จัดเต็มในทุกความต้องการไปกับ All New Toyota Camry Hybrid. By : Mr.O

หลังจากที่ คุณโจ้ ได้ไปทดลองขับ All New Toyota Camry ตัว 2.5 ลิตรมาแล้ว (http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=1097) คราวนี้ก็ถึงตาผมบ้างครับ ที่จะได้ไปสัมผัสเจ้า All New Toyota Camry นี้กัน แต่เป็นตัว Hybrid นะครับ โดยเส้นทางที่ใช้ในการทดลองขับในครั้งนี้ก็จะเป็นเส้นทางจาก กรุงเทพฯ ไปถึงเกาะช้าง จังหวัดตราด รวมระยะทางไปกลับนั้นก็ประมาณ หกร้อยกว่ากิโลเมตรได้ครับ All New Toyota Camry เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพียงไม่กี่เดือนยอดจองในทุกรุ่นรวมกันมีกว่า 3,500 คันไปแล้ว ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภายนอกและภายใน แถมยังเปลี่ยนหัวใจใหม่อีกเสียด้วย จึงถูกใจใครหลายๆคนเลยทีเดียวครับ ภายนอกนั้น จะเหมือนก็ไม่เหมือนตัว 2.5 ลิตรซะทีเดียวครับ ไฟหน้า กระจังหน้า โลโก้สามห่วงด้านหน้า กันชนหน้า ไฟตัดหมอกด้านหน้า ก็ไม่เหมือนกันแล้วครับ มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดูแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ ด้านข้างนั้นเหมือนกันเลย เพียงแต่เพิ่มโลโก้ Hybrid ขึ้นมาเท่านั้น เช่นเดียวกับด้านท้าย ที่เพิ่มเพียงแค่โลโก้ Hybrid และสัญญาลักษณ์สามห่วงรูปตัวที ที่พื้นหลังเป็นสีออกฟ้าๆนั่นแหละครับ ภายในขอพูดถึงตัวท็อบเลยก็แล้วกันนะครับ […]

Read more

MICHELIN Balance Of Performance @ BONANZA SPEEDWAY : By Mr.O

หลังจากที่เคยได้บินข้ามประเทศ ไปร่วมกิจกรรม Michelin Pilot Sport Experience เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ที่ประเทศมาเลเซีย(http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=782) ล่าสุด มิชลิน จัดกิจกรรมทดสอบยางหลากรุ่นทั้งทางเรียบและทางฝุ่น ณ สนาม โบนันซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ ที่เขาใหญ่ โดยใช้เต็มสนามความยาวประมาณ 2กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นสถานีต่างๆ รวมทั้งมีพื้นที่สำหรับทดสอบยางออฟโรด ปิดท้ายด้วยการขับรถแข่งอย่างเจ้า Renault Clio เครื่องยนต์ 220 แรงม้า เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4 วินาที น้ำหนักรถ 1,000 กิโลกรัม ใส่ยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 3 อีกด้วย การทดสอบแรก เริ่มจากการประหยัดน้ำมันกันก่อนเลย ด้วยการทดสอบเรื่องการลดแรงต้านการหมุนของยาง มิชลิน ทั้งยางเก๋ง Primacy LC, ยางปิกอัพ Latitude Cross และยางเอสยูวี Latitude Tour HP เปรียบเทียบด้วยการใช้รถรุ่นเดียวกัน ใส่ยาง มิชลิน และยางยี่ห้ออื่น […]

Read more

NEW TOYOTA CAMRY : นุ่มนวลชวนเคลิ้ม

หลังจากการเปิดตัวไม่นานของซีดานระดับหรูที่ขายดิบขายดีแบบต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันที่ได้มีการเปิดตัวมาถึงสี่รุ่นจนล่าสุดเป็นรุ่นที่ห้านั้นคือ โตโยต้าคัมรี่ใหม่ ที่ได้เปลี่ยนรูปลักษณะจากโค้งมนมาเป็นแบบมีเหลี่ยมมีมุมดูแปลกตาแต่ยังคงซ่อนความหรูหราไว้ภายใน นัดหมายของการทดสอบในครั้งนี้มีการแบ่งการทดสอบออกเป็นสองทริปซึ่งทางผมนั้นอยู่ในทริปแรกเดินทางก่อน ซึ่งทริปแรกนั้นประกอบไปด้วยพี่ๆน้องๆจากสื่อต่างๆรวม 24 คน เราออกเดินทางจากโรงแรมเรเนซองซึ่งรถทดสอบที่เป็น โตโยต้าคัมรี่ใหม่มีทั้งหมด 6 คัน โดยหนึ่งคันนั่งสองคนส่วนอีก 12 คนที่เหลือนั้นให้ขับโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ตามไปอีกสามคันโดยแบ่งออกเป็นสี่ช่วงสองวัน เส้นที่เราวิ่งกันนั้นช่วงแรกออกจากโรงแรมแล้วขึ้นทางด่วนลงถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่หัวหินแวะเปลี่ยนคนขับที่ปั้ม ปตท.วังมะนาว ช่วงที่สองออกจาก ปตท.วังมะนาวมุ่งหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลหัวหินโดยวิ่งเข้าเส้นบายพาสแล้ววนเข้าโรงแรมเป็นอันจบการเดินทางวันแรก ช่วงที่สามโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลหัวหินมุ่งสู่ร้านแดง ซีฟู๊ด ช่วงสุดท้ายร้านแดง ซีฟู๊ดถึงโรงแรมเรเนซอง หลังจากฟังเส้นทางที่เราจะใช้กันในทริปนี้ก็ลงมาพร้อมกันที่รถเพียงแค่ผมลงที่รถฟอร์จูนเนอร์ช้าไปนิดเดียวตำแหน่งภายในรถที่เหลืออยู่นั้นก็คือหลังพวงมาลัยเป็นอันว่าผมต้องทำหน้าที่พลขับไปโดยปริยายซึ่งการขับขี่ฟอร์จูนเนอร์นั้นคงจะไม่เล่าบอกแค่ว่ายังเหมือนเดิม เรามาดูรายละเอียดตัวรถของโตโยต้าคัมรี่กันดีกว่าว่ามีอะไรยังไงบ้างก่อนที่ผมจะได้สัมผัสตัวเป็นๆแบบเต็มๆในครั้งนี้เริ่มจากเครื่องยนต์รุ่น 2.5 G 2AR-FE DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i 2,494 ซีซี181แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตร/4,100 รอบต่อนาทีส่งผ่านกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Sequential Shiftมาตรฐานไอเสียยูโร 4 และรองรับการใช้น้ำมัน E20พร้อมด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโครง ด้านหลังแบบ ดูอัลลิงค์สตรัท ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็น กันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอกหน้า […]

Read more

เสี้ยวนาทีกับ MITSUBISHI MIRAGE

หากจะกล่าวถึงรถเล็กประหยัดน้ำมันแล้วราคาไม่แพงในช่วงนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นกับรถในกลุ่มอีโคคาร์เล็กประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษน้อยตามข้อกำหนดของรถอีโคคาร์ที่ทางรัฐได้ประกาศไว้ จนมาถึงช่วงนี้อีโคคาร์ก็ได้เปิดตัวเข้าสู่ตลาดหลากหลายจึงเกิดเป็นสงครามรถเล็กแบบย่อมๆทั้งเรื่องราคาแถมยังมีการอัดโปรโมชั่นกันเข้าไปอย่างจนล่าสุดนั้น มิตซูบิชิ ได้ทำการเปิดตัว มิราจ เข้าสู่ตลาด หลังจากการเปิดก็มีการร่อนจดหมายเชื้อเชิญให้ไปทดลองขับแบบสั้นๆเรียกได้สั้นมากได้ขับแค่สองรอบสนามพีระเซอร์กิตเท่านั้นเอง การทดสอบนั้นทางมิตซูบิชิแบ่งออกเป็นสี่สถานีเพื่อทดสอบสมรรถนะของรถในสนามส่วนการลองแบบยาวๆแบบเป็นทริปนั้นต้องรอกันอีกสักพัก เริ่มต้นจากสถานีที่ 1 เป็นทดสอบอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งบนช่วงทางตรง มิราจนั้นใช้เครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valve รหัสเครื่อง 3A92 ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาทีระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ พร้อม Sportronic และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III ที่ประสานงานกันแบบเข้าขาและมีการพัฒนาที่ดีขึ้นทำให้ผมนั้นลืมเกียร์ CVT แบบก่อนๆไปสังเกตจากการขับขี่นั้นแทบไม่ต่างจากเกียร์อัตโนมัติแบบปกติ อัตราเร่งนั้นจัดว่าพอใช้ค่อนข้างไปในทางที่เกือบดี ทำไมผมถึงกล่าวแบบนี้คุณผู้อ่านก็อย่าลืมนะครับว่ามันเป็นรถเล็กจะเทียบกับรถเครื่องใหญ่ๆก็คงจะไม่ไหวแต่จะได้เปรียบก็คือน้ำหนักของตัวรถที่มีน้ำหนักเพียงแค่น้ำหนักรวมอยู่ที่ 825-870 กิโลกรัมในแต่ละรุ่นบททดสอบแรกถือว่าพอใช้สอบผ่านครับ สถานีที่สองเป็นการทดสอบแรงบิด โดยออกตัวจากจุดหยุดนิ่งแล้วไต่ขึ้นเนินที่เป็นทางโค้งเพื่อจำลองสถานการณ์ในการไต่ขึ้นเขานั้นจะสามารถทำได้ดีแค่ไหน มิราจ นั้นแม้จะมีแรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาทีก็ไม่ใช่ปัญหาในการขึ้นเขาผมว่ารถสมัยนี้พัฒนาขึ้นมากสามารถขึ้นดอยอินทนนท์ได้สบายๆอยู่ที่ว่าขับเป็นรึเปล่ามากกว่า สถานีที่สาม สลาลม เช่นเดิมการขับแบบสลาลมนั้นจะแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวของรถและการควบคุมพวงมาลัยผมเข้าสลาลมด้วยความเร็วประมาณ […]

Read more

เข้าป่าฝ่าดงลองสมรรถนะของ โคโลราโด : COLORADO IN THE JUNGLE

แม้ว่าจะเคยไปลองขับมาแล้วกับเจ้าเชพโรเลต โคโลราโด แต่นั้นก็เป็นถนนธรรมดาหรืออาจจะเป็นทางขึ้นเขายังไม่มีอะไรที่ท้าทายเท่าไรใครอยากจะรู้ว่ามันเป็นยังไงก็ลองไปอ่านกันอีกครั้งได้ที่นี่เลยครับhttp://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=921 อย่างที่เคยบอกตลาดรถกระบะนั้นมี่การแข่งขันกันสูงบางครั้งก็ต้องจัดกิจกรรมแปลกๆที่ไม่ค่อยมีใครจัดกันเพื่อให้เกิดความแตกต่างกันบ้าง มาครั้งนี้เชพโรเลต ก็เลยจัดทริปนำสื่อมวลชนเข้าป่าไปลองขับทางในรูปแบบออฟโรดกันแบบเบาๆ ทางนั้นไม่ถึงกับโหดมากให้พอที่ผู้สื่อข่าวได้ลุ้นได้เสียวกันซะหน่อย นัดหมายกันในตอนเช้าที่เมืองทองธานี เข้าฟังบรรยายร่วมกับสรุปเส้นทางที่เราจะใช้กันในครั้งนี้ซึ่งเราจะมุ่งหน้าสู่ เขตชายป่าห้วยขาแข้งในอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 345 วิ่งออกไปยังสุพรรณบุรี ผ่าน อำเภอท่าช้างแล้วเข้า จังหวัดอุทัยธานี ทางธรรมดานั้นผมคงจะเล่าให้ฟังนิดหน่อยในช่วงท้ายแต่จะไปเน้นอยู่ที่ทาง ออฟโรด เพราะเรามาทริปลุยป่ากันนิครับ ผมได้รถเชพโรเลต โคโลราโด เครื่องยนต์ 2.5 ระบบขับเคลื่อน สี่ล้อ เกียร์ธรรมดาพร้อมเพื่อนร่วมทางอีกหนึ่งคือคุณโบ๊ท จากรายการคอคนรักรถ เราออกจากเมืองทองแวะไปรับประทานอาหารเที่ยงที่สุพรรณก่อนจะไปอุทัยธานีกันในเวลาประมาณ บ่ายนิดๆก่อนที่จะลุยเข้าป่ากัน ก่อนเข้าป่าก็แวะพักทำธุระส่วนตัวกันก่อน ได้สอบถามทีมงานว่าระยะทางในการขับแบบออฟโรดยาวเท่าไรทีมงานแจ้งว่าแค่ 14 กิโลเองพี่ ซึ่งทางก็ไม่ได้ยาวเท่าไรนี่ แต่ใช้เวลานั้น 2 ชั่วโมงกว่าเลยนะ โฮ! มันจะโหดอะไรขนาดนั้นก็ได้นึกอยู่แต่ในใจ เริ่มการทดสอบจากถนนลาดยางเข้าสู่ทางฝุ่น ข้างทางที่เป็นป่าไผ่ความแห้งแล้งของอากาศประกอบกระแสลมทำให้เพียงแค่เริ่มต้นเราก็เจอกับไฟป่าย่อมๆของข้างทาง เสียงวิทยุสื่อสารดังว่าไม่ต้องตกใจมันเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยๆกับป่าไผ่พร้อมทั้งสั่งให้พวกเราปรับเข้าสู่โหมดการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ ซึ่งการปรับเปลี่ยนนั้นไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งไม่ว่าจะเป็นเกียร์แบบไหนเพียงแค่จอดรถเข้าเกียร์ว่างแล้วหมุนปุ่มที่อยู่ตรงบริเวณคันเกียร์หมุนไปในต่ำ 4H แล้วก็ขับรถออกไปรถก็จะเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้เอง ทางช่วงแรกนั้นไม่ลำบากยังขับกันได้แบบเรื่อยๆผิวทางถูกปกคลุมไปด้วยใบไผ่กับเศษใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นและลมพัดลงมาที่พื้นผิวทาง เราไม่อาจใช้ความเร็วได้โดยสภาพของทาง ค่อยๆไหลกันไปทีละคัน ยิ่งเราเข้ามาลึกเรื่อยๆสัญญาณโทรศัพท์ก็หายไปมีแต่เสียง วอ ที่คอยบอกว่าจะต้องทำยังไงบ้างขับมานานแค่ไหนก็ไม่ทราบจากที่เราขับกันอยู่แบบ 4H ก็ถูกสั่งให้เปลี่ยนมาเป็น 4L เนื่องจากมาทางชันและพื้นทางนั้นเป็นโขดหินเราต้องใช้ความระมัดระวังยิ่งขึ้นเพราะถ้ารีบร้อนหรือขับผิดพลาดมีหวังใต้ท้องครูดและรถเสียหายอาจจะเป็นเหตุให้กินข้าวลิงอยู่ในป่านี้ก็เป็นได้ ผ่านมาค่อนทางเจอไปทั้งทางลูกรังอัดแน่น ทางลูกรังหินลอย […]

Read more

แรกสัมผัสประทับใจไปกับ All-New Hyundai Elantra

หลังจากเลื่อนการเปิดตัวมาจากช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาสาเหตุนั้นก็คือพิษของน้ำท่วมที่หลายท่านได้ประสบพบเจอจนแล้วจนรอด เวลาการเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็มาถึง งานนั้นแบ่งออกเป็นสองช่วงโดยในช่วงเช้าเป็นการเปิดตัวรถส่วนในช่วงบ่ายจัดให้ผู้สื่อข่าวร่วมทดลองขับกันในสนามมอเตอร์สปอร์ตแลนด์หรือที่แดนเนรมิตเก่านั้นเอง จัดกันแบบง่ายๆสั้นๆขับกันคนละสองรอบในเวลาไม่ถึง5นาทีแต่พอบอกอารมณ์ความรู้สึกแบบไม่ต้องลึกซึ้งมากรถนั้นมีอุปกรณ์อะไรบ้างบอกตรงนี้คงยังไม่หมดอาศัยเพียงก้าวเท้าขึ้นรถแล้วขับออกไป สองรอบที่ได้ลองนั้นแรกรู้สึกนั้นคือคันเร่งแข็งต้องออกแรงซะหน่อยเพื่อให้ขยับตัวออกไปได้เริ่มทำความคุ้นเคยกันเล็กน้อยพร้อมดูไลน์ในการขับด้วยรอบแรกผ่านไปความรู้ของช่วงล่างนั้นออกมาในแนวสปอร์ตให้ความมั่นใจได้ รอบสองใช้ความเร็วเพิ่มมากขึ้นการควบคุมรถนั้นทำได้ไม่ยากสามารถเอาอยู่น้ำหนักพวงมาลัยอาจจะเบาไปซะหน่อยแต่ไม่ใช่ปัญหาในการแก้ไขอาการที่รถจะหลุดโค้งดูเหมือนว่าจะมีระบบ ESPมาให้ด้วยใช่จริงๆครับพอมาดูข้อมูลที่ได้มารถนั้นมีทั้ง ESP และ VSM ที่เป็นช่วยในการทรงตัวและการควบคุมรถ ระบบเบรกนั้นไว้ใจได้แต่ยังไม่ได้ลองการเบรกแบบกระทันหันว่าจะยาวซะแค่ไหนคงต้องบอกว่าแค่ช่วงเวลาสั้นๆประมาณ 5 นาทีที่ได้สัมผัสนั้นรถคันนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะไว้รอโอกาสที่จะได้จัดเต็มเร็วๆนี้ โปรดติดตามตอนต่อไป… All-New Hyundai Elantra ออกทำตลาดด้วยกันถึง 3 รุ่น คือ รุ่น 1.8E (เกียร์แมนนวล 6 สปีด) รุ่น 1.8S (มาตรฐานเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) และรุ่น 1.8G (รุ่นสูงสุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ในราคาแนะนำช่วงเปิดตัว และในงาน Bangkok International Motor Show เพียง 899,000 บาท (จำนวนจำกัดสำหรับ 200 คันแรก) 1,088,000 บาท และ 1,198,000 บาท ตามลำดับ ซึ่งมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ – เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ขนาด […]

Read more

ท่องไปในลาวใต้กับ NISSAN NAVARA

ตลาดรถกระบะนั้นจะว่าไปก็มีการแข่งกันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใครกันง่ายๆ เพราะส่วนแบ่งของตลาดรถโดยรวมนั้นเกินครึ่งมาจากรถกระบะแม้ว่าช่วงที่ผ่านมารถเก๋งจะมีส่วนแบ่งเพิ่มมากขึ้นก็ตาม จนสัดส่วนเริ่มชิดใกล้เข้ามาเป็น 50:50 แต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวรถกระบะใหม่ประจวบเหมาะกับสภาวะน้ำท่วมเข้ามาด้วยแล้วทำให้เชื่อได้ว่าตลาดรถกระบะนั้นจะกลับและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น60:40 ที่เล่าให้ฟังนั้นเพียงแค่อยากให้ท่านผู้อ่านนั้นได้รับรู้ข้อมูลตลาดรถกระบะนั้นมีการแข่งขันสูงมากทำให้ตลาดรถกระบะนั้นไม่สามารถอยู่นิ่งได้ไม่ว่าจะเป็นการอัดโปรโมชั่นหรือปรับปรุงเสริมแต่งอุปกรณ์เข้าไปในตัวรถ ครั้งนี้ก็เช่นกันทางนิสสันก็ได้ส่งรถรุ่น นาวารา ที่ได้เสริมอุปกรณ์ใหม่ๆเข้ามากระตุ้นตลาดหรือที่พวกผมเรียกว่าแต่งหน้าทาปากเพิ่มโน้นนั่นนี่โน้นโดยใช้ชื่อว่านาวารา แกรนด์ ไททาเนียม และนาวารา สปอร์ต เวอร์ชั่นใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาโดยทั้ง 2 รุ่นเป็นการปรับโฉมใหม่ให้กับนาวารา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหากระบะรูปลักษณ์แบบสวยแกร่ง และแบบสปอร์ต นิสสัน นาวารา รุ่น แกรนด์ ไททาเนียม ที่มาในรุ่น ยกสูงคาลิเบอร์ทั้งในรุ่นคิงแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ เสริมความแข็งแกร่งด้วยชุดแต่ง สีไททาเนียม ทั้งกระจังหน้า การ์ดกันชนหน้า กันชนหลัง กระจกมองข้าง มือจับเปิดประตู พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ส่วนนาวารา รุ่น สปอร์ต เวอร์ชั่น ได้รับการแปลงโฉมทั้งในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ และขับเคลื่อนสองล้อแบบยกสูง คาลิเบอร์ ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทรง V-SHAPE ขนาดใหญ่ และกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ทั้ง 2 รุ่น ยังมากับอุปกรณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ไฟเลี้ยว LED ใหม่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ให้คุณเพลิดเพลินตลอดเส้นทางกับปุ่มปรับเครื่องเสียงที่ควบคุมง่ายจากปลายนิ้ว พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น […]

Read more

The All-New Lexus GS: The Mark of Supremacy The Grand Touring Sedan of Lexus สปอร์ตซีดานสุดหรู เหนือระดับ สะกดทุกสายตา

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศิตชัย จีระธัญญาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ มร.มาซาชิ ยามาเนะ ผู้ช่วยหัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ร่วมแถลงข่าวแนะนำสุดยอดสปอร์ตซีดานสุดหรู The All-New Lexus GS อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2554 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำสุดยอดสปอร์ตซีดานสุดหรู ระดับชั้นนำของโลก สัมผัสความหรูหรา ล้ำสมัย สปอร์ต เร้าใจ กับโฉมใหม่ล่าสุดของ The All-New Lexus GS “The Mark of Supremacy” จากแนวคิดในการพัฒนา GS เจนเนอเรชั่นที่ 4 ให้เป็น “The […]

Read more

ตะลุยข้ามแดนไปกับ The New Mazda BT-50 Pro. By : Mr.O

ด้วยเส้นทางที่ทดลองขับกันแบบข้ามแดน ไกลถึงเมืองมรดกโลก อย่างเมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเพื่อนบ้านของเรา พระเอกในงานนี้ก็คือ Mazda BT-50 Pro กระบะน้องใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ต้องหันมามอง ด้วยรูปร่างหน้าตา ที่ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ค้านกับคำว่า “กระบะ” ที่จะต้องมีบุคลิก และลักษณะที่บึกบึน แข็งแรง เหมือนผู้ชายกล้ามใหญ่ๆ ที่พร้อมจะแบกของ และลุยไปได้ทุกที่ แต่ดูเอาเถอะครับ Mazda BT-50 Pro ดูยังไงก็ไม่ค่อยจะเข้ากับนิยามของรถกระบะสักเท่าไหร่นัก เพราะไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ที่ดูจะเป็นกระบะที่หน้าหวานเอามากๆ ดูดีๆ จะเหมือนว่ายิ้มให้ตลอดเวลา ส่วนด้านข้าง ดูเหมือนผู้ชายร่างท้วมๆหน่อย ที่ดูแล้วอบอุ่นดี มาถึงด้านท้ายที่โดนวิจารณ์กันหนาหู ว่าไม่สวยบ้าง อย่างโน่นอย่างนี้บ้าง แต่ลองดูดีๆสิครับ ผมว่ามันเข้ากับหน้าตาของรถโดยรวมนะครับ Mazda BT-50 Pro ในเรื่องการออกแบบภายนอกนั้น ผมว่าออกแบบมาได้เข้ากันสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ เพราะสมัยนี้กระบะ ไม่ได้ใช้บรรทุกเพียงอย่างเดียว ยังใช้ขับไปไหนมาไหนได้ ท่องเที่ยวได้ ไปทำงานได้ เรียกได้ว่า ใช้งานกันในแบบอเนกประสงค์กันเลยทีเดียว ไอ้การที่จะมองกันว่ากระบะนั้นจะต้องเหมือนผู้ชายนั้นก็คงจะไม่ผิด แต่ที่จะต้องบึกบึน แข็งแรง กำยำนั้น อันนี้ก็แล้วแต่คนมองครับ แต่เจ้า Mazda BT-50 Pro ผมมองว่าเขาคือ ผู้ชายร่างใหญ่ […]

Read more

Car Review By Real User รีวิวรถยนต์จากผู้ใช้รถยนต์จริงควันหลงจากเปิดตัว บีที-50 ร่วมทดสอบรถกับ พีท ทองเจือ ปรับมาใช้กับรถของตนเอง มาสด้า 3 1.6 Performance :โดยคุณชาญวิทย์ ทรัพย์สุทธิ

Car Review By Real User รีวิวรถยนต์จากผู้ใช้รถยนต์จริงควันหลงจากเปิดตัว บีที-50 ร่วมทดสอบรถกับ พีท ทองเจือ ปรับมาใช้กับรถของตนเอง มาสด้า 3 1.6 Performance จึงถ่ายทอดสู่ท่านผู้อ่าน เนื่องจาก รุ่นนี้ยังเป็นรถที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน กระแสความสนใจยังคงมีอย่างไม่จืดจางแม้แต่น้อย ซึ่งก็นั่นหล่ะครับ จึงทำให้ทนกับกระแสความเรียกร้อง จากคนรู้จักไม่ได้เลยได้จัดการ ขับรถตนเอง ในแบบที่ต้องขอบอกว่า ส่วน หนึ่งได้นำ ทักษะ แนวทาง จากการพูดคุยก่อนหน้านี้ ในวันที่ได้เข้าร่วมทดสอบ บีที-50 โปรใหม่ ที่โชว์รูมมาสด้า พระราม 7 กับ คุณพีท ทองเจือ ทำให้ผมได้จับจังหวะและเข้าใจเพื่อเค้น ประสิทธิภาพมาและจะขอนำมาถ่ายทอดสู่กันต่อไปนี้ครับ ต้องขอบอกว่า การขับรถเร็ว และใช้สมรรถนะของรถคันนั้นๆ ย่อมต้องมาจากองค์ประกอบ สำคัญในความคิดของผมเอง ดังนี้ 1. สุขภาพร่างกาย ต้องไม่มีโรคประจำตัว อันสำคัญต่อการควบคุมรถ นั่นคือ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต โรคระบบการหายใจ 2. ตัวผู้ขับต้องมีความมั่นใจสูง มีจิตใจที่เยือกเย็น มั่นคง 3. ผู้ขับจะต้องพร้อมไม่หวาดกลัวอุปสรรคที่คาดไม่ถึงตรงหน้า […]

Read more
1 91 92 93 94 95 112