BOI พูดเรื่อง Mobility ใหญ่ขึ้น
แต่เงินลงทุนรถยนต์ไม่ได้ใหญ่ตามคำพูดทั้งหมด
เมื่อเวที BOI Symposium 2026 รวม EV100, BYD, Isuzu, Bosch และ Autoliv ไว้บนเวทีเดียวกัน คำว่า automotive ของไทยก็กำลังเปลี่ยนจากโรงงานรถ ไปสู่ ecosystem ที่กินรวมพลังงานสะอาด ซอฟต์แวร์ และซัพพลายเชนใหม่
เวที BOI Symposium 2026 ส่งสัญญาณชัดว่าไทยอยากเป็นฮับ mobility รุ่นใหม่ แต่ตัวเลข Q1 2569 ก็บอกด้วยว่าเกมลงทุนรอบนี้ไม่ได้หมุนรอบรถอย่างเดียวอีกแล้ว
Q1 2569 ทั้งหมด
ยานยนต์และชิ้นส่วน
และชิ้นส่วนใน Q1
ตามข้อมูลบีโอไอ
ถ้ามองแต่พาดหัว เราอาจคิดว่ารถยนต์กลับมาเป็นพระเอกของเกมลงทุนไทยอีกครั้ง
BOI Symposium 2026 ที่จัดวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ใช้คำใหญ่และชัดมาก: Thailand Driving Toward Smart and Green Mobility บนเวทีมีทั้งผู้เล่นจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และตัวแทนผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ ฟังเผิน ๆ เหมือนวงการรถกำลังกลับมานั่งหัวโต๊ะของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมไทยอีกครั้ง
แต่ถ้าหันไปดูตัวเลขคำขอรับส่งเสริมลงทุนไตรมาสแรก 2569 ภาพจะซับซ้อนกว่านั้นมาก บีโอไอบอกว่าไทยมีคำขอลงทุนรวม 1,016,962 ล้านบาท จาก 624 โครงการ ขณะที่ยานยนต์และชิ้นส่วนมีมูลค่า 13,328 ล้านบาท จาก 63 โครงการ นี่แปลว่า automotive ยังสำคัญ แต่ไม่ได้เป็นคลื่นทุนที่ใหญ่ที่สุดในรอบใหม่อีกต่อไป
ขนาดของคลื่นลงทุน Q1 2569: automotive ยังอยู่ในภาพ แต่ไม่ได้ครองทั้งภาพ
เวที Smart & Green Mobility บอกอะไรเกี่ยวกับนิยามใหม่ของคำว่า automotive
รายละเอียดจากบีโอไอสะท้อนชัดว่าเวทีนี้ไม่ใช่งานโชว์รถ แต่เป็นเวทีเชื่อมภาพใหญ่ของห่วงโซ่ใหม่ ตั้งแต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ AI สำหรับรถอัจฉริยะ ไปจนถึง clean energy ที่ต้องวิ่งคู่กับ xEV ถ้าจะตีความให้สั้นที่สุด คำว่า automotive ของไทยกำลังถูกขยายออกจากตัวรถ ไปสู่ แพ็กเกจอุตสาหกรรมอนาคต ที่เชื่อมพลังงาน โลจิสติกส์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
มุมนี้สำคัญมาก เพราะมันอธิบายได้ว่าทำไม automotive ในตัวเลข Q1 จึงไม่ใช่แชมป์มูลค่าลงทุนเหมือนในอดีต แต่ยังถูกวางเป็นแกนยุทธศาสตร์ในเชิง policy อยู่ดี
รถ
จาก OEM เดิม ไปสู่ผู้เล่นจีนและ xEV ที่ต้องการฐานผลิตและฐานส่งออกในอาเซียน
พลังงาน
บีโอไอย้ำหลายครั้งว่าการขยาย xEV ต้องเดินคู่กับ clean energy และโครงสร้างไฟฟ้า
ซัพพลายเชน
โอกาสใหม่ไม่ได้อยู่แค่รถทั้งคัน แต่อยู่ใน parts, sensors, safety systems และ industrial upgrades
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุด ไม่ใช่เงิน 13.3 พันล้าน แต่คือการย้ายฐานคุณค่า
เมื่อดูจาก Q1 2569 automotive & parts มี 63 โครงการ คิดเป็นราว 10% ของจำนวนโครงการทั้งหมด แต่คิดเป็นเพียงประมาณ 1.3% ของมูลค่าเงินลงทุนรวม ภาพนี้ตีความได้สองชั้น ชั้นแรกคือเงินก้อนใหญ่ของเศรษฐกิจไทยรอบนี้กำลังไปอยู่กับ digital, electronics และ clean energy มากขึ้น ชั้นที่สองคืออุตสาหกรรมรถยนต์ไทยจะอยู่รอดได้ดีแค่ไหน ขึ้นกับความสามารถในการฝังตัวเองเข้าไปในคลื่นลงทุนเหล่านั้น
สัดส่วน automotive ใน Q1 2569: โครงการมีน้ำหนัก แต่เงินลงทุนไม่ใหญ่เท่า narrative
แล้วผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยควรมองเวทีนี้อย่างไร
ถ้าเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย เวทีนี้ไม่ได้มีความหมายว่า OEM ใหม่จะสั่งของเพิ่มโดยอัตโนมัติ แต่มันหมายถึงข้อสอบใหม่ว่าคุณอยู่ใน supply chain รุ่นใด ถ้ายังเก่งแต่ชิ้นส่วนรถสันดาปเดิม ๆ โอกาสอาจถูกบีบ แต่ถ้าขยับไปสู่ระบบความปลอดภัย เซ็นเซอร์ พวงมาลัยไฟฟ้า ระบบแบตเตอรี่ หรือกระบวนการผลิตที่เชื่อมมาตรฐานคาร์บอนต่ำ โอกาสจะเปิดกว้างขึ้นทันที
