10 ข้อปฏิบัตินักขับต้องทราบเมื่อต้องขับรถขึ้นเขาลงเขา
โครงข่ายถนนในประเทศไทยนั้นเชื่อมต่อทั่วประเทศถึง 70000 กว่ากิโลเมตร ส่วนใหญ่นอกเมืองจะเป็นถนนวิ่งสวนโดยเฉพาะทางขึ้นเขาลงเขา อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดการความประมาท ไม่เคารพกฎจราจร และสภาพถนน ความเร็วมาคู่กับอันตราย ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 1. ตรวจสอบเบรก ที่ปัดน้ำฝน ระบบไล่ฝ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเติมน้ำฉีดกระจกให้พร้อม ตรวจสอบระบบไฟเบรกและไฟหน้าว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ 2. ลงอย่าเร็วเร็วกว่าขึ้น อย่าขับลงเขาเร็วกว่าความเร็วที่ขับลงเขา การขับรถลงเขาด้วยความเร็วสูง แรงดึงดูดและมุมมองจากมุมสูงอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาด ที่สำคัญความสามารถในการหยุดรถยังน้อยลง ดังนั้นควรใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม 3. ใช้เกียร์ช่วยเบรก ในทางลาดชัน ตรวจสอบดูความร้อนของรถถ้าเริ่มสูงขึ้น ให้ปิดระบบปรับอากาศหลีกเลี่ยงการลากเบรกลงเขาหากไม่จำเป็น ใช้เกียรต่ำช่วยชะลอรถ ง่ายต่อการควบคุมและประหยัดค่าจานเบรก 4. อย่าขับคล่อมเส้น ชีวิตจริงไม่ใช่เกมส์ขับรถ การขับคล่อมเส้น เป็นการก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ร่วมทาง ใช้ความเร็วตามกฏหมายกำหนดจะสอดรับกับถนนที่ออกแบบมาโดยไม่ต้องอาศัยการขับคล่อมเส้นหรือฉีกโค้งซึ่งเต็มไปด้วยกรวดและทรายทำให้รถไถลตกถนนได้อย่างง่ายดาย 5. ให้ทางรถขึ้น จดจำไว้เสมอว่ารถขึ้นเขาเป็นรถที่ควรถือเป็นทางเอก สังเกตการณ์ใช้ถนนของคนในพื้นที่สำคัญมาก บางครั้งคนในพื้นเขามีการใช้ถนนที่ต่างกับเรา อาจจะจอดคุย ทักทาย กลับรถ สังเกตการใช้ปรับตัวและขับด้วยความระมัดระวังทุกครั้งเมื่อเข้าเขตชุมชน 6. ชะลออย่างระวัง การลดความเร็วรถลงเมื่อลาดชันหรือจุดชมวิว สามารถทำได้เมื่อคุณดูสภาพถนนและการจราจรโดยรวม มองกระจกข้างและหลังอย่างสม่ำเสมอ รู้ว่าตามใคร ใครตาม เขาขับอย่างไร มีใครตามเขาไหม สำคัญในการคาดการสภาพถนนก่อนลดความเร็วรถ 7. หลีกเลี่ยงแอ่งน้ำ อย่าลุย เครื่องยนต์ที่ขึ้นเขาลงเขามาด้วยความร้อนกระโจนลงในน้ำเย็นอาจมีผลเสียถาวรแก่รถและยังไม่ปลอดภัยต่อตัวเองเนื่องจากรถอาจเสียการทรงตัวเพราะเราไม่ทราบได้เลยว่าความลึกของแหล่งน้ำเป็นอย่างไร 8. ดื่มน้ำตลอดการขับขี่ หากร่างกายขาดน้ำบนภูเขาสูงอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนและลดความสามารถในการขับขี่ 9. อย่าฝืนธรรมชาติ เมื่อสภาพอากาศปิด ฝนตกหนัก […]
Read more