Nissan Leaf : Zero Emission ยานยนต์พลังไฟฟ้า

เทคโนโลยีที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดและใช้บ่อยบ่อยนั้นคือ ไฟฟ้า ไม่ว่าท่านจะทำอะไรหรือหยิบจับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวแทบทุกชิ้นนั้นต้องใช้ไฟฟ้าเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเสียบปลั๊กไว้ตลอดการใช้งาน การเสียบชาร์จแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์พกพาเช่นโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น อย่าเพิ่งงงครับเมื่ออ่านถึงตรงนี้อาจสงสัยว่ามาพูดเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าทำไมหรือจะมีบริษัทรถหันมาทำโทรศัพท์มือถือก็ไม่ใช่อีกละครับ สิ่งที่ผมจะพูดถึงนั้นคือ “รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า” อ้าวมันยังไงกันนี่มาถึงตรงนี้ก็ขอเล่าอะไรให้ฟังบ้าง เรื่องของเรื่องนั้นก็คือเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาทาง นิสสัน นั้นได้เชิญสื่อมวลชนบางส่วนให้เข้าไปรับฟังบรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการพัฒนารถไฟฟ้าของทางนิสสันคือเจ้าตัว ลีฟ ซึ่งผมได้เป็นหนึ่งในกลุ่มสื่อมวลชนที่ได้เข้าร่วมงาน แต่พิเศษกว่าเพราะตอนที่เข้าฟังบรรยายนั้นถือว่าเป็นกลุ่มเล็กมากมีแค่ 4 สำนักเท่านั้น งานครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ ผมไปถึงงานก่อนเวลาพอสมควรก็เลยเห็นว่ามีน้องน้องจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาสองสามแห่งเข้ารับฟังบรรยายก่อนผมในช่วงเช้า ผมว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกันที่ทางนิสสันเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่น้องเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติและเป็นการปูทางให้เรียนรู้เทคโนโลยีของโลกในปัจจุบันว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เมื่อได้เวลาแล้วทางพี่ตุ๊กและน้องวิชาญก็เรียกพวกเราเข้าห้องฟังบรรยายโดยมีคุณชนกนันท์ เตชะภัทรพร ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับ การบรรยายในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณฮิเดโทชิ คาโดตะ หัวหน้าวิศวกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจากบริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น บินตรงมาบรรยายเพื่องงานนี้โดยเฉพาะกันเลย เราเริ่มด้วยข้อมูลพื้นฐานของตัวรถกันก่อน โดย นิสสัน ลีฟ มีมิติรถมีขนาด 4445*1770*1545 มม. โดยสารได้ 5 คน การชาร์จไฟ 1 ครั้งนั้นสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 160-200 กิโลเมตรตามโหมดการทดสอบของ อเมริกา ยุโรปหรือ ญี่ปุ่น แบตเตอรี่นั้นใช้แบบ ลิเธียม ไอออน ที่มีน้ำหนักเบา กะทัดรัด โดยมีความจุถึง 24 กิโลวัตต์ […]

Read more

รถอะไรบ้าง เปิดตัวในปีนี้ 2011

ขอรวบรวมไว้สักหน่อยนะครับว่าในปีนี้มีอะไรมาเปิดตัวบ้าง บางยี่ห้อก็ไม่ได้มีงานเปิดตัว บางยี่ห้อก็เป็นเพียงการส่งแค่ข่าวประชาสัมพันธ์มาเพียงแค่นั้น แต่ที่รวบรวมไว้ ก็จะเป็นงานที่ผมไปร่วมงานเองทั้งนั้นครับ มาดูกันครับว่าปีนี้มีอะไรใหม่ๆเข้ามาบ้าง 13/1/2011 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว ปาเจโร สปอร์ต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 VG เทอร์โบ ทั้งขับสองและขับสี่ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 987,000บาท และล่าสุดช่วงปลายปี ได้ออกตัวเบนซิน 2.4 เรียบร้อย และในวันเดียวกัน ก็ได้เปิดตัว ไทรทัน ที่แต่หน้าทาปากใหม่ พร้อมดึง “ตูน”บอดี้สแลม เป็นพรีเซ็นเตอร์อีกด้วย 28/1/2011 ฮอนด้า แจ๊ซ ปรับเปลี่ยนรูปโฉมให้ดู สปอร์ต และโดดเด่นมากขึ้น กับสีใหม่ “สีส้มบริลเลียน” พร้อมของตกแต่งใหม่ๆแต่เครื่องยนต์ยังคงเดิม ด้วยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 590,000 บาท ถึง 715,000 บาท 11/2/2011 เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวยนตรกรรมสุดหรูใหม่ เดอะ นิว เจนเนอเรชั่น Mercedes-Benz CL 500 BlueEFFICIENCY Coupé ด้วยเครื่องยนต์ V8 ไบเทอร์โบดีไซน์ใหม่ขนาด 320 […]

Read more

คนไทยหายเศร้า ตลาดรถฟื้น! MOTOR EXPO 2011 กระหึ่มเกินคาด ทะลุเป้าทั้งยอดขายรถและผู้ชม

ครึ่งทางงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” คึกคักสุดขีด ผู้ชมเกิน 7 แสน ยอดจองรถกว่าหมื่นคัน มาซดามาแรง ตามด้วยนิสสันและอีซูซุ คาดจบงานยอดรวมถึง 25,000 คันแน่ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” หรือ “THE 28th THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2011” เปิดเผยว่ายอดจองรถภายในงานช่วงครึ่งทาง (1-6 ธันวาคม) จำนวนรวมอยู่ที่ 10,533 คัน ใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2553 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 13,514 คัน หรือลดลงร้อยละ 21.4 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ว่ายอดขายรถในงานจะลดลงถึงร้อยละ 25 ภายหลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ ส่วนยอดจองรถในงานทั้ง 12 วัน ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 25,000 คัน มั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน เนื่องจากผู้ชมงานส่วนใหญ่มักตัดสินใจจองรถในช่วง 6 วันสุดท้ายของงาน ที่สำคัญยอดจองปีนี้ไม่รวมของโตโยตา เลกซัส และฮอนดา “ค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างโตโยตาและเลกซัส ประกาศไม่เปิดรับจองรถภายในงานของเรารวมถึงฮอนดาที่โรงงานได้รับความเสียหายหนักจากมหาอุทกภัย ยอดจองรถฮอนดาจึงไม่อยู่ในสภาวะปกติ […]

Read more

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28: MOTOR EXPO 2011 AUTOMOBILE BLOSSOMS IN FULL BLOOM

กิจกรรมประจำปีที่คนรักรถจะมาเดินชมงานไม่ว่าจะเป็นรถหรือชมคนก็กลับมาอีกครั้งแม้ว่าจะมีสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาคณะผู้จัดงานก็ยังยืนยันที่จะจัดงานตามเดิม แถมด้วยปีนี้ยังเปิดให้เข้าชมฟรีอีกด้วย เรามาดูกันดีกว่าครับว่าภายในงานปีนี้ก็มีรถอะไรมาโชว์กันบ้าง แต่ที่ไม่อยากให้คุณผู้อ่านพลาดเมื่อเข้ามาชมในงานก็จะเป็นพวกรถต้นแบบที่แต่ละค่ายขนมาให้ยลโฉมกัน เชฟโรเลต นำรถต้นแบบมาพร้อมกันทีเดียว 2 คัน อีเอ็น-วี และ มีเรย์ ที่สุดแห่งยานยนต์ต้นแบบ ภายใต้แนวคิด การขับเคลื่อนก้าวล้ำอนาคต อีเอ็น-วี รถไฟฟ้า ที่ขับขี่ได้อย่างอิสระ ทั้งตั้งระบบเซ็นเซอร์ และกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว ที่ช่วยบอกระยะห่าง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพการขับขี่ ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีเรย์ รถสปอร์ตโรดสเตอร์ต้นแบบ ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร จึงมีความโฉบเฉี่ยวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ตัวถังผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ และคาร์บอนไฟเบอร์เสริมโพลิเมอร์ ที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และน้ำหนักเบา ปีก สปอยเลอร์หลังปรับระดับได้ เพิ่มแรงกดท้ายและช่วยควบคุมการไหลเวียนของอากาศ ซึ่งถูกออกแบบให้มีฝาถังน้ำมัน และช่องชาร์จไฟติดตั้งอยู่ด้านล่างอย่างแนบเนียน โดยช่องชาร์จไฟมีมาตรวัดแสดงความจุแบตเตอรี่อยู่ด้วย ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าต้นแบบ มิด-อิเล็กทริก (mid-electric) ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15 กิโลวัตต์จำนวน 2 ตัว และใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด1.6 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งชาร์จไฟขณะเหยียบเบรก ให้อัตราเร่งที่คล่องแคล่ว และปราศจากมลพิษอย่างสิ้นเชิง นิสสัน นูวู ซิตี้คาร์3 ประตู ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 120 […]

Read more

ทดลองขับ ALL-NEW FORD RANGER :ขึ้นเขาลงห้วยไม่มีหวั่น

ในช่วงบ่ายวันหนึ่งก่อนการเดินทางผมได้รับโทรศัพท์จากทางทีมงานของฟอร์ดว่ายังสะดวกที่จะร่วมเดินทางไปทดสอบ ฟอร์ดเรนเจอร์ใหม่ อยู่รึเปล่ามีหรือที่จะผมจะตอบปฎิเสธผมก็ได้ตอบยืนยันไปว่าจะไปร่วมทริปแต่ว่าดันลืมถามวันเดินทางไปซะได้แค่จำได้เลาเลาว่าเดินทางวันที่ 17-18 พฤศจิกายน เลยให้อาลองส่งอีเมล์กำหนดการมาให้แต่กลับกลายว่าเป็นวันที่14-15 พฤศจิกายนแทนเลยต้องโทรกลับไปเช็คอีกรอบว่าเดินทางวันไหนบ้างเดี๋ยวจะพลาดไปซะก่อน การทดสอบครั้งจัดขึ้นที่เชียงรายถือว่าเป็นการเดินทางไปเชียงรายเป็นครั้งที่สองในหนึ่งเดือนแถมเป็นการทดสอบรถเหมือนกันอีกต่าง นัดหมายกันเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในตอนเจ็ดโมงเช้าแต่ผมนั้นต้องไปก่อนเวลาพอสมควรเพราะขับรถไปจอดที่นั้นต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย จัดแจงอะไรเรียบร้อยเราก็เข้าไปรอเวลาเดินทางทุกอย่างยังเป็นเช่นเดินยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ครั้งนี้มีของแถมอีกด้วยเรียกว่าเกินความคาดหมายเพราะนอกจากที่กัปตันประกาศว่าจะต้องจอดรอประมาณ 5 นาทีบริเวณที่จอดเครื่องบินเพราะการจราจรคับคั่งเนื่องจากแท็กซี่เวย์เหลือฝั่งเดียวยังงดเสิร์ฟอาหารอีกด้วยเนื่องจากน้ำท่วมโดยจะเสิร์ฟเพียงของว่างและเครื่องดื่มเย็นเท่านั้น ผมเลยออกอาการเซ็งเล็กน้อยเพียงแต่อยากเสนอว่าการบินไทยนั้นควรจะมีอะไรมาทดแทนหรือชดเชยให้กับผู้โดยสารบ้างก็เท่านั้นเอง แล้วเราก็มาถึงสนามบินเชียงรายกันเรียบร้อยคณะพร้อมก็เดินทางเข้าสู่โรงแรมเลอ เมอริเดียน ซึ่งเป็นทั้งที่ปล่อยรถ ฟังบรรยาย และพี่พักของคณะเราในครั้งนี้ โดยในช่วงเช้านั้นจะเป็นการฟังบรรยายความเป็นไปเป็นมาของ ฟอร์ดเรนเจอร์ โดยทีมงาน เรื่องของการออกแบบก็ผู้ออกแบบมาอธิบายให้ฟัง สมรรถนะของรถว่าทำอะไรได้บ้างลุยได้ถึงไหน เครื่องยนต์มีแรงขนาดไหนในรุ่น 2.2 และรุ่น 3.2 ระบบความปลอดภัยในรถที่มีมาให้ เมื่อฟังการบรรยายในช่วงเช้าจบทีมงานก็จะแจ้งให้ทราบว่าใครจะขับรถคันไหนโดยหนึ่งคันนั่งสองคนพร้อมกันบอกถึงเส้นทางที่เราจะใช้กันในครั้งเราจะไปขึ้นดอยช้างกันระยะทางรวมนั้นประมาณ 120กิโลเมตรเท่านั้นเอง แบ่งเป็นทั้งหมดสี่ช่วงพลัดกันขับ เริ่มสัมผัสรถ สิ่งแรกที่เห็นรถหมายเลข 11 สีแดงแบบแสบสันต์เลยนั้นคือขนาดของตัวรถที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยความยาว 5,359 มิลลิเมตร และกว้าง 1,850 มิลลิเมตร แล้วดูว่ายังบึกบึนเสมือนเป็นกระบะพันธุ์แกร่งอย่างแท้จริง การออกแบบนั้นยังเป็นแบบเคเนอติก ดีไซน์ ที่ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแม้ในขณะหยุดนิ่ง ไฟหน้าและกระจกหน้ามีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยล้ออัลลอยแบบชิ้นเดียวช่วยเสริมรูปลักษณ์ให้ลงตัวสำหรับทุกรุ่นและยังช่วยให้รถมีความดุดันและให้ความรู้สึกสปอร์ตยิ่งขึ้น เมื่อก้าวขึ้นมาภายในรถฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามและทันสมัย เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิกา G-Shock ที่สามารถบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงภายใต้กรอบที่ปกป้องตัวเรือนได้อย่างมิดชิด นั้นคือหลักในการออกแบบแผงหน้าปัด นอกจากนี้ทีมนักออกแบบยังได้สร้างสรรค์รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในแบบเดียวกับรอบแผงหน้าปัดของนาฬิกาเพื่อเพิ่มความรู้สึกถึงความทนทานต่อการใช้งาน บริเวณตรงกลางคอนโซลได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์รวมของหน้าจอแสดงผล ปุ่มควบคุมการใช้งาน […]

Read more

แหวกหมอกไปกับ CHEVROLET COLORADO

ปลายเดือนที่ผ่านมาก่อนวิกฤตน้ำท่วมในเมืองหลวงที่ยังไม่สาหัสมากนัก ทางเชพโรเลตก็นำขณะสื่อมวลชนกลุ่มแรกกว่า40ชีวิตบินลัดฟ้าไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อไปร่วมทดสอบรถปิคอัพใหม่รุ่นที่เพิ่งเปิดไม่นาน แน่นอนครับเรานัดหมายกันที่สนามบินสุวรรณภูมิกันในตอนเช้าตรูเพื่อให้ทันก่อนเครื่องออกในเวลาประมาณแปดโมงตามกำหนดการของสายการบิน แต่เนื่องจากการจราจรทางอากาศนั้นหนาแน่แถมแท็กซี่เวย์นั้นใช้ได้แค่ฝั่งเดียวอีก ซึ่งกัปตันประจำเครื่องก็ได้ประกาศว่าจะใช้เวลาประมาณห้านาทีจึงจะออกเดินทาง รอแล้วรอเล่าจนน้องที่นั่งข้างๆหลับไปหนึ่งตื่นแล้วหันมาถามว่ายังไม่ได้ออกอีกเหรอพี่ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คณะของเราล่าช้าไปกว่ากำหนดการกว่าชั่วโมงกันเลยทีเดียว กว่าจะเดินทางถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายก็เป็นเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง มาถึงก็เข้าห้องฟังบรรยายอธิบายถึงการออกแบบต่างๆของรถรุ่นนี้พร้อมทั้งสรุปเส้นทางที่เราจะใช้วิ่งกันในครั้งนี้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสามช่วงโดยมีรถทั้งหมด20คัน แบ่งเป็นเครื่องยนต์2.5และ 2.8 ซึ่งในรุ่น2.8นั้นมาทั้งเกียร์ธรรมดาแบบห้าเกียร์และเกียร์อัตโนมัติแบบ6เกียร์ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์มีทั้งแบบขับสองล้อและขับสี่ร่วมในขบวนด้วย แต่รถที่เอามาในครั้งนี้ยังไม่มีแบบสี่ประตูนะครับ มีแต่ที่เป็นแค็ปธรรมดาก่อน รถหนึ่งคันนั่งสองคน ผมได้ขับไปคู่กับพี่คิงส์รี่จากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นครับเราได้รถหมายเลข 11 เป็นรุ่น 2.8 เกียร์ธรรมดาขับเคลื่อนสี่ล้อที่เป็นตัวรองท็อปเพราะถ้าตัวท็อปนั้นจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ จุดหมายแรกของเราก็คือดอยช้างมูบ สภาพถนนนั้นจะเป็นแบบทั้งออนโรด และออฟโรดมีลุยเล็กน้อย เส้นทางนั้นจัดว่าไม่โหดมากนักในช่วงที่เราออกจากสนามบินก็ผ่านตัวเมืองที่เป็นแหล่งชุมชนนั้นการขับขี่ก็ไม่ได้ลำบากมากนักแม้ตัวรถจะค่อนข้างใหญ่โต ช่วงล่างเช็ตมาแบบกำลังดีไม่นิ่มและไม่กระด้างจนเกินไป เครื่องยนต์นั้นขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดูราแม็กซ์ 2.8 ลิตร คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาทีสำหรับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นดีใช้ได้สามารถเติมคันเร่งเข้าไปได้เมื่อต้องการความเร็วที่มากขึ้น ในช่วงขึ้นดอยช้างมูบนั้นมีบางช่วงก็ได้ลองกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อซึ่งวิธีการปรับเปลี่ยนนั้นไม่ยากเลยเพียงแค่หมุนปุ่มกลมๆที่อยู่บริเวณคอนโซลกลางใกล้กับเบรกมือว่าจะเลือกเป็นแบบไหนไม่ว่าจะ 4H หรือ 4L จะมีไฟดวงเล็กๆแสดงให้ดูอยู่แต่จะไม่มีสัญญาณไฟแสดงที่ปัทม์นะครับทางขึ้นเขานั้นส่วนใหญ่เป็นทางโค้งและใช้ได้ไม่เกินเกียร์สามเท่านั้นบางครั้งผมก็คาเอาไว้ที่เกียร์สามไม่เปลี่ยนเกียร์แต่จะใช้วิธีเติมคันเร่งเข้าไปแทน วิธีนี้แสดงให้เห็นถึงแรงบิดที่มีของรถที่สามารถมาได้อย่างต่อเนื่องแต่ไม่อยากแนะนำให้ลองกันนะครับ ใช้เกียร์กับความเร็วให้เหมาะสมกันดีกว่า อุปสรรคอย่างหนึ่งในครั้งนี้ที่ผมลืมบอกท่านผู้อ่านไปตั้งแต่เราลงมาที่สนามบินเขียงรายนั้นฝนก็ได้ตกพรำมาตลอดทางทำให้ในช่วงที่เราขึ้นเขากันนั้นหมอกลงจัดมากทัศนวิศัยในการขับขี่เข้าขั้นเลวร้ายเลยบางช่วงเห็นรถคันหน้าในระยะแค่ไม่ถึง10เมตร กว่าเราจะถึงดอยช้างมูบเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงกันก็ล่วงเลยเวลาไปจะถึงบ่ายสองสภาพนั้นเรียกว่ากินกันกลางฝนเลย ช่วงที่สองนั้นก็มีการเปลี่ยนมือกันบ้างโดยพี่คิงส์นั้นรับหน้าที่เป็นผู้ขับขี่ คราวนี้ก็เลยมาสำรวจอุปกรณ์ภายในกันบ้างว่ามีอะไรกันบ้างในห้องโดยสารนั้นได้รับการพัฒนาเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบปรับอากาศดิจิตอลอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เครื่องเสียงเชื่อมต่อบลูทูธ วิทยุแบบซีดีหนึ่งแผ่น […]

Read more

ทดลองขับรถ HONDA CITY ใหม่ โดยผู้หญิงขับรถ: ธัญญลักษณ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

ทดลองขับรถยนต์โดยผู้หญิง หรือผู้หญิงขับรถ ก็เป็นคอลัมน์ที่จะมีขึ้นเป็นระยะระยะ สำหรับครั้งนี้ รถที่ขับก็คือ HONDA CITY ใหม่ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554 หลังจากการเปิดตัวก็จะมีรอบให้สื่อมวลชนได้ลองขับกัน โดยครั้งนี้ก็ได้ลองขับโดยผู้หญิงกันบ้างค่ะ นัดกันเก้าโมงเช้าที่ โรงแรม Ma Du Zi มุมถนนสุขุมวิทที่จะไปศูนย์สิริกิติ์ ออกจากบ้านที่สวนสยามประมาณ 6.50 น. เพราะไม่มั่นใจว่าการจราจรช่วงเช้าจะหนาแน่นแค่ไหน เพราะเอาแน่เอานอนกับการจราจรในกรุงเทพฯไม่ได้ ผ่านด่านทับช้างหน้าด่านแถวยังไม่ยาวมากนัก แล้วก็ไปทางด่วนศรีรัชมิ์ก็ค่อนข้างคล่องตัว สะดวกหน่อยที่มี Eazy Pass แต่ก็เจอปัญหาเข้าจนได้เพราะไม่ตัดเงินจากบัตร ไม้ก็เลยไม่ยก ต้องบีบแตรเรียกเจ้าหน้าที่ ให้มารับบัตรไปสแกน ดิฉันใช้บัตร Eazy pass แต่ไม่เคยเลยค่ะที่จะมีความมั่นใจและวิ่งผ่านด่านโดยไม่ชะลอและไม่เหยียบเบรก เพราะกลัวไม้จะไม่ยก เดือนกันยายนที่ผ่านมาพบปัญหาสองครั้ง แล้วก็วิ่งมาลงทางด่วนสุขุมวิท ก็ค่อนข้างคล่องตัว ติดอยู่แยกอโศกไม่นานนักพอที่จะเพลิดเพลินกับป้ายโฆษณาที่มุมถนน มีป้ายบอกความดังของเสียงบนถนนช่วงนั้น ปริมาณฝุ่น อุณหภูมิ เลยเก็บภาพมาให้ดูกันเล่นๆ และแล้วก็มาถึง โรงแรม Ma Du Zi มาดูซิว่ามีอะไรบ้างเป็นโรงแรมขนาดกะทัดรัดตกแต่งสวยงาม เห็นบอกว่าเป็นโรงแรมปิดก็ไม่ได้สนใจที่จะถามเพราะไม่มีความจำเป็นที่จะมาพักที่นี่ มาถึงที่นัดหมายก่อน 7.30 น. เจ้าหน้าที่กำลังดูความสะอาดและความเรียบร้อยของรถอยู่ เมื่อมาถึงก่อนก็มีโอกาสสำรวจตัวรถทั้งภายนอกภายใน งั้นก็มารู้จัก […]

Read more

ตะลุยเกาหลีไปกับฮุนได ตอนที่3 เห็นแล้วไม่น่าเชื่อ

ห่างไปนานแล้วสำหรับการตะลุยเกาหลีในตอนนี้ไม่มีอะไรครับเพียงแต่ว่ามีงานเข้ามาเยอะเลยต้องพักเรื่องเกาหลีไว้ซะหน่อยคราวนี้พร้อมแล้วก็เลยรีบที่จะมาเล่าต่อครับ ทิ้งไว้ว่าจะทำยังไงเนื่องจากรองเท้าที่ใส่มาเปียกชุ่มเลยหลังจากเข้าโรงแรมแล้วก็เริ่มหาอุปกรณ์ที่จะช่วยให้รองเท้าแห้งได้เป็นอื่นไม่ได้นอกจากไดร์เป่าผมซึ่งมีอยู่ในห้องน้ำ ทีแรกก็เปิดลมร้อนลมก็แรงดีอยู่แต่ว่าซักพักมันก็ตัดทำได้อยู่แบบนี้ไม่นานก็ทนไม่ได้ ก็เลยตัดใจลองใช้ลมเย็นเปิดไปตลอดคืนกลางดึกค่อยมาเปลี่ยนข้างเอาก็แล้วกัน สุดท้ายเช้ามาก็รอดตัวไปรองเท้าแห้งทั้งสองข้างเลย ตามมาตรฐานในการเดินทางที่เป็นกรุ๊ปหรือทัวร์ ถ้าจะต้องเดินทางนั้นต้องรักษาเวลา คณะของเราก็เช่นกันต้องพร้อมกันในเวลาแปดโมงที่หน้าโรงแรมและที่สำคัญวันนี้เราไม่ได้เดินทางโดยรถบัสของบริษัททัวร์แต่เป็นรถบัสของทางฮุนไดมอเตอร์ที่ส่งรถมารับคณะของเรา เมื่อพร้อมแล้วเราก็ออกเดินทาง สภาพอากาศนั้นแย่มากครับ ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย การจราจรนั้นติดขัดเป็นอย่างมากสภาพสองข้างทางโดยเฉพาะบริเวณใกล้แม่น้ำฮาน(ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะครับ)น้ำท่วมสูงมากทัศนวิสัยแย่มาก เราใช้เวลาเดินทางนานมากขนาดว่าผมหลับไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่ถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาของฮุนไดที่เมืองนันยางซะที คณะของเราก็ได้มาจอดรถแวะพักให้เราเข้าห้องน้ำแบบมอเตอร์เวย์ของบ้านเราเพราะเส้นทางที่วิ่งนั้นก็คล้ายกับทางมอเตอร์เวย์นั้นเองครับ การเดินทางจากกรุงโซลไปเมืองนันยางนั้นปกติใช้เวลาประมาณไม่เกินสองชั่วโมงครึ่ง แต่ที่เราใช้วันนี้นั้นเกือบสี่ชั่วโมงแล้วยังเดินทางไปไม่ถึงเลยก็เลยมีการเปลี่ยนแผนกันเล็กน้อยคือเราจะแวะไปรับประทานอาหารกลางวันกันก่อนที่โรงแรม ROLLING HILLS ซึ่งทีมงานก็ได้มีการประสานงานไว้แล้วซึ่งอาหารนั้นก็ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว หลังจากอาหารเที่ยงแล้วเราก็ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดหมายของเราในวันนี้คือศูนย์พัฒนาวิจัย หรือ R&D Center ของฮุนไดซึ่งทางทีมงานนั้นก็ขอความร่วมมือให้มอบทั้งกล้องและโทรศัพท์ไว้กับทีมงานเพราะภายในศูนย์ห้ามบันทึกภาพโดยเด็ดขาดซึ่งทีมฮุนไดประเทศไทยจะส่งรูปให้ภายหลัง เมื่อเข้ามาแล้วนั้นผมก็เริ่มสังเกตุสิ่งต่างๆภายในศูนย์สายตาก็ไปกระทบกับสถานีเติมเชื้อเพลิงแบบไฮโดรเจนเข้าให้ แถมยังมีรถแบบไฮบริดผสมกับก๊าซแอลพีจีเข้าให้อีกไม่น่าเชื่อครับว่าฮุนไดนั้นวิจัยและพัฒนาให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงทางเลือกแบบนี้ไม่แพ้ฝั่งญี่ปุ่นหรือยุโรปเลยแถมยังมีแอบเห็นรถที่ใช้พลังงานแบบ FUEL CELL อีกต่างหาก ในการเยี่ยมชมศูนย์ R&D Center คณะของเราได้เข้าร่วมฟังพรีเซ็นเตชั่นที่แสดงให้เห็นถึงนโยบายการผลิตและพัฒนารถยนต์ที่มุ่งเน้น “นวัตกรรม” และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮุนได ให้เห็นภาพถึงแนวทางและอนาคตของรถยนต์แบรนด์ฮุนไดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี และการเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ จนถึงการผลิตรถยนต์ แทนการทำตลาดด้วยรถยนต์ที่สามารถแข่งขันทางราคาเพียงอย่างเดียว ศูนย์พัฒนาวิจัยขนาด 3.47 ล้านตารางเมตร มูลค่าหลายล้านดอลล่าร์ของฮุนได ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญต่างๆในการพัฒนารถยนต์ที่ทันสมัย ตั้งแต่อุโมงค์ลม ขนาด 6 x8 เมตร มูลค่ากว่า 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ที่มีขนาดใหญ่รองรับการทดสอบในหลายรูปแบบทั้งด้านสมรรถนะ และความสบายในการเดินทาง ลานทดสอบสภาพถนนในทุกประเภทตั้งแต่ถนนวงแหวนทดสอบความเร็วสูงสุดไปจนถึงถนนขรุขระเพื่อวัดเสียงและความทนทานของช่วงล่าง ห้องทดสอบการชน หรือ crash test […]

Read more

“อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” ปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก มาตรฐานใหม่แห่งวงการรถยนต์

อีซูซุเปิดตัวรถปิกอัพใหม่หมดหัวจดท้ายครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย “อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” ผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ดุจรถไฟหัวกระสุนและเทคโนโลยีอัจฉริยะดุจอากาศยานส้ำสมัย พลิกโฉมหน้าโลกยานยนต์ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพ อีซูซุได้พัฒนาและออกแบบ “รถปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก” ใหม่หมดทุกมิติ โดยยึดความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยเป็นหลัก เพราะตลาดปิกอัพขนาด 1 ตันของไทยมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (หากรวมตลาดปิกอัพขนาด 1.5 ตัน ประเทศไทยจะเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา) และยังมีรูปแบบการใช้รถปิกอัพที่หลากหลายมากที่สุด นำมาสู่ความเป็นสุดยอดยนตรกรรมสำหรับคนทั้งโลกอย่างแท้จริง มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “นับแต่วันแรกที่รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก จนกระทั่งวันนี้ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการรถยนต์เมืองไทยมากมาย พร้อมทั้งยังได้รับความมั่นใจจากผู้ใช้ทั่วโลกด้วยยอดจำหน่ายรวมกว่า 2 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของกลุ่มอีซูซุ เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนารถปิกอัพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราพร้อมที่จะนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของวงการรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” รถปิกอัพสำหรับคนทั้งโลกที่รวมนวัตกรรมที่ทันสมัย ล้ำหน้า ได้รับการออกแบบใหม่หมด ทั้งขนาด รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน ผสานกับ “อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล” เทคโนโลยีเครื่องยนต์คอมมอนเรลแห่งอนาคตล่าสุดของโลก ที่ทั้งทรงพลังยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยศักยภาพที่พร้อมรองรับมาตรฐานการควบคุมด้านมลพิษที่เข้มงวดที่สุดในอนาคต เพื่อตอบรับทุกความต้องการของผู้ใช้รถทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ของโลกปิกอัพที่คุ้มค่าที่สุดแห่งยุค […]

Read more

VIOS WE LOVE พาเที่ยว จ.พิษณุโลก By : Mr.O

หลังจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ พรีเซนเตอร์สาว สวย สดใส ร่าเริง คนใหม่สำหรับวีออส คือ เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ ที่จะเข้ามาเสริมภาพลักษณ์ร่วมกับ โจ และ ว่าน ในภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดปลายเดือนที่ผ่านมา ก็ไม่รอช้าพาสื่อมวลชนมุ่งหน้าร่วมโครงการ VIOS We Love พร้อมทดสอบสมรรถนะและอัตราความประหยัดน้ำมัน ณ จ.พิษณุโลก กิจกรรมนี้เริ่มกันตั้งแต่เช้าตรู่ นัดรวมพลสื่อมวลชนกันที่โรงแรม เรเนซองส์ ราชประสงค์ โดยมีคุณวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มากล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชน เพื่อฟังบรรยายเส้นทางและกติกาการขับขี่ หลังจากนั้นก็ไปที่รถเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง แต่สิ่งแรกที่เห็นคือ NEW TOYOTA VIOS ที่ทำการตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลวดลายต่างๆ สีสันสดใส ดูโดดเด่น สะดุดทุกสายตาเป็นที่สุด จำนวนทั้งหมด 10 คัน โดยเริ่มเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยการขับเป็นขบวนอย่างงดงาม เพื่อให้ผู้ใช้รถหรือผู้คนที่อยู่ตามทางที่เราผ่านไป เห็นความงามไปพร้อมๆกับเรา จนถึงนครสวรรค์เราแวะเติมน้ำมันกันให้เต็มถังทุกคัน […]

Read more
1 92 93 94 95 96 110