ทดลองขับ ALL-NEW FORD RANGER :ขึ้นเขาลงห้วยไม่มีหวั่น

ในช่วงบ่ายวันหนึ่งก่อนการเดินทางผมได้รับโทรศัพท์จากทางทีมงานของฟอร์ดว่ายังสะดวกที่จะร่วมเดินทางไปทดสอบ ฟอร์ดเรนเจอร์ใหม่ อยู่รึเปล่ามีหรือที่จะผมจะตอบปฎิเสธผมก็ได้ตอบยืนยันไปว่าจะไปร่วมทริปแต่ว่าดันลืมถามวันเดินทางไปซะได้แค่จำได้เลาเลาว่าเดินทางวันที่ 17-18 พฤศจิกายน เลยให้อาลองส่งอีเมล์กำหนดการมาให้แต่กลับกลายว่าเป็นวันที่14-15 พฤศจิกายนแทนเลยต้องโทรกลับไปเช็คอีกรอบว่าเดินทางวันไหนบ้างเดี๋ยวจะพลาดไปซะก่อน การทดสอบครั้งจัดขึ้นที่เชียงรายถือว่าเป็นการเดินทางไปเชียงรายเป็นครั้งที่สองในหนึ่งเดือนแถมเป็นการทดสอบรถเหมือนกันอีกต่าง นัดหมายกันเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในตอนเจ็ดโมงเช้าแต่ผมนั้นต้องไปก่อนเวลาพอสมควรเพราะขับรถไปจอดที่นั้นต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย จัดแจงอะไรเรียบร้อยเราก็เข้าไปรอเวลาเดินทางทุกอย่างยังเป็นเช่นเดินยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ครั้งนี้มีของแถมอีกด้วยเรียกว่าเกินความคาดหมายเพราะนอกจากที่กัปตันประกาศว่าจะต้องจอดรอประมาณ 5 นาทีบริเวณที่จอดเครื่องบินเพราะการจราจรคับคั่งเนื่องจากแท็กซี่เวย์เหลือฝั่งเดียวยังงดเสิร์ฟอาหารอีกด้วยเนื่องจากน้ำท่วมโดยจะเสิร์ฟเพียงของว่างและเครื่องดื่มเย็นเท่านั้น ผมเลยออกอาการเซ็งเล็กน้อยเพียงแต่อยากเสนอว่าการบินไทยนั้นควรจะมีอะไรมาทดแทนหรือชดเชยให้กับผู้โดยสารบ้างก็เท่านั้นเอง แล้วเราก็มาถึงสนามบินเชียงรายกันเรียบร้อยคณะพร้อมก็เดินทางเข้าสู่โรงแรมเลอ เมอริเดียน ซึ่งเป็นทั้งที่ปล่อยรถ ฟังบรรยาย และพี่พักของคณะเราในครั้งนี้ โดยในช่วงเช้านั้นจะเป็นการฟังบรรยายความเป็นไปเป็นมาของ ฟอร์ดเรนเจอร์ โดยทีมงาน เรื่องของการออกแบบก็ผู้ออกแบบมาอธิบายให้ฟัง สมรรถนะของรถว่าทำอะไรได้บ้างลุยได้ถึงไหน เครื่องยนต์มีแรงขนาดไหนในรุ่น 2.2 และรุ่น 3.2 ระบบความปลอดภัยในรถที่มีมาให้ เมื่อฟังการบรรยายในช่วงเช้าจบทีมงานก็จะแจ้งให้ทราบว่าใครจะขับรถคันไหนโดยหนึ่งคันนั่งสองคนพร้อมกันบอกถึงเส้นทางที่เราจะใช้กันในครั้งเราจะไปขึ้นดอยช้างกันระยะทางรวมนั้นประมาณ 120กิโลเมตรเท่านั้นเอง แบ่งเป็นทั้งหมดสี่ช่วงพลัดกันขับ เริ่มสัมผัสรถ สิ่งแรกที่เห็นรถหมายเลข 11 สีแดงแบบแสบสันต์เลยนั้นคือขนาดของตัวรถที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยความยาว 5,359 มิลลิเมตร และกว้าง 1,850 มิลลิเมตร แล้วดูว่ายังบึกบึนเสมือนเป็นกระบะพันธุ์แกร่งอย่างแท้จริง การออกแบบนั้นยังเป็นแบบเคเนอติก ดีไซน์ ที่ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแม้ในขณะหยุดนิ่ง ไฟหน้าและกระจกหน้ามีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยล้ออัลลอยแบบชิ้นเดียวช่วยเสริมรูปลักษณ์ให้ลงตัวสำหรับทุกรุ่นและยังช่วยให้รถมีความดุดันและให้ความรู้สึกสปอร์ตยิ่งขึ้น เมื่อก้าวขึ้นมาภายในรถฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามและทันสมัย เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิกา G-Shock ที่สามารถบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงภายใต้กรอบที่ปกป้องตัวเรือนได้อย่างมิดชิด นั้นคือหลักในการออกแบบแผงหน้าปัด นอกจากนี้ทีมนักออกแบบยังได้สร้างสรรค์รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในแบบเดียวกับรอบแผงหน้าปัดของนาฬิกาเพื่อเพิ่มความรู้สึกถึงความทนทานต่อการใช้งาน บริเวณตรงกลางคอนโซลได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์รวมของหน้าจอแสดงผล ปุ่มควบคุมการใช้งาน […]

Read more

แหวกหมอกไปกับ CHEVROLET COLORADO

ปลายเดือนที่ผ่านมาก่อนวิกฤตน้ำท่วมในเมืองหลวงที่ยังไม่สาหัสมากนัก ทางเชพโรเลตก็นำขณะสื่อมวลชนกลุ่มแรกกว่า40ชีวิตบินลัดฟ้าไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อไปร่วมทดสอบรถปิคอัพใหม่รุ่นที่เพิ่งเปิดไม่นาน แน่นอนครับเรานัดหมายกันที่สนามบินสุวรรณภูมิกันในตอนเช้าตรูเพื่อให้ทันก่อนเครื่องออกในเวลาประมาณแปดโมงตามกำหนดการของสายการบิน แต่เนื่องจากการจราจรทางอากาศนั้นหนาแน่แถมแท็กซี่เวย์นั้นใช้ได้แค่ฝั่งเดียวอีก ซึ่งกัปตันประจำเครื่องก็ได้ประกาศว่าจะใช้เวลาประมาณห้านาทีจึงจะออกเดินทาง รอแล้วรอเล่าจนน้องที่นั่งข้างๆหลับไปหนึ่งตื่นแล้วหันมาถามว่ายังไม่ได้ออกอีกเหรอพี่ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คณะของเราล่าช้าไปกว่ากำหนดการกว่าชั่วโมงกันเลยทีเดียว กว่าจะเดินทางถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายก็เป็นเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง มาถึงก็เข้าห้องฟังบรรยายอธิบายถึงการออกแบบต่างๆของรถรุ่นนี้พร้อมทั้งสรุปเส้นทางที่เราจะใช้วิ่งกันในครั้งนี้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสามช่วงโดยมีรถทั้งหมด20คัน แบ่งเป็นเครื่องยนต์2.5และ 2.8 ซึ่งในรุ่น2.8นั้นมาทั้งเกียร์ธรรมดาแบบห้าเกียร์และเกียร์อัตโนมัติแบบ6เกียร์ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์มีทั้งแบบขับสองล้อและขับสี่ร่วมในขบวนด้วย แต่รถที่เอามาในครั้งนี้ยังไม่มีแบบสี่ประตูนะครับ มีแต่ที่เป็นแค็ปธรรมดาก่อน รถหนึ่งคันนั่งสองคน ผมได้ขับไปคู่กับพี่คิงส์รี่จากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นครับเราได้รถหมายเลข 11 เป็นรุ่น 2.8 เกียร์ธรรมดาขับเคลื่อนสี่ล้อที่เป็นตัวรองท็อปเพราะถ้าตัวท็อปนั้นจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ จุดหมายแรกของเราก็คือดอยช้างมูบ สภาพถนนนั้นจะเป็นแบบทั้งออนโรด และออฟโรดมีลุยเล็กน้อย เส้นทางนั้นจัดว่าไม่โหดมากนักในช่วงที่เราออกจากสนามบินก็ผ่านตัวเมืองที่เป็นแหล่งชุมชนนั้นการขับขี่ก็ไม่ได้ลำบากมากนักแม้ตัวรถจะค่อนข้างใหญ่โต ช่วงล่างเช็ตมาแบบกำลังดีไม่นิ่มและไม่กระด้างจนเกินไป เครื่องยนต์นั้นขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดูราแม็กซ์ 2.8 ลิตร คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาทีสำหรับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นดีใช้ได้สามารถเติมคันเร่งเข้าไปได้เมื่อต้องการความเร็วที่มากขึ้น ในช่วงขึ้นดอยช้างมูบนั้นมีบางช่วงก็ได้ลองกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อซึ่งวิธีการปรับเปลี่ยนนั้นไม่ยากเลยเพียงแค่หมุนปุ่มกลมๆที่อยู่บริเวณคอนโซลกลางใกล้กับเบรกมือว่าจะเลือกเป็นแบบไหนไม่ว่าจะ 4H หรือ 4L จะมีไฟดวงเล็กๆแสดงให้ดูอยู่แต่จะไม่มีสัญญาณไฟแสดงที่ปัทม์นะครับทางขึ้นเขานั้นส่วนใหญ่เป็นทางโค้งและใช้ได้ไม่เกินเกียร์สามเท่านั้นบางครั้งผมก็คาเอาไว้ที่เกียร์สามไม่เปลี่ยนเกียร์แต่จะใช้วิธีเติมคันเร่งเข้าไปแทน วิธีนี้แสดงให้เห็นถึงแรงบิดที่มีของรถที่สามารถมาได้อย่างต่อเนื่องแต่ไม่อยากแนะนำให้ลองกันนะครับ ใช้เกียร์กับความเร็วให้เหมาะสมกันดีกว่า อุปสรรคอย่างหนึ่งในครั้งนี้ที่ผมลืมบอกท่านผู้อ่านไปตั้งแต่เราลงมาที่สนามบินเขียงรายนั้นฝนก็ได้ตกพรำมาตลอดทางทำให้ในช่วงที่เราขึ้นเขากันนั้นหมอกลงจัดมากทัศนวิศัยในการขับขี่เข้าขั้นเลวร้ายเลยบางช่วงเห็นรถคันหน้าในระยะแค่ไม่ถึง10เมตร กว่าเราจะถึงดอยช้างมูบเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงกันก็ล่วงเลยเวลาไปจะถึงบ่ายสองสภาพนั้นเรียกว่ากินกันกลางฝนเลย ช่วงที่สองนั้นก็มีการเปลี่ยนมือกันบ้างโดยพี่คิงส์นั้นรับหน้าที่เป็นผู้ขับขี่ คราวนี้ก็เลยมาสำรวจอุปกรณ์ภายในกันบ้างว่ามีอะไรกันบ้างในห้องโดยสารนั้นได้รับการพัฒนาเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบปรับอากาศดิจิตอลอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เครื่องเสียงเชื่อมต่อบลูทูธ วิทยุแบบซีดีหนึ่งแผ่น […]

Read more

ทดลองขับรถ HONDA CITY ใหม่ โดยผู้หญิงขับรถ: ธัญญลักษณ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

ทดลองขับรถยนต์โดยผู้หญิง หรือผู้หญิงขับรถ ก็เป็นคอลัมน์ที่จะมีขึ้นเป็นระยะระยะ สำหรับครั้งนี้ รถที่ขับก็คือ HONDA CITY ใหม่ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554 หลังจากการเปิดตัวก็จะมีรอบให้สื่อมวลชนได้ลองขับกัน โดยครั้งนี้ก็ได้ลองขับโดยผู้หญิงกันบ้างค่ะ นัดกันเก้าโมงเช้าที่ โรงแรม Ma Du Zi มุมถนนสุขุมวิทที่จะไปศูนย์สิริกิติ์ ออกจากบ้านที่สวนสยามประมาณ 6.50 น. เพราะไม่มั่นใจว่าการจราจรช่วงเช้าจะหนาแน่นแค่ไหน เพราะเอาแน่เอานอนกับการจราจรในกรุงเทพฯไม่ได้ ผ่านด่านทับช้างหน้าด่านแถวยังไม่ยาวมากนัก แล้วก็ไปทางด่วนศรีรัชมิ์ก็ค่อนข้างคล่องตัว สะดวกหน่อยที่มี Eazy Pass แต่ก็เจอปัญหาเข้าจนได้เพราะไม่ตัดเงินจากบัตร ไม้ก็เลยไม่ยก ต้องบีบแตรเรียกเจ้าหน้าที่ ให้มารับบัตรไปสแกน ดิฉันใช้บัตร Eazy pass แต่ไม่เคยเลยค่ะที่จะมีความมั่นใจและวิ่งผ่านด่านโดยไม่ชะลอและไม่เหยียบเบรก เพราะกลัวไม้จะไม่ยก เดือนกันยายนที่ผ่านมาพบปัญหาสองครั้ง แล้วก็วิ่งมาลงทางด่วนสุขุมวิท ก็ค่อนข้างคล่องตัว ติดอยู่แยกอโศกไม่นานนักพอที่จะเพลิดเพลินกับป้ายโฆษณาที่มุมถนน มีป้ายบอกความดังของเสียงบนถนนช่วงนั้น ปริมาณฝุ่น อุณหภูมิ เลยเก็บภาพมาให้ดูกันเล่นๆ และแล้วก็มาถึง โรงแรม Ma Du Zi มาดูซิว่ามีอะไรบ้างเป็นโรงแรมขนาดกะทัดรัดตกแต่งสวยงาม เห็นบอกว่าเป็นโรงแรมปิดก็ไม่ได้สนใจที่จะถามเพราะไม่มีความจำเป็นที่จะมาพักที่นี่ มาถึงที่นัดหมายก่อน 7.30 น. เจ้าหน้าที่กำลังดูความสะอาดและความเรียบร้อยของรถอยู่ เมื่อมาถึงก่อนก็มีโอกาสสำรวจตัวรถทั้งภายนอกภายใน งั้นก็มารู้จัก […]

Read more

ตะลุยเกาหลีไปกับฮุนได ตอนที่3 เห็นแล้วไม่น่าเชื่อ

ห่างไปนานแล้วสำหรับการตะลุยเกาหลีในตอนนี้ไม่มีอะไรครับเพียงแต่ว่ามีงานเข้ามาเยอะเลยต้องพักเรื่องเกาหลีไว้ซะหน่อยคราวนี้พร้อมแล้วก็เลยรีบที่จะมาเล่าต่อครับ ทิ้งไว้ว่าจะทำยังไงเนื่องจากรองเท้าที่ใส่มาเปียกชุ่มเลยหลังจากเข้าโรงแรมแล้วก็เริ่มหาอุปกรณ์ที่จะช่วยให้รองเท้าแห้งได้เป็นอื่นไม่ได้นอกจากไดร์เป่าผมซึ่งมีอยู่ในห้องน้ำ ทีแรกก็เปิดลมร้อนลมก็แรงดีอยู่แต่ว่าซักพักมันก็ตัดทำได้อยู่แบบนี้ไม่นานก็ทนไม่ได้ ก็เลยตัดใจลองใช้ลมเย็นเปิดไปตลอดคืนกลางดึกค่อยมาเปลี่ยนข้างเอาก็แล้วกัน สุดท้ายเช้ามาก็รอดตัวไปรองเท้าแห้งทั้งสองข้างเลย ตามมาตรฐานในการเดินทางที่เป็นกรุ๊ปหรือทัวร์ ถ้าจะต้องเดินทางนั้นต้องรักษาเวลา คณะของเราก็เช่นกันต้องพร้อมกันในเวลาแปดโมงที่หน้าโรงแรมและที่สำคัญวันนี้เราไม่ได้เดินทางโดยรถบัสของบริษัททัวร์แต่เป็นรถบัสของทางฮุนไดมอเตอร์ที่ส่งรถมารับคณะของเรา เมื่อพร้อมแล้วเราก็ออกเดินทาง สภาพอากาศนั้นแย่มากครับ ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย การจราจรนั้นติดขัดเป็นอย่างมากสภาพสองข้างทางโดยเฉพาะบริเวณใกล้แม่น้ำฮาน(ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะครับ)น้ำท่วมสูงมากทัศนวิสัยแย่มาก เราใช้เวลาเดินทางนานมากขนาดว่าผมหลับไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่ถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาของฮุนไดที่เมืองนันยางซะที คณะของเราก็ได้มาจอดรถแวะพักให้เราเข้าห้องน้ำแบบมอเตอร์เวย์ของบ้านเราเพราะเส้นทางที่วิ่งนั้นก็คล้ายกับทางมอเตอร์เวย์นั้นเองครับ การเดินทางจากกรุงโซลไปเมืองนันยางนั้นปกติใช้เวลาประมาณไม่เกินสองชั่วโมงครึ่ง แต่ที่เราใช้วันนี้นั้นเกือบสี่ชั่วโมงแล้วยังเดินทางไปไม่ถึงเลยก็เลยมีการเปลี่ยนแผนกันเล็กน้อยคือเราจะแวะไปรับประทานอาหารกลางวันกันก่อนที่โรงแรม ROLLING HILLS ซึ่งทีมงานก็ได้มีการประสานงานไว้แล้วซึ่งอาหารนั้นก็ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว หลังจากอาหารเที่ยงแล้วเราก็ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดหมายของเราในวันนี้คือศูนย์พัฒนาวิจัย หรือ R&D Center ของฮุนไดซึ่งทางทีมงานนั้นก็ขอความร่วมมือให้มอบทั้งกล้องและโทรศัพท์ไว้กับทีมงานเพราะภายในศูนย์ห้ามบันทึกภาพโดยเด็ดขาดซึ่งทีมฮุนไดประเทศไทยจะส่งรูปให้ภายหลัง เมื่อเข้ามาแล้วนั้นผมก็เริ่มสังเกตุสิ่งต่างๆภายในศูนย์สายตาก็ไปกระทบกับสถานีเติมเชื้อเพลิงแบบไฮโดรเจนเข้าให้ แถมยังมีรถแบบไฮบริดผสมกับก๊าซแอลพีจีเข้าให้อีกไม่น่าเชื่อครับว่าฮุนไดนั้นวิจัยและพัฒนาให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงทางเลือกแบบนี้ไม่แพ้ฝั่งญี่ปุ่นหรือยุโรปเลยแถมยังมีแอบเห็นรถที่ใช้พลังงานแบบ FUEL CELL อีกต่างหาก ในการเยี่ยมชมศูนย์ R&D Center คณะของเราได้เข้าร่วมฟังพรีเซ็นเตชั่นที่แสดงให้เห็นถึงนโยบายการผลิตและพัฒนารถยนต์ที่มุ่งเน้น “นวัตกรรม” และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮุนได ให้เห็นภาพถึงแนวทางและอนาคตของรถยนต์แบรนด์ฮุนไดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี และการเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ จนถึงการผลิตรถยนต์ แทนการทำตลาดด้วยรถยนต์ที่สามารถแข่งขันทางราคาเพียงอย่างเดียว ศูนย์พัฒนาวิจัยขนาด 3.47 ล้านตารางเมตร มูลค่าหลายล้านดอลล่าร์ของฮุนได ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญต่างๆในการพัฒนารถยนต์ที่ทันสมัย ตั้งแต่อุโมงค์ลม ขนาด 6 x8 เมตร มูลค่ากว่า 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ที่มีขนาดใหญ่รองรับการทดสอบในหลายรูปแบบทั้งด้านสมรรถนะ และความสบายในการเดินทาง ลานทดสอบสภาพถนนในทุกประเภทตั้งแต่ถนนวงแหวนทดสอบความเร็วสูงสุดไปจนถึงถนนขรุขระเพื่อวัดเสียงและความทนทานของช่วงล่าง ห้องทดสอบการชน หรือ crash test […]

Read more

“อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” ปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก มาตรฐานใหม่แห่งวงการรถยนต์

อีซูซุเปิดตัวรถปิกอัพใหม่หมดหัวจดท้ายครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย “อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” ผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ดุจรถไฟหัวกระสุนและเทคโนโลยีอัจฉริยะดุจอากาศยานส้ำสมัย พลิกโฉมหน้าโลกยานยนต์ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพ อีซูซุได้พัฒนาและออกแบบ “รถปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก” ใหม่หมดทุกมิติ โดยยึดความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยเป็นหลัก เพราะตลาดปิกอัพขนาด 1 ตันของไทยมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (หากรวมตลาดปิกอัพขนาด 1.5 ตัน ประเทศไทยจะเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา) และยังมีรูปแบบการใช้รถปิกอัพที่หลากหลายมากที่สุด นำมาสู่ความเป็นสุดยอดยนตรกรรมสำหรับคนทั้งโลกอย่างแท้จริง มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “นับแต่วันแรกที่รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก จนกระทั่งวันนี้ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการรถยนต์เมืองไทยมากมาย พร้อมทั้งยังได้รับความมั่นใจจากผู้ใช้ทั่วโลกด้วยยอดจำหน่ายรวมกว่า 2 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของกลุ่มอีซูซุ เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนารถปิกอัพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราพร้อมที่จะนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของวงการรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ “อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด!” รถปิกอัพสำหรับคนทั้งโลกที่รวมนวัตกรรมที่ทันสมัย ล้ำหน้า ได้รับการออกแบบใหม่หมด ทั้งขนาด รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน ผสานกับ “อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล” เทคโนโลยีเครื่องยนต์คอมมอนเรลแห่งอนาคตล่าสุดของโลก ที่ทั้งทรงพลังยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยศักยภาพที่พร้อมรองรับมาตรฐานการควบคุมด้านมลพิษที่เข้มงวดที่สุดในอนาคต เพื่อตอบรับทุกความต้องการของผู้ใช้รถทั่วโลกอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ของโลกปิกอัพที่คุ้มค่าที่สุดแห่งยุค […]

Read more

VIOS WE LOVE พาเที่ยว จ.พิษณุโลก By : Mr.O

หลังจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ พรีเซนเตอร์สาว สวย สดใส ร่าเริง คนใหม่สำหรับวีออส คือ เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ ที่จะเข้ามาเสริมภาพลักษณ์ร่วมกับ โจ และ ว่าน ในภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดปลายเดือนที่ผ่านมา ก็ไม่รอช้าพาสื่อมวลชนมุ่งหน้าร่วมโครงการ VIOS We Love พร้อมทดสอบสมรรถนะและอัตราความประหยัดน้ำมัน ณ จ.พิษณุโลก กิจกรรมนี้เริ่มกันตั้งแต่เช้าตรู่ นัดรวมพลสื่อมวลชนกันที่โรงแรม เรเนซองส์ ราชประสงค์ โดยมีคุณวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มากล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชน เพื่อฟังบรรยายเส้นทางและกติกาการขับขี่ หลังจากนั้นก็ไปที่รถเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง แต่สิ่งแรกที่เห็นคือ NEW TOYOTA VIOS ที่ทำการตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลวดลายต่างๆ สีสันสดใส ดูโดดเด่น สะดุดทุกสายตาเป็นที่สุด จำนวนทั้งหมด 10 คัน โดยเริ่มเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยการขับเป็นขบวนอย่างงดงาม เพื่อให้ผู้ใช้รถหรือผู้คนที่อยู่ตามทางที่เราผ่านไป เห็นความงามไปพร้อมๆกับเรา จนถึงนครสวรรค์เราแวะเติมน้ำมันกันให้เต็มถังทุกคัน […]

Read more

ทดลอง NEW TOYOTA FORTUNER ABOVE & BEYOND

หลังจากการเปิดตัวเดือนกว่าๆก็ถึงคิวทดสอบของฟอร์จูนเนอร์ใหม่ซะทีแต่คราวนี้ลงใต้เริ่มเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังจังหวัดกระบี่เราไปตั้งหลักกันที่นั้นก่อน เมื่อถึงที่สนามบินกระบี่แล้วก็ขึ้นไปฟังสรุปของตัวรถก่อนโดยมีคุณบุญชวน วิภูษณวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ให้การต้อนรับอยู่ โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ใหม่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งรูปลักษณ์ภายนอกไม่ว่าด้านหน้าเริ่มจากกระจังหน้า ฝากระโปรงหน้า ไฟหน้า แถมยังมีที่ฉีดล้างโคมไฟหน้าใหม่อีกด้วย ส่วนด้านหลังนั้นมีไฟท้ายใหม่ แผงเปิดประตูท้ายพร้อมป้ายสัญลักษณ์แบบใหม่ เมื่อฟังบรรยายพร้อมสรุปเส้นทางที่เราจะใช้นั้นจนไปถึงจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ก็คือเกาะสมุยนั้นเองครับ เราลงยังลานจอดรถด้านล่างซึ่งได้รถหมายเลข 9 เป็นคันสีขาวมุกตัวท็อป 3.0v Navigator เครื่องยนต์รหัส 1KD-FTV แบบดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว มีความจุกระบอกสูบ 2,982 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 34.9 กก.-ม. ที่ 1,400-3,200 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ซึ่งการขับขี่นั้นแบ่งออกเป็นสามช่วงโดยช่วงแรกนั้นผมรับหน้าที่เป็นผู้โดยสาร เมื่อก้าวขึ้นมายังห้องโดยสารนั้นก็เริ่มทำการสำรวจเบาะนั่งมีขนาดใหญ่นั่งสบายดีครับปรับเอนนอนยาวได้เลย เพียงแค่ถอนหมอนรองศีรษะออกแล้วเอนต่อไปยังแถวสองนอนยาวได้เลย พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังชั่น แผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ จอแบบทัชสกรีนที่พ่วงระบบนำทางและกล้องมองหลังมาให้ด้วย ในช่วงแรกที่ทำหน้าที่เป็นผู้โดยสารนั้นต้องบอกว่ามีบางช่วงที่มีการซ่อมถนนอยู่เรียกว่าเป็นทางแบบoff road กลายๆไปก็ไม่ผิดนักซึ่งผ่านได้อย่างสบายๆ การกระเทือนนั้นแค่จิ๊บๆครับส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเช็ตช่วงล่างใหม่ให้มีความนิ่มนวลมากขึ้น นั่งชมวิวกันไปเรื่อยๆในเส้นSouthern Seaboard ซึ่งระหว่างทางนั้นฝนก็กระหน่ำลงมาตลอดทางวิ่งกันไปจนถึงร้านอาหารลำพู2ซึ่งเราก็จะรับประทานอาหารกลางวันกันที่นี่ หลังจากเรียบร้อยจากอาหารกลางวันกันแล้วผมก็รับหน้าที่เป็นผู้ขับขี่ต่อ […]

Read more

เอเอเอสฯ เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมจากอังกฤษ เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทอล จีที (Continental GT) 20.9 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมจากแดนผู้ดี ที่สุดของความสมบูรณ์ใหม่ เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทอล จีที (Continental GT) ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ ย่านราชประสงค์ ภายใต้ชื่องาน Exclusive Launch of The New Bentley Continental GT ตามคอนเซ็ป “An unbroken line” ที่สะท้อนถึง นวตกรรมและการออกแบบเส้นสายที่ไม่มีที่สิ้นสุด เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทอล จีที (Continental GT) 4 ที่นั่ง คูเป้ใหม่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นตามรอยแห่งความสำเร็จของรุ่นก่อนที่เต็มไปด้วยจิตวิญญานของความเป็นจีทีทุกประการ หากแต่มีรูปลักษณ์ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ถูกหลักตามแบบวิศวกรรม หรูหรา เต็มไปด้วยงานฝีมือที่ปราณีต ประสิทธิภาพการทำงานแบบไดนามิกที่คล่องตัว จีทีนำเสนอความหรูหราและความสามารถในการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยมตามจิตวิญญาณของความเป็นเบนท์ลี่ย์ แกรนด์ ทัวร์ริ่ง อย่างแท้จริง ตัวรถที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้มีความสวยงามทำให้จีที คูเป้นั้นเต็มไปด้วยความชัดเจนมากขึ้นและมีรูปลักษณ์ที่ลงตัว การตกแต่งภายในนั้นเต็มไปด้วยความร่วมสมัย ซึ่งนำเสนออีกระดับขั้นที่ดีเยี่ยมของการออกแบบห้องโดยสารที่สะดวกสบายและความหรูหราที่มาจากงานฝีมือชั้นดี อาทิเช่น เบาะที่นั่งนั้นให้ความสะดวกสบายมากขึ้นและให้ช่องว่างสำหรับที่พักขาทางด้านหลังมากขึ้นอีกด้วย […]

Read more

ตะลุยเกาหลีไปกับฮุนได ตอนที่ 2 ฝนเจ้ากรรม

หลังจากเครื่องบินจอดเทียบงวงแล้วคณะเดินทางก็มารวมตัวกันที่อาคารของสนามบินเพื่อนัดหมายจุดที่จะเจอกันเมื่อเดินผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองรวมถึงศุลกากรด้วยพร้อมทั้งยังได้แจกป้ายห้อยคอเพื่อแสดงว่าคณะเรานั้นมาดูงานในศูนย์พัฒนาและวิจัยของทางฮุนไดไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น เมื่อคณะพร้อมแล้วเอกสารเข้าเมืองที่ทางทีมงานแจกให้ครบแล้วเราเริ่มเดินเข้าช่องตรวงซึ่งคนเริ่มเยอะขึ้นเราต่อคิวกันใช้เวลาไม่นาน ซักพักก็ถึงคิวของเราซึ่งบางช่องตรวจนั้นมีคนต่างชาติเรียกไปคุยในห้องเย็นก็มีแล้วก็มาถึงคิวผมเจ้าหน้าที่ก็เรียกถามว่ามาทำอะไร ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นมาจากหนังสือเดินทางนั้นขาวสะอาดเพราะเพิ่งเปลี่ยนเล่มใหม่ก็ตอบไปว่ามาดูงานกับฮุนไดแล้วมีจดหมายเชิญรึเปล่าก็ร้อนถึงทางทีมงานต้องนำเอกสารมาแสดง พอทางตม.ทราบว่าคณะเรามาดูงานก็ประทับตราให้เข้าเมืองได้อย่างไม่มีปัญหา ออกมาจากพิธีการต่างๆทางตม.แล้วเราเดินไปขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปยังโรงแรมHARBORPARK HOTELที่ทางฮุนไดจัดไว้ให้เป็นแบบเดย์ยูสเพื่ออาบน้ำทำภาระกิจส่วนตัวกันแถมรับประทานอาหารเช้ากันด้วยใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงโรงแรมกันอาบน้ำล้างหน้ากันแล้วก็แอบงีบกันเล็กน้อยใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกันในโรงแรมแห่งนี้ขนาดห้องนั้นค่อนข้างเล็กแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกนั้นครบทีเดียวห้องน้ำไม่มีอ่างอาบน้ำเป็นแบบตู้อาบน้ำ เมื่อได้เวลานัดหมายแล้วเราก็มุ่งหน้าไปยังเกาะนามิอันเลืองชื่อของเหล่าสาวกชาว K-popแต่ก่อนถึงนั้นเราก็ต้องรับประทานอาหารแบบพื้นเมืองของคนเกาหลีนั้นก็คือ ทัลคาลบี้ ส่วนมันคืออะไรนั้นต้องขออธิบายง่ายๆว่าเป็นไก่ผัดซอสบาร์บีคิวแบบเกาหลีที่วางอยู่ในกระทะยักษ์แล้วมีผักกองใหญ่ที่รองเนื้อไก่อยู่ข้างบน เมื่อแรกเห็นนั้นขอบอกว่าตื่นตาตื่นใจอยู่อยากลองเล่นลองทำดูทำอยู่สักพักก็เริ่มเมื่อยมือไปการเสิร์ฟนั้นจะมีกิมจิ ซุปสาหร่าย และข้าวสวยให้เรากินส่วนรสชาตินั้นเป็นยังไงต้องไปลองเองครับ เสร็จจากอาหารกลางวันเราก็ขึ้นรถเดินทางต่อใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีเรามาถึงจุดที่จะต้องนั่งเรือไปยังเกาะนามิ เกาะนามิหรือที่ชาวเกาหลีเรียกว่า ฮัลกึล นามิซอมตั้งอยู่ที่เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอนห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 กิโลเมตรและนั่งเรือต่อไปอีกเพียง 5 นาที เกาะนามินั้นมีรูปร่างคล้ายใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะกลางแม่น้ำฮัน ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนชองพยองกั้นแม่น้ำบูคาน เมื่อข้ามมาในเกาะนามิแล้วบรรยากาศนั้นดีมากมีคนหนุ่มสาวเดินกันมาเป็นคู่ถึงขนาดที่ผมยังแอบอิจฉาที่ไปแบบไม่มีคู่ในครั้งนี้ทิวสนที่ปลูกระหว่างทางนั้นสวยมากครับแล้วยิ่งไปเห็นรูปในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะด้วยแล้วนั้นขอบอกว่าสุดยอดเลยเมื่อมานามิแล้วผมคิดว่าคงไม่ใครพลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับรูปคู่พระนางจากซีรี่ส์เกาหลีเรื่องwinter love song กันแน่เราใช้เวลากันพักใหญ่ที่เดินดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เกาะนามิแบบยังที่จะอยากอยู่ต่อแต่เรายังมีภาระกิจที่ต้องทำกันต่อจึงต้องทำใจจากลา ออกจากเกาะนามิแล้วจุดหมายของเรานั้นคือหอคอยโซลทาวเวอร์แต่ระหว่างทางนั้นฝนเจ้ากรรมดันมาตกซะนี่เราเลยเปลี่ยนแผนไม่ยังแหล่งช้อปปิ้งอันขึ้นชื่อนั้นคือตลาดเมียงดง ตลาดเมียงดงนั้นเปรียบได้แบบง่ายก็คือสยามสแควร์บ้านเรานั้นเองครับมีเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นต่างๆมากมายเสียอย่างเดียวฝนมาตกซะได้ แล้วก็ไม่ได้ตกมาแบบธรรมดาซะด้วยตกแบบกระหน่ำกันเลยแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของคณะเราในการช้อปปิ้งแต่อย่างใด เนื่องจากรับออเดอร์กันมาจากเมืองไทยให้ซื้อเครื่องสำอางค์กลับไปเพราะแบรนด์ของเกาหลีที่ขายอยู่ที่นี่ราคาถูกกว่าเมืองไทยกว่าครึ่งต่อครึ่งกันเลยเราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันมากทีเดียวได้เวลานัดหมายแล้วก็เจอกันที่ร้านอาหารโทไดซึ่งอยู่ในตลาดเมียงดง ร้านอาหารโทไดนั้นเป็นร้านซีฟู้ดบุฟเพ่ห์แบบห้าดาวหรืออาหารหลากหลายแต่ที่ผมจะเน้นเป็นพิเศษนั้นก็คือขาปูอลาสก้าที่เสิร์ฟกันแบบไม่อั้นถ้าไม่เชื่อลองไปถามพี่แกละแห่งฮุนไดดูแล้วกันว่าเป็นยังไง เมื่ออิ่มกันแล้วเราก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พักของเราในค่ำคือนี้นั้นคือโรงแรม CONRTYARD SEOUL TIMES SQUARE ก่อนลงจากรถนั้นเรามีนัดหมายกันในวันรุ่งขึ้นคือ 6 7 8 หมายความว่าปลุกตอนหกโมงเช้า ข้าวเช้าตอนเจ็ดโมงและรถออกตอนแปดโมงแล้วก็ห้ามสายด้วยเพราะเราต้องเดินไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาของฮุนไดแต่ปัญหาของคณะเราหลายท่านนั้นก็คือรองเท้าผ้าใบที่ต้องใส่กัน ก็เปียกเพราะลุยฝนกันที่นี้จะทำยังไงกันดีเพราะข้อบังคับในการเยี่ยมชมนั้นต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นเท่านั้นโปรดติดตามตอนต่อไป ################################## premsak@caronline.net

Read more

Honda Brio ท้าพิสูจน์ความประหยัด ด้วยเส้นทาง กรุงเทพฯ-สมุย By : Mr.O

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด จัดกิจกรรม Honda Brio Eco Challenge เพื่อท้าพิสูจน์ความประหยัดน้ำมันของเจ้ารถยนต์อีโคคาร์น้องใหม่ล่าสุดในตลาด ที่มีขุมพลังเพียงแค่ 1,200 cc. 4 สูบ 90 แรงม้า โดยให้สื่อมวลชนกว่า 40 ชีวิตเป็นผู้ขับ ในแบบใช้งานเกือบเหมือนจริง กับน้ำมันหนึ่งถัง บนเส้นทางจาก กรุงเทพฯ ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 25-26 สิงหาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยครับ ณ โชว์รูมฮอนด้า พระราม 2 โดยหลังจากที่ลงทะเบียนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการชั่งน้ำหนักผู้ขับ ผู้โดยสารพร้อมสัมภาระ หลังจากนั้น คุณอรนุช พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการส่วนงานการตลาด และคุณเรวดี รักปทุม ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขึ้นกล่าวต้อนรับ และอธิบายกฎกติกาการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมการจับสลากเลือกรถยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน โดยหมายเลข 1-15 เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนหมายเลข 16-20 จะเป็นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ด้วยเหตุที่ต้องแบ่งรุ่นกันก็เพราะว่า ในรถที่เป็นเกียร์ธรรมดานั้น […]

Read more
1 94 95 96 97 98 112