูเขาทรายที่ไม่มีความแน่นอนว่าพื้นผิวจะอ่อน หรือแข็ง

แท้จริงแล้ว Google ซื้อษริษัทคิดรถขับเองมาราคาถูก

Google Car

 

หลายคนอาจเชื่อว่า Google คิดทุกอย่างตั้งแต่ต้น หากแท้จริงแล้วรถที่ถ่ายถนนและรถที่ขับเองนี้เป็นการคิดค้นขึ้นมาจากบริษัทเล็ก ๆ ชื่อ 510 Systems ซึ่งถูก Google ซื้ออย่างเงียบ ๆ ในปี 2011

 

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มาแล้ว

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว มิตซูบิชิ “ไทรทัน ใหม่” รถกระบะขนาด 1 ตัน มาพร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล “ไมเวค วีจี เทอร์โบ อลูมินัม อัลลอย บล็อก ขนาด 2.4 ลิตร ครั้งแรกกับการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลพลังงานสะอาดในรถกระบะ ที่แรงจัดด้วยขุมพลัง 181 แรงม้า ทนแกร่ง น้ำหนักเบา ให้สมรรถนะสูง แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม 20% ดีไซน์สปอร์ต โดดเด่น ปราดเปรียวทุกการขับขี่  เปิดจองก่อนในรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ ดับเบิ้ล แค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ  ราคา 791,000-1,008,000 บาท พร้อมรับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษและประกันภัยชั้นหนึ่ง วันนี้ถึงสิ้นธันวาคม ก่อนโชว์โฉมให้ชาวไทยได้สัมผัสในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ 213 แห่งทั่วประเทศ 28 พฤศจิกายนนี้ 

 

 Image (2)

 

 “ไทรทัน ใหม่”   เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ของรถกระบะมิตซูบิชิที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์การเป็นที่สุดของรถกระบะอเนกประสงค์แบบสปอร์ต “Ultimate Sport Utility Truck” ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ แต่ยังรวมไปถึงความสะดวกสบายอย่างรถยนต์นั่งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  ด้วยคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ

 

“สมรรถนะสูงแต่ประหยัด” ครั้งแรกในรถกระบะกับการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล ประสิทธิภาพสูง รหัส 4N15 “ไมเวค วีจี เทอร์โบ” ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมเสื้อสูบและฝาสูบแบบอลูมินัม อัลลอย บล็อก ที่ให้กำลังแรงจัดเต็มขุมพลังสูงสุดถึง 181 แรงม้า ทนทานแข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา แต่ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเยี่ยม โดยประหยัดมากขึ้นถึง 20% และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

New Triton _Rear Bumper
“ความสะดวกสบาย” จากห้องโดยสารที่ออกแบบให้มีพื้นที่กว้างนั่งสะดวกสบายอย่างรถยนต์นั่ง เงียบยิ่งขึ้นด้วยระบบลดเสียงรบกวนตลอดการเดินทาง ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัย รวมทั้งระบบช่วงล่างใหม่ลดแรงสะเทือน และตัวถังที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ง่ายต่อการขับขี่ ซึ่งช่วยทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

New Triton Interior (1)
“ความปลอดภัยสูง” จากโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE Body และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตัวถังด้วยส่วนรับแรงกระแทกผลิตจากเหล็กที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ High Tensile Steel พร้อมระบบความปลอดภัยครบครันช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นตลอดการขับขี่

 

สำหรับ มิตซูบิชิ “ไทรทัน ใหม่” ถือเป็นรถยนต์เชิงกลยุทธ์สำหรับตลาดทั่วโลกโดยจะผลิตขึ้นจากโรงงานแห่งที่ 2 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตรถกระบะใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิ ทั้งนี้ภายหลังจากการแนะนำอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในเมืองไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น มีแผนจะส่ง “ไทรทัน ใหม่” ไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศทั่วโลกครอบคลุมทั้งใน อาเซียน โอซีเนีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และละตินอเมริกา

DSC01477

มิตซูบิชิ “ไทรทัน ใหม่” ได้รับการออกแบบให้เป็นรถที่มีความสมดุลทั้งสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งานโดยการผสมผสานความสะดวกสบายของรถยนต์นั่งระดับหรูกับสมรรถนะในการบรรทุกของรถกระบะที่ให้ รูปลักษณ์ภายนอกดูสปอร์ตและปราดเปรียว ในขณะที่การออกแบบภายในเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานและความทันสมัยในทุกๆส่วน โดยมาพร้อมพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างสะดวกสบายและเงียบขึ้น พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันอย่างรถยนต์นั่งระดับหรู อาทิ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ HID (High Intensity Discharged) ระบบแอร์อัตโนมัติแยกปรับซ้าย-ขวา กุญแจอัจฉริยะ KOS (Keyless Operation System) พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์โดยในรุ่นเมกะแค็บมาพร้อมความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยประตูแค็บเปิดได้ สำหรับกระบะท้ายได้รับการออกแบบใหม่สไตล์สปอร์ตพร้อมการเพิ่มพื้นที่การบรรทุกเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านการบรรทุกที่หลากหลาย
มาพร้อมความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE Body และเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตัวถังด้วยส่วนรับแรงกระแทกผลิตจากเหล็กที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษและน้ำหนักเบา (High Tensile Steel) พร้อมคานเหล็กกันกระแทกด้านข้างประตูออกแบบใหม่ รวมทั้งการติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าในรถทุกรุ่น ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม (Immobilizer) รวมไปถึงกล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ASTC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมความสะดวกสบายในการขับขี่ด้วยการออกแบบช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังใหม่ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล เกาะถนน และทรงตัวได้ดียิ่งขึ้น ให้อารมณ์การขับขี่อย่างรถยนต์นั่งด้วยการปรับระยะหมุนของพวงมาลัยที่น้อยลง และมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบสุดเพียง 5.7 เมตร ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 5.9 เมตร ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงและขับเคลื่อน 4 ล้อช่วยทำให้การกลับรถหรือถอยจอดในเมืองสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

New Triton Front Grille (2)

มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น หลักได้แก่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ เมกะแค็บ และซิงเกิ้ลแค็บ พร้อมเครื่องยนต์ 3 แบบให้เลือก ประกอบด้วยเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ขนาด 2.4 ลิตร ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC วีจี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ อลูมินัม อัลลอย บล็อก รหัส 4N15 ที่ให้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ และ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มาพร้อมระบบ ES4 (Easy Select 4WD) ที่ง่ายต่อการขับขี่โดยสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ง่ายด้วยสวิตซ์หมุนแบบไฟฟ้าทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ 2H หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4H และ 4L รวมไปถึงรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง ที่ให้อารมณ์อย่างรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ

 

มี 7 สีให้เลือก โดยมาพร้อมสีใหม่สีเขียว (Earth Green) และ สีเงิน (Sterling Silver) นอกเหนือจากสีขาว (Solid White) สีขาวมุก (White Pearl) สีเทาดำ (Titanium Gray) สีดำ (Pyreness Black) และสีน้ำตาล (Quartz Brown)

 

รองรับความต้องการลูกค้าด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ 213 โชว์รูม
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า บริษัทฯได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิไว้คอยให้บริการลูกค้าในทุกจังหวัดจำนวนทั้งสิ้น 213 โชว์รูม ทั้งนี้บริษัทฯ มั่นใจว่าจากจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานที่เพิ่มขึ้นและครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการและการดำเนินงาน รวมทั้งสร้างความสะดวกสบายในการชื้อรถ ตลอดจนสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าที่เข้ารับบริการได้เป็นอย่างดี

price

นิสสัน เปิดตัว นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่

DSC01525

วันนี้ 18 พฤศจิกายน 2557 นิสสันเปิดตัวนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ พร้อมด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ทำให้ได้รับการจัดวางให้เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ นำเสนอเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในกลุ่มรถยนต์ประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ 3 มิติ    ขนาด 5 นิ้ว แสดงผลข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขับขี่ และไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน

 

นอกจากนี้การออกแบบทั้งภายในที่หรูหราและฐานล้อที่ยาวขึ้น ทำให้เอ็กซ์เทรลดูโดดเด่นมากขึ้น ส่วนเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับรถยนต์รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor)  ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Active Engine Brake)  และระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (Active Ride Control) ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจ ผ่อนคลาย เพิ่มประสบการณ์ขับขี่ที่รื่นรมย์  ส่วนพื้นที่ภายในแบบ 3 แถว และที่นั่งแบบ 5+2 ที่ ซันรูฟแบบพาโนรามิคและประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอย เหมาะที่จะเป็นรถยนต์สำหรับทุกครอบครัว

DSC01552

 

“หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวทั่วโลก เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแนะนำรถยนต์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นมาจำหน่ายในประเทศไทย และที่พิเศษยิ่งขึ้นคือ รถยนต์รุ่นนี้ก็จะได้รับการผลิตในประเทศไทย เพื่อลูกค้าชาวไทย นับเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงพันธสัญญาที่นิสสันมีต่อประเทศไทย ทั้งด้านการเป็นฐานการผลิตและความสำคัญของตลาดในประเทศ” กล่าวโดยนายโทรุ ฮาเซกาวา รองประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

 

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากหลาย ๆ ตลาดทั่วโลก ในปีงบประมาณ 2556 รถยนต์รุ่นนี้มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์เอนกประสงค์ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำตลาดรถยนต์รุ่นนี้ในชื่อ โร๊ค ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัล รถยนต์อเนกประสงค์ยอดเยี่ยม โดยสถาบัน เจ ดี พาวเวอร์ แอพพีล รวมทั้งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเอ็กซ์เทรล ได้ผ่านผลการ

ทดสอบด้านความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จากหน่วยงานอิสระทดสอบด้านความปลอดภัย Euro NCAP

 

DSC01534

“นิสสัน ยังคงเดินหน้าต่อไป ในการกระตุ้นตลาดในประเทศนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เราพร้อมและพยายามที่จะเป็นผู้นำในการยกระดับมาตรฐานรถยนต์ที่ทำตลาดในประเทศด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ล้ำหน้า ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยถูกนำมาใช้ที่ใดหรือไม่เคยปรากฏในกลุ่มตลาดรถยนต์ประเภทเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ และยืนยันว่านิสสันจะส่งมอบแต่นวัตกรรมที่ตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้าเสมอ” นายฮิโรยูกิ โยชิโมโตะ ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าว

X-Trail_02

 

นิสสัน ตั้งเป้าขายของรถยนต์รุ่นนี้ที่ 8,000 คันต่อปี โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.172 ล้านบาท นิสสันเอ็กซ์เทรลมีให้เลือก 4 รุ่น และมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี คือ สีแดง เรเดียนท์ สีขาว สตอร์ม ไวท์ สี ดำ แบล็ค สตาร์ สีเงิน บริลเลี่ยนท์ ซิลเวอร์ สีเทา ดีพ อริส เกรย์ และสีใหม่ สีเขียว มิดไนท์ เจด

ราคานิสสัน เอ็กซ์เทรล

รุ่น 2.0 S   2 WD  CVT      ราคา    1,172,000   บาท

รุ่น 2.0 E  2 WD   CVT      ราคา   1,246,000    บาท

รุ่น 2.0 V  4 WD   CVT     ราคา    1,325,000     บาท

รุ่น 2.5 V  4WD    CVT      ราคา   1,551,000      บาท

DSC01543

 

พิเศษสำหรับในช่วงเปิดตัวนี้ นิสสัน ขอนำเสนอแคมเปญสำหรับลูกค้าที่สนใจจองรถยนต์นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ ด้วยประกันภัยชั้น 1 จากนิสสัน โปรเทคชั่นแพลน ฟรี ค่าบำรุงรักษาเป็นเวลา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ฟรี และข้อเสนอพิเศษจาก นิสสัน ลีสซิ่ง อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 2.44 % หรือผ่อนสบาย ๆเพียง 9,898 บาทกับนิสสันอีซี่ เพย์

 

 

เปิดตัว ฮอนด้า HR-V ใหม่

วันนี้ 17 พฤศจิกายน 2557 – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า
เอชอาร์- วี ใหม่ ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ที่ผสานความสปอร์ตสไตล์รถคูเป้ ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวผ่านเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) กับการออกแบบภายในที่หรูหราและฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม ด้วยคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น และพื้นที่อเนกประสงค์รองรับการใช้งานที่หลากหลาย อีกทั้งสมรรถนะการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมตอบสนองทุกการขับเคลื่อน ด้วยอัตราเร่งที่ทรงพลัง และให้การประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม รองรับพลังงานทางเลือก E85 ผสานกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ด้วยระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

DSC01455

 

 

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับ
ตลาดรถยนต์ประเทศไทย โดยจะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของตลาดรถยนต์ในระดับกลางให้สมบูรณ์
มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหารถสปอร์ตอเนกประสงค์ทางเลือกใหม่ที่ลงตัวกับทุกความต้องการ
ที่หลากหลายและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งฮอนด้าได้พัฒนา ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่นี้ ด้วยการผสานความเป็นที่สุดในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดเป็นยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ เราจึงมั่นใจว่า ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย คุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแน่นอน”

DSC01436

 

ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2556 ภายใต้ชื่อ ฮอนด้า วีเซล โดยได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคัน ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ตามมาด้วยประเทศจีน และประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ของโลก และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ผลิตและเปิดจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้

 

แนวคิดในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์คันนี้ ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของรถสปอร์ต

อเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี และได้เพิ่มความสปอร์ตปราดเปรียวในสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ ผสานกับฟังก์ชั่น
การใช้งานแบบอเนกประสงค์ในสไตล์รถมินิแวน

 

รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นในทุกมิติ ด้วยรูปทรงตัวถังที่ปราดเปรียว เสริมความรู้สึกแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยตัวถังด้านล่าง มาพร้อมเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวรอบคัน ลงตัวกับมือจับเปิดประตูด้านหลังในสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ และกระจังหน้าได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Solid Wing Face เสริมด้วยโทนสีดำ
เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและมีสไตล์ ผสานความรู้สึกเหนือระดับด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิดปิดแบบ One-Touch ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED แบบ Tube เสริมบุคลิกในสไตล์สปอร์ตล้ำสมัย

Front_All-new HR-V (1)

 

การออกแบบภายใน เน้นความกว้างขวาง โปร่งโล่งของพื้นที่เหนือแผงคอนโซล ผสานกับคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้นที่ถูกออกแบบให้มาพร้อมกับภาพลักษณ์สไตล์สปอร์ต พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย
ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ทั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ
การสั่งงานด้วยเสียง Siri (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส
มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด
พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ
(One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ทั้งยังยกระดับการใช้งานให้ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยห้องสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode เพื่อตอบรับทุกการใช้งาน

 

ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ เปี่ยมด้วยสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ
16 วาล์ว 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมและการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และตอบสนองทุกการขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่มอบความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างเหนือระดับ

 

ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับพรีเมียมในทุกรุ่น อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) ที่จะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง
ช่วยป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทาง
ลาดชัน (HSA) และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เสริมด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง
ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) และระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมด้านคนขับอัจฉริยะ (i-SRS) ถุงลมด้านผู้โดยสารด้านหน้า (SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่

Raer_All-new HR-V

 

 

ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น S ราคา 890,000 บาท รุ่น E ราคา 975,000 บาท และรุ่น EL ราคา 1,045,000 บาท โดยมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ คือ สีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก) สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก)

 

“ไทยเร้นท์อะคาร์” เช่ารถพร้อมฟอลโลไอจี ให้ฟรีตั๋วหนัง

“ไทยเร้นท์อะคาร์” ผู้นำรถเช่าชั้นนำของคนไทย ขอเกาะกระแสไอจี (Instagram) ให้ลูกค้าได้ชมภาพยนต์ฟรี ๆ เป็นของขวัญปีใหม่ทั่วไทยก่อนใคร ง่ายกว่าใคร เพียงเช่ารถพร้อมติดตามอินสตาแกรม ไทยเร้นท์อะคาร์คลับ (@thairentaclub) รับฟรีบัตรชมภาพยนต์ในเครือเอสเอฟซินีม่า

นายวิกรานต์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานผลิตภัณฑ์และการตลาด กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมาตลาดรถเช่ามีการแข่งขันที่สูงขึ้นเนื่องจากแต่ละบริษัทต่างต้องการทำยอดขายในฤดูโลว์ซีซั่นให้ดีที่สุด ในส่วนของไทยเร้นท์อะคาร์เองนั้นได้ลดราคาค่าเช่ารถเรียกได้ว่าไม่มีบริษัทใดเคยกล้าให้มาก่อน ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจในการให้บริการ สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีซึ่งเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ละบริษัทนั้นจะได้โอกาสนี้รีบทำผลประกอบการให้ดีขึ้น บริษัทเองนั้นคาดการณ์ว่าภาพการแข่งขันในเรื่องของการลดราคาค่าเช่าคงจะลดน้อยลง แต่การแข่งขันในช่วงสุดท้ายคงมุ่งเน้นในเรื่องของการทำภาพลักษณ์องค์กร การพัฒนาบริการ ทำอย่างไรจึงจะให้ลูกค้าสนใจเลือกใช้บริการ ส่วนของไทยเร้นท์อะคาร์ก็ไม่ได้หยุดนิ่งการพัฒนา ในช่วงโลว์ซีซั่นที่ผ่านมาเราถือโอกาสนั้นในการปรับปรุงภาพลักษณ์ ในหลายๆสาขาให้มีความทันสมัย สวยงาม มากขึ้น อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ซึ่งเป็นสาขาลำดับต้นๆ ที่มีอัตราการใช้บริการสูง ซึ่งลูกค้าเองก็จะได้พบกับภาพลักษณ์ใหม่ของเราซึ่งแสดงความเป็นตัวตนของบริษัทได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากปรับปรุงสาขาเดิมแล้วยังได้เปิดสาขาใหม่ๆ เพื่อเตรียมรองรับการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในหลายพื้นที่ เช่น ดอนเมือง แม่สอด อุบลราชธานี ซึ่งเปิดให้บริการลูกค้าแล้วมาระยะหนึ่ง”

 

_MG_9709
นายวิกรานต์ กล่าวต่อไปว่า “ในโอกาสที่กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปี เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ หลายคนอาจเดินทางออกต่างจังหวัดท่องเที่ยวและมีโอกาสได้ถ่ายภาพสวยๆ ลงในอินสตาแกรม ซึ่งจริงๆแล้ว ไทยเร้นท์อะคาร์ มีอินสตาแกรม ที่ใช้ชื่อว่า ไทยเร้นท์อะคาร์คลับ (Thairentacarclub) มาระยะหนึ่งแล้วซึ่งจะลงภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทริปของคนรักการเดินทาง หรือโปรโมชั่น จึงได้แนวคิดในการนำความนิยมของแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรมนี้มา เป็นแนวคิดออกโปรโมชั่นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบถึงช่องทางการติดตาม และจะได้มาร่วมแชร์ ภาพถ่ายสวยๆ ระหว่างการเดินทาง ซึ่งเหตุผลทั้งหมดนี้เป็นที่มาของ โปรโมชั่น “เร้นท์ แอนด์ ฟอลโล่ มี (Rent & Follow Me)” เช่ารถวันนี้แถมฟรีตั๋วหนัง กติกาก็ง่ายมาก เพียงลูกค้าที่ใช้บริการเช่ารถกับไทยเร้นท์อะคาร์ เพียงกดติดตามอินสตาแกรมของเรา แล้วแสดงให้พนักงานบริการดูในวันรับรถ ก็รับไปเลยบัตรชมภาพยนต์ในเครือเอสเอฟ ซินีม่า ซึ่งก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่เล็กๆน้อยๆ ที่ไทยเร้นท์อะคาร์ขอมอบให้แก่ลูกค้า โดยลูกค้าสามารถสอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ ณ สาขา โดยโปรโมชั่นนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 57 จนถึง วันที่ 5 ม.ค. 58”
ร่วมติดตาม และเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ได้ที่อินสตาแกรม “ไทยเร้นท์อะคาร์คลับ” (@thairentacarclub) พร้อมเช่ารถกับบริษัทที่คุณวางใจในคุณภาพและบริการ ที่ ไทยเร้นท์อะคาร์ ผู้นำธุรกิจรถเช่าของคนไทย ณ จุดให้บริการ ทั่วประเทศ สอบถาม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมทัพบริการหลังการขาย เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด “Genuine Remanufactured Parts”

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์บริการ หลังการขายใหม่ล่าสุด “Genuine Remanufactured Parts” บริการอะไหล่แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing คุณภาพเทียบเท่าอะไหล่ใหม่มาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในราคาที่ประหยัดสูงสุดถึง 30% พร้อมระยะเวลารับประกันอะไหล่ให้กับลูกค้านานถึงสองปี
นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพการบริการและความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดังนั้นบริษัทฯ จึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาการบริการหลังการขายให้ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทั้งทางด้านอะไหล่และการบริการ พร้อมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งนอกเหนือจากแคมเปญต่างๆ ภายใต้โปรแกรม “My Service” ที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอให้แก่กลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทฯได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “Genuine Remanufactured Parts” อีกหนึ่งช่องทางการให้บริการหลังการขายที่เปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ใช้บริการอะไหล่ REMAN ซึ่งเป็นอะไหล่แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing และมีคุณภาพดีเทียบเท่ากับอะไหล่ใหม่ตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เนื่องจากมีกระบวนการผลิตและตรวจสอบ ขั้นสุดท้ายแบบเดียวกันกับอะไหล่ใหม่ทุกประการ ซึ่งบริการอะไหล่ REMAN พร้อมให้บริการแก่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถตู้ สำหรับประโยชน์ของการใช้อะไหล่ REMAN นั้น นอกจากสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นค่าอะไหล่ได้สูงสุดถึง 30% ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าด้วยระยะเวลารับประกันคุณภาพนานถึงสองปี รวมถึงช่วยประหยัดวัตถุดิบ และการจัดการพลังงาน พร้อมทั้งลดการปล่อยมลพิษเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย”

Genuine Remanufactured Parts Key Visual

นายพุทธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การผลิตอะไหล่ REMAN หรืออะไหล่แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อะไหล่ทุกชิ้นจะถูกส่งกลับไปยังโรงงานผลิต                โดยผ่านขั้นตอนที่ต้องได้รับการรับรองคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิต โดยมีขั้นตอนการผลิตเริ่มต้นจากการถอดชิ้นส่วนอะไหล่เก่าทั้งหมดออก และคงไว้เฉพาะส่วนโครงสร้างที่มีคุณภาพดีเท่านั้น หลังจากนั้นทางโรงงานผู้ผลิตจะนำอะไหล่ทุกชิ้นมาทำความสะอาด เช็คสภาพการทำงาน              พร้อมเปลี่ยนอะไหล่ที่มีการสึกหรอ เช่น น๊อต, สกรู ฯลฯ ด้วยอะไหล่ชิ้นใหม่ทั้งหมด แล้วนำมาประกอบชิ้นส่วนพร้อมตรวจสอบคุณภาพในขั้นตอนสุดท้ายตามลำดับตามมาตรฐานการผลิตอะไหล่แท้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดังนั้นลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าอะไหล่ REMAN มีคุณภาพได้มาตรฐานเฉกเช่นเดียวกับอะไหล่ใหม่อย่างแท้จริง”

 

นายพุทธิ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในปัจจุบันนี้ เรามีอะไหล่ REMAN พร้อมให้บริการคลอบคลุมในส่วนประกอบหลัก อาทิ ในชิ้นประกอบด้านส่วนกลไกและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอะไหล่              ส่วนควบและส่วนระบบเชื้อเพลิงของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ”

“MOTOR EXPO 2014” 29 พ.ย. -10 ธ.ค.พร้อมเปิดตัวรถใหม่ครั้งแรกในโลก

 

           “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31” จัดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีม้าทอง ต้อนรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เปิดตัวรถใหม่ครั้งแรกในโลก ทุกค่ายระดมอัดแคมเปญดีที่สุดในรอบปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย คาดเม็ดเงินสะพัดในงาน 5.4 หมื่นล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นคืนกำไรแก่ผู้เข้าชมงาน แจกรถยนต์ บิ๊กไบค์ และรางวัลพิเศษมากมาย รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท พบกัน 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้ ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

 MEX01

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่31″ หรือTHE 31st THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2014เผยว่าเราได้พัฒนามาตรฐานการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้งานมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ค่ายรถที่ร่วมงานมีจำนวน 40 ยี่ห้อจาก 13 ประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 11 ยี่ห้อ จาก 7 ประเทศ โดยไฮไลท์ของงานที่ไม่ควรพลาดคือ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ครั้งแรกในโลก มั่นใจว่างานปีนี้จะคึกคัก พร้อมคาดการณ์ยอดจองรถในงานสูงถึง 50,000 คัน (ข้อมูลปี 2556 ยอดจอง 4.1 หมื่นคัน) ผู้ชมงาน 1.5 ล้านคน (ปี 2556 ผู้ชมงาน 1.35 ล้านคน) และเม็ดเงินจะสะพัดในงาน 5.4 หมื่นล้านบาท

สำหรับกิจกรรมคืนกำไรแก่ผู้เข้าชมงาน ซึ่งมีรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ได้แก่ ซื้อรถ ชิงรถ, ซื้อบัตร ชิงรถ, SMS ชิงรถ, ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ชิงบิ๊กไบค์, ซื้อสินค้า ชิงรางวัล ฯลฯ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“ซื้อรถ ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรางวัลรถยนต์ MG รุ่น MG6 FASTBACK 1.8X TURBO SUNROOF มูลค่า 1,128,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

  1. “ซื้อบัตร ชิงรถ ผู้ที่ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงโชครถยนต์ FORD ALL-NEW ECOSPORT
  2. รุ่น TREND มูลค่า 759,000 บาท จำนวน 1 รางวัล พร้อมรางวัลพิเศษอีกมากมาย
  3. “SMS ชิงรถ” หรือ กิจกรรม “ร่วมลุ้นแบบคนรุ่นใหม่” สำหรับผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์มือถือในระบบเครือข่าย TRUEMOVE และ TRUEMOVE H 3G+ สามารถร่วมลุ้น ชิงรถยนต์ SUZUKI CELERIO รุ่น GL มูลค่า 439,000 บาท จำนวน 1 รางวัล พร้อมรางวัลพิเศษอีกมากมาย
  4. “ซื้อมอเตอร์ไซค์ ชิงบิ๊กไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงานมีสิทธิ์ชิงรางวัลรถจักรยานยนต์ HONDA รุ่น CBR 650F มูลค่า 300,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
  5. “ซื้อสินค้า ชิงรางวัล” เมื่อซื้อสินค้าภายในงานจากร้านเดียวกันทุกๆ 1,000 บาท จะได้รับคูปอง ชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นรางวัล รวมมูลค่า 549,600 บาท                                                             MOTOR EXPO SMART PRETTY VOTE 2014 โหวท PRETTY ในงาน ชิงสร้อยคอทองคำ และของรางวัลมูลค่ารวมกว่าแสนบาท

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การประกวดภาพถ่ายตามหัวข้อ “มนต์เสน่ห์ยานยนต์” พร้อมข้อความบรรยายภาพเข้าร่วมประกวด “MOTOR EXPO PHOTO CONTEST 2014” ผู้ชนะเลิศรับถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น EOS 7D MARK II (Body) และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท เป็นต้น

งานดีๆ ส่งท้ายปี..ห้ามพลาด!! “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31” ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน -10 ธันวาคม 2557 พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดงานได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2557 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 16.00 น.

1 2 3 709