Bangkok International Motor Show 2011

มอเตอร์โชว์ 2011 ซึ่งเป็นครั้งที่32 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วแน่นอนครับ ผมและคุณโอก็ไม่พลาดงานในครั้งนี้อย่างแน่นอนงานนี้จัดขึ้นที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานีนะครับ อย่าหลงไปที่ไบเทคเชียวนะเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูรถเด่นๆกันว่าในงานมอเตอร์โชว์ 2011 ครั้งนี้ดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง BMW X3 เปิดตัวครั้งแรกกันภายในงานมอเตอร์โชว์ 2011 นี้ โดย BMW X3 xDrive20d ใหม่ ออกมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบในรถสไตล์อเนกประสงค์ ที่ได้รับการขยายมิติในทุกด้าน ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในให้มากขึ้น ระบบพวงมาลัยแบบ EPS Electric Power Steering ที่สามารถบังคับควบคุมทิศทางได้อย่างเฉียบคม ด้านของระบบช่วงล่างพัฒนาใหม่ ใช้ระบบปีกนกแบบ Double-joint สำหรับด้านหน้า และระบบมัลติลิงค์สำหรับด้านหลัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ xDrive ที่สามารถแปรผันกำลังขับเคลื่อนไปสู่ล้อทั้งสี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มศักยภาพการเกาะถนนในทุกสถานการณ์การขับขี่ เครื่องยนต์ Advanced Diesel แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน สามารถผลิตกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,750 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ […]

Read more

ทดลองขับ LEXUS CT200h:นางพญาในร่างนางฟ้า

การเดินทางของผมก็เริ่มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้รับมอบหมายให้ไปร่วมทดลองขับเจ้า CT200h หลังจากการเปิดตัวไม่นานในโรงแรมใจกลางกรุงและที่เดียวกันนี้เองมันยังเป็นจุดนัดพบเพื่อปล่อยรถคันนี้ที่โรงแรมเรเนซอง นัดกันช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าเพื่อฟังข้อมูลต่างๆของตัวรถกันอีกที แบ่งรถแบ่งคนกว่าจะเสร็จก็ประมาณบ่ายโมงครึ่งถึงจะได้ขึ้นรถ การขับในครั้งนี้นอกจากเจ้าตัว CT200h ซึ่งเป็นเจ้าของงานแล้วนั้นยังมีพี่น้องในตระกูลเล็กซัสอีกไม่ว่าจะ LS460 , IS250 ,RX350 , RX270 , GS300 ร่วมขบวนด้วย ลองทายกันเล่นๆนะครับว่าทั้งขบวนรถสิบกว่าคันนี้รวมแล้วราคาเท่าไร? การขับในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสี่ช่วงสองวัน ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยช่วงแรกนั้นเริ่มจากโรงแรมเรเนซอง-ร้านกาแฟคนรักษ์สวนที่ราชบุรีแล้วเปลี่ยนคนขับ ช่วงที่สองร้านกาแฟคนรักษ์สวน-โรงแรมเชอราตันหัวหิน ช่วงที่สามโรงแรมเชอราตันหัวหิน-ร้านแดง สมุทรสงคราม ช่วงที่สี่ร้านแดง-โรงแรมเรเนซอง ซึ่งผมเองได้ขับในช่วงที่สามซึ่งเป็นขากลับจากหัวหินมุ่งร้านแดงที่สมุทรสงครามการทดลองขับในครั้งนี้เมื่อขึ้นรถก็สำรวจอุปกรณ์ต่างๆบนรถ เบาะที่นั่งปรับไฟฟ้าในฝั่งคนขับและยังจดจำตำแหน่งที่นั่งได้ถึงสามแบบ แถมยังมีระบบอุ่นที่รองนั่งสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า ซึ่งผมว่าไม่ค่อยน่าจะจำเป็นในเมืองร้อนของบ้านเราเท่าไรนัก เบาะนั่งไม่ได้ทำให้อึดอัดนั่งสบายใช้ได้ ระบบปรับอากาศนั้นสามารถแยกปรับอุณหภูมิซ้ายขวาได้เครื่องเสียงนั้นมากันถึง 6 ลำโพงกันเลย ในตัวที่ผมได้ลองเสียงนั้นที่ออกจากลำโพงนั้นจัดว่าใช้ได้อยู่ถ้าท่านไม่ใช่นักฟังระดับหูทองก็ไม่ต้องเปลี่ยน หลังจากดูโน่นนั้นนี่แล้วก็ปรับเบาะให้เข้าที่เข้าทาง คาดเข็มขัดแล้วเราก็เริ่มออกเดินทาง โหมดการขับขี่ที่มีสามโหมดหรือจะสี่โหมดก็ไม่ผิดเพราะมี ECO/EV MODE ,NORMAL MODE และ SPORT MODEนั้นทำงานกันแตกต่างกันอย่างรู้สึกได้โดยในโหมด ECO/ NORMAL MODEจะเน้นในเรื่องการประหยัดน้ำมันขับแบบเรื่อยๆ การออกตัวก็ออกจะอืดๆหนืดๆอยู่ ส่วนในEV MODE จะเป็นการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ส่วนระยะทางที่วิ่งได้นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณไฟของแบตเตอรี่ว่ามีมากน้อยแค่ไหน การเปลี่ยนโหมดในการขับขี่นั้นทำได้ง่ายๆแค่หมุนเลือกว่าจะเป็นแบบไหนเมื่อได้ลองทั้งสองโหมดแล้วรวมไปถึงEVด้วยแล้วลองนึกสนุกปรับมาเป็นแบบSPORTบ้างเมื่อหมุนปรับแล้วไฟหน้าจอก็จะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงแล้วก็จะมีวัดรอบแสดงขึ้นมาด้วยการขับขี่นั้นดีขึ้นผิดหูผิดตาการตอบสนองนั้นมาเร็วขึ้นขับสนุกขึ้นไม่ใช่แค่นั้นระบบความปลอดภัยต่างๆไม่ว่าจะเป็น ระบบ VSC TRC ABSก็จะทำงานเร็วขึ้นตามไปด้วยรวมถึงอัตราการตอบสนองของลิ้นควบคุมน้ำมันเพื่ออัตราเร่งที่เต็มประสิทธิภาพและยังมีการเพิ่มพลังงานแบตเตอรี่จาก 500เป็น 600 โวล์ตในทันที […]

Read more

ทดลองขับNew Hyundai Sonata Sport

ไม่รู้ว่าจะช้าหรือเร็วไปก็ตามสุดท้ายก็มาจนได้สำหรับรถรุ่นใหม่ของฮุนไดย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนการกลับเข้ามาทำตลาดใหม่อีกครั้งของฮุนไดในไทยนั้นก็เปิดตัวด้วยโซนาต้า จากวันนั้นถึงวันนี้ภาพของรถเกาหลีในสายตาผมก็เปลี่ยนไป ใครที่เคยว่าไว้ต้องหันกลับมาดูใหม่อะไรๆก็พัฒนาขึ้นมากว่าแต่ก่อนคำสบประมาทต่างๆค่อยๆจางหายไป คราวนี้การกลับมาอีกครั้งของโซนาต้านั้นเรียกได้ว่ามาเป็นแบบพิเศษก็ได้ในเมื่อมาช้าไปแล้วขอแบบว่ามาเต็มๆไม่ว่าจะออฟชั่นต่างๆที่ใส่เข้ามานั้นNew Hyundai Sonata Sport สปอร์ต 4 ประตู ในสไตล์คูเป้ นำเข้าทั้งคันจากประเทศเกาหลี เครื่องยนต์ ขนาด 2,000 ซีซี 165 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 198 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบขั้นบันได พร้อม Paddle Shifts เปลี่ยนเกียร์ได้ที่พวงมาลัย พร้อมหลังคาแก้วแบบ Panoramic Sunroof รูปลักษณ์ภายนอกนั้นการออกแบบดูโฉบเฉี่ยวล้ำสมัย ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเต็มคัน การขับขี่นั้นเราได้ทดลองกันที่มอเตอร์สปอร์ตแลนด์การขับในช่วงสั้นๆนั้นคงบอกได้ว่าสองรอบในสนามอัตราเร่งของรถพอตัวอยู่ตอบสนองการกดคันเร่งทันท่วงทีแต่ช่วงล่างนั้นเข้าขั้นดีถึงเยี่ยมเลยการเข้าโค้งแรงๆนั้นแสดงให้เห็นถึงอาการดื้อดึงเล็กน้อยพอเป็นพิธีแก้ไม่ยากเรียกว่าสนุกกับการเล่นโค้งได้อยู่ช่วงสั้นๆที่ได้ลองนั้นบอกได้คำเดียวแทบไม่อยากลงจากรถเลยครับ รออ่านแบบขับกันยาวๆอีกครั้งเมื่อทางฮุนไดจัดให้ไม่นานเกินรอหรือถ้าท่านผู้อ่านรอไม่ไหวก็ไปลองกันได้ก่อนที่งานมอเตอร์โชว์มีนาคมนี้ ################################## เรื่อง&ภาพ premsak@caronline.net

Read more

Car reviews by Real user รีวิวรถจากผู้ใช้จริง Toyota Altis 1.6 :โดย ชวลิต วรุณานนท์

วันนี้เราก็มี Car reviews by Real user รีวิวรถจากผู้ใช้จริง โดยคุณชวลิต วรุณานนท์ ส่งมาให้เรานะคะ ท่านผู้ใช้รถท่านใด ใช้รถของท่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าต้องการแบ่งปันข้อมูลการใช้รถของคุณให้ผู้ใช้รถท่านอื่นๆได้ทราบบ้าง ก็ส่งมาได้เลยนะคะ ที่ thunyaluk@caronline.net ค่ะ จะขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ มาพบกับ Toyota Altis 1.6 รีวิวรถจากผู้ใช้จริงกันเลยนะคะ ผมใช้ toyota altis เครื่อง 1600 dual vvt-i อุปกรณ์ภายนอกภายในตามมาตรฐานโรงงานไม่ได้มีแต่งเติมอะไร ใช้มาตั้งแต่กันยายน2553 ถึงวันนี้ก็6เดือนใช้วิ่งไป 23,000 กว่ากิโล ในเมืองนอกเมืองไปหมด เหยียบ 80,100,140,160 จนถึง180 ก็ไม่กล้าไปต่อแล้ว ทั้งที่ตัวเครื่องยนต์ยังไต่ระดับความเร็วขึ้นไปได้อีกมาก อัตราเร่งความเร็วตอนออกตัวตอบสนองได้ช้าหน่อย แต่ออกต้วไปแล้วไต่ระดับความเร็วได้ทันใจ ช่วงล่างนุ่มนวลดีเมื่อขับขี่ไม่เร็วนัก และหนักแน่นดีเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ ถ้าจะชอบใจมากเป็นพิเศษคือเข้าโค้ง จัดได้ว่าแจ่ม เข้าดีเกาะโค้งได้สนุก อาการสะบัดน้อยมาก และได้ความรู้สึกเหมือนเล่นเกมส์ขับรถแข่ง การกินน้ำมันตามอย่างที่ผมใช้งานแบบที่บอกตอนแรกเฉลี่ย 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร เฉพาะผมอยู่ในขั้นพอใจ เคยใช้ vios ก็กินน้ำมัน15-16 กิโลเมตรต่อลิตร นี่ได้รถใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยก็ok. สำหรับเรื่องเบรกดูจะยังไม่ถนัดเท่าไหร่ตัวนี้เป็น […]

Read more

ทดลองขับ Chovrolet CRUZE : Engineered to Respond เพิ่มไปอีกหน่อยก็คงดี

และแล้วการเดินของผมก็เริ่มขึ้นอีกครั้งแม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่นัดหมายกันที่สนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็อาจจะเรียกได้นัดเช้ามากคือหกโมงเช้านัดเจอกันที่สนามบินเอาแล้วไงนั่นคือสิ่งที่ผมกังวลมากถึงมากที่สุดในการนัดหมายแล้วยิ่งเดินทางโดยเครื่องบินแล้วห้ามพลาดโดยเด็ดขาดมิฉะนั้นอาจตกเครื่องได้ทำให้ผมนั้นต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่กันเลยทีเดียว แล้วก็ไปถึงสนามบินเป็นคนแรกก่อนทีมงานของเชพโรเลตจะไปถึงอีก ก็เลยไปเดินเล่นหาอะไรใส่ท้องซะหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจกะว่าจะเข้าไปกินแฮมเบอร์เกอร์ข้างในซะหน่อยเดินกลับมาก็เจอทีมงานมากันแล้วพร้อมๆกับพี่ๆน้องๆผู้สื่อข่าว ต่างก็ทะยอยกันมาเช็คชื่อส่งบัตรประชาชนให้ไปเพื่อเช็คอินรับตั๋วโดยสาร กลับมาพร้อมบัตรคล้องคอแล้วก็แยกย้ายกันเข้าภายในอาคารรอเครื่องบินออกเดินทาง ระบบรักษาความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องดูแปลกไป ทำงานได้ไวขึ้นแต่มีข้อสงสัยอยู่นั่นคือ เมื่อเดินทางเครื่องตรวจวัตถุโลหะนั้นคราวนี้มันไม่ดังแม้ว่าจะใส่เข็มขัดเส้นเดิมรวมถึงมีเศษเหรียญติดอยู่ก็ไม่มีเสียงเตือนให้ต้องไปขึ้นแท่นกางแขนตรวจซ้ำไม่ทราบว่าเพราะอะไร เอาละครับเมื่อเดินเข้าข้างในแล้วตั้งใจว่าจะไปกินเบอร์เกอร์ชื่อดังแต่ต้องชะงักหยุดกลางครัน เพราะเจอราคาเข้าไปทำให้กินไม่ลงกันเลยทีเดียว ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้ ชุดละสามร้อยกว่าบาททั้งที่ข้างนอกทั่วไปชุดละร้อยกว่าบาทเอง หิ้วท้องไปกินของว่างบนเครื่องก็ได้ รอรอเวลาประตูขึ้นเครื่องเปิดผู้โดยสารเยอะมาก อ้อลืมบอกไปครับว่าไปเชียงใหม่เพื่อทดสอบเจ้าเชพโรเลต”ครูซ” เราต้องนั่งรถบัสต่อไปยังลานจอดเครื่องบินไม่ได้เดินผ่านงวงครับ ขึ้นเครื่องปั๊บได้ที่นั่งปุ๊บคาดเข็มขัดเรียบร้อบรอเครื่องเทคออฟ การจราจรทางอากาศคงจะหนาแน่น เพราะแท็กซี่นานมากเกือบครึ่งชั่วโมงได้ พอเครื่องขึ้นแล้วผมก็ไม่สนอะไรแล้วหลับยาวเลยจนเวลาหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีผ่านไป อันช่วงเวลาที่เครื่องจะร่อนลงก็ตื่นขึ้นมา คณะของเรากว่าสามสิบชีวิตก็เดินถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ออกมารับกระเป๋าเรียบร้อยเดินทางด้วยรถบัสไปยังออฟฟิศพลัสซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินมากเพื่อรับประทานอาหารเช้า รับเอกสารแล้วก็ฟังบรรยายในเรื่องต่างๆของตัวรถและเส้นทางที่จะใช้กันในทริปนี้ ทางทีมงานเชพโรเลตเตรียมรถไว้18คัน สองรุ่นคือ 2.0 vcdi เครื่องยนต์ดีเซล แล้วก็1.8เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ทั้งสองรุ่น โดยแบ่งคณะออกเป็นสองกลุ่มแล้วก็สองเส้นทางสี่ช่วง สลับกันขับหนึ่งคันนั่งสองคน ผมได้อยู่กลุ่มแรกขับเจ้าตัว2.0 vcdi เครื่องดีเซลก่อน โดยใช้เส้นทางจาก ออฟฟิศพลัส-สะเมิง จุดพักรถที่ไร่นภ-ภูผา ช่วงแรกรับหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ให้กับนักขับคิวทองพี่กบ รชฎ สุวรรณรัตน์ ที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันโดยไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัย ช่วงนี้ก็คอยดูแผนที่บอกเส้นทางที่ทางทีมงานกำหนดมาให้ ทำให้มีโอกาสสำรวจอุปกรณ์ต่างๆภายในรถ ระบบปรับอากาศภายในรถเป็นแบบดิจิตอล ตั้งระบบอัตโนมัติ มีจอแสดงผลอยู่คอลโซลกลางรถ ซึ่งรวมไปถึงระบบเครื่องเสียงที่จะแสดงผลไปยังทีเดียวกันด้วยวิทยุซีดีที่สามารถเล่นmp3ได้ การตกแต่งภายในห้องโดยสารเป็นแบบทูโทนเบาะหนังสีดำ-น้ำตาลส้ม การปรับเบาะที่นั่งยังเป็นระบบปรับด้วยมือไม่มีเบาะไฟฟ้าให้มา ในช่วงที่นั่งนั้นก็พยายามซึมซับอาการต่างของรถไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่างที่เซ็ตมาได้ดีมาก ช่องท้องกับน่องนั้นมีการสั่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการขับขี่นั้นดูเหมือนจะเป็นการขับไปบ่นไปของพี่กบทั้งในเรื่องของเกียร์รวมไปถึงเครื่องยนต์ อันนี้ก็รับฟังไว้ก่อนเพราะรูปแบบการขับของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน […]

Read more

สัมผัสแรก กับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่

จะว่าใหม่ก็คงจะไม่ใช่ซะทีเดียว จะเรียกไมเนอร์เชนจ์ก็ยังไงๆอยู่ เพราะโดยทั่วไป การไมเนอร์เชนจ์ก็มักจะต้องแต่งหน้าทาปากกันใหม่โดยเปลี่ยนกระจังหน้า ไฟหน้า ไฟท้าย หรือกันชนท้าย แต่มิตซูบิชิ ไทรทัน เปลี่ยนเครื่องยนต์ครับ!!!! เครื่องยนต์ที่ว่าใหม่นี่ก็ ไม่ได้ใหม่ทั้งหมดนะครับ ตัวเสื้อและฝา รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆยังคงเหมือนเดิม ที่จะเปลี่ยนก็คงเป็นตัวลูกสูบ ที่เปลี่ยนก็เปลี่ยนให้เข้ากับเทอร์โบที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่ จากเทอร์โบแบบเดิมๆ มาเป็น VG TURBO หรือเทอร์โบแบบแปรผันนั่นแหละครับ โดยเครื่องยนต์บวกกับเทอร์โบใหม่นี้ สร้างกำลังได้ถึง 178แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที โดยในรุ่นเกียร์ธรรมดานั้น ทำแรงบิดได้ถึง 400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-2,800 รอบ/นาที ส่วนในเกียร์ออโต้นั้นแรงบิดก็ลดลงมาหน่อยที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-3,500 รอบ/นาที แต่ก็ยังคงให้กำลังที่สูงอยู่ดีครับ การทดลองขับในครั้งนี้ ก็ไปพร้อมๆกับคุณโจ้ ที่สนามบริดจสโตน นั่นแหละครับ แล้วเขาก็ได้รีวิว ตัวปาเจโร ไว้ก่อนหน้าผมแล้วที่ http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=681 เพราะฉะนั้น ผมขอข้ามเรื่องสนามและรูปแบบการทดลองขับไปเลยก็แล้วกันนะครับ เพราะมันเหมือนกันทุกอย่างเลยครับ เอาความรูสึกในการทดลองขับมาว่ากันดีกว่า จากที่เคยได้ขับ ไทรทันมานานพอสมควร แต่ก็ยังจำได้ถึงสิ่งที่ผมชอบและประทับใจอยู่ นั้นก็คือ ช่วงล่าง ที่ไม่นุ่มนวลจนเกินไป และก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไปเหมือนรถกระบะยี่ห้ออื่น มาครั้งนี้ […]

Read more

ทดลองขับ PAJERO SPORT 2.5 VG TURBO : จี๊ดจ๊าดขึ้นรึเปล่า?

แล้วการเดินทางแรกในปีนี้ของผมก็เริ่มหลังจากการเปิดตัวของรถคันนี้ซึ่งจะเรียกว่าเป็นรุ่นก็ได้เหมือนกันแม้ว่าภายนอกแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยนอกจากเครื่องยนต์ ไม่ซิเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนยังคงเป็นรุ่นเดิมอยู่เปลี่ยนเพียงเทอร์โบลูกใหม่หรืออาจจะเป็นของเดิมที่เคยมีแล้วนำมาใส่ใหม่นั่นก็คือเทอร์โบแบบแปรผันที่ทางมิตซูบิชิเรียกว่า VG TURBO อ้าวสรุปแล้วมันมีอะไรแตกต่างบ้าง อันแรกเลยต้องบอกว่าความแรงเพราะมีแรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 178แรงม้าที่ 4,000รอบ แล้วแรงบิดให้ถึง350นิวตันเมตรแล้วก็มาเร็วขึ้นโดยมาตั้งแต่ 1,800รอบไปจนถึง3,500 รอบ แถมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ INVECS-II ในรุ่นขับสี่พร้อมด้วย PADDLE SHIFT ในตัวท็อป ส่วนตัวขับสองนั้นเป็นเกียร์อัตโนมัติ4จังหวะเท่านั้น ส่วนอื่นๆนั้นไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ HID ที่ฉีดล้างโคมไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติและอะไรอีกบ้างผมก็จำไม่ได้แล้วก็มีเพิ่มเข้ามาให้โดยถือว่าเป็นของเล่นที่แถมมาให้ เอาละครับไปลองขับกันเลยดีกว่า สนามทดสอบเจ้าประจำจนจะเรียกได้ว่าเป็นสนามหลักในการทดสอบรถ ก็คือสนามบริดจสโตน โดยผมเดินทางไปพร้อมกับคุณโอนัดเจอกันที่ปั๊มแล้วขับรถไปด้วยกัน โดยทางมิตซูบิชินัดเจอกันตอนเก้าโมงครึ่งไปถึงก็ลงทะเบียนแล้วก็ฟังบรรยายเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ไปขับรถ ห้าสถานีสี่การทดสอบ รถทดสอบครั้งนี้มีทั้งหมดสิบคันสี่รุ่น ผลัดกันขับโดยต้องไปรับบัตรคิวเลือกรุ่นที่จะขับ พอขับเสร็จแล้วจะขับคันใหม่ก็ต้องไปเอาบัตรคิวใหม่เป็นแบบนี้ทุกคนไป โดยคันแรกที่ไปขับนั้นเป็นปาเจโรสปอร์ตขับสี่ตัวท็อปขึ้นรถปุ๊บคาดเข็มขัดปรับเบาะที่นั่งให้เข้าที่เข้าทางโดยปรับด้วยระบบไฟฟ้า ภายในนั้นแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนหลังจากที่เคยได้ลองเมื่อตอนเปิดตัวเมื่อสองปีที่ผ่านมาได้กระมัง นอกจากที่พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงแล้วก็ตัวควบคุมความเร็วอัตโนมัติรวมถึงการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เมื่อรถพร้อมคนพร้อมก็เริ่มกันเลย ด่านแรกสลาลม ออกจากพิทแล้วก็เจอกรวยขวางกั้นอยู่ทำไงดีหล่ะ อ๋อเราต้องขับหลบมันละซิไม่ใช่วิ่งชนเพื่อเก็บแต้ม ฮ่าฮ่าขับรถโดยใช้ความเร็วประมาณ 30กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลบหลีกกรวยที่วางแบบค่อนข้างชิดซึ่งทำให้ต้องมีการสาวพวงมาลัยกันเป็นระวิงเชียว การตอบสนองของพวงมาลัยนั้นผมว่ายังไม่ดีเท่าไรหรืออาจจะยังไม่คุ้นกับรถก็เป็นได้ เอ้าเดี๋ยวค่อยลองอีกรอบดูซิจะต่างกันรึเปล่า เปลี่ยนเลน หลังจากออกจากสลาลมนั้นมีช่วงว่างอยู่โดยขับรถไปชิดทางซ้ายของสนามแล้วกดคันเร่งเพิ่มความเร็วเข้าไปถึงประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าทางบังคับหักพวกมาลัยไปทางซ้ายแล้วดึงกลับมาทางขวาด้วยแรงเท่ากันหรืออาจจะมากกว่าเล็กน้อย ดูอาการของรถซึ่งรู้สึกว่าให้ความรู้สึกมั่นใจไม่มีการโคลงหรือโยนของตัวถังให้น่าตกใจ การเข้าโค้ง หลังจากการเปลี่ยนเลนก็ยังมีสลาลมให้เล่นอีกครั้งเช่นเดิมครับยังต้องสาวพวงมาลัยแก้อยู่เหมือนเดิมออกมาก็มีกรวยบังคับให้เข้าโค้งโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่งจะเจอครับที่ทีมงานเอากรวยมากั้นบังคับให้เข้าโค้งช่องซ้ายสุดแบบนี้แต่ไม่เป็นไรแล้วแต่จะจัดให้ครับเข้าไปแบบสบายๆนิ่งไม่มีปัญหา ทางตรง ออกจากโค้งก็มาก็หยุดรถให้สนิทรอสัญญาณจากเจ้าหน้าที่เมื่อได้ธงเขียวก็กดคันเร่งจนมิด การตอบสนองนั้นเหมือนจะอืดไปหน่อยในช่วงออกตัว […]

Read more

ทดลองขับ Toyota PRIUS : น้องใหม่จากสายการประกอบภายในประเทศ

พูดถึง โตโยต้า พรีอุส เป็นรถที่ผมอยากขับมาตั้งนานแล้วครับ เห็นมานานพอสมควรแล้วในต่างประเทศ และหลายต่อหลายท่านก็เคยได้ทดลองขับกันมาบ้างแล้ว ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศที่สาม รองจาก ญี่ปุ่น และก็จีน ครับ ที่ได้สิทธิ์ในการนำรถรุ่นนี้มาประกอบขายในบ้านเราครับ คราวนี้เป็นตาผมบ้างแหละครับที่จะได้ทดลองขับเจ้า โตโยต้า พรีอุส เจนเนอเรชั่นที่ 3 นี้กัน ถึงแม้จะไม่ได้ไปทดลองขับที่ญี่ปุ่นเหมือนคนอื่นเค้า แต่อย่างน้อยผมก็ได้ขึ้นเครื่องบินไปทดลองขับกับเค้าเหมือนกันนะครับ ฮ่าฮ่า โดยจุดหมายก็ไม่ใกล้ ไม่ไกลครับ เชียงรายแค่นี้เอง ที่บอกว่าไม่ไกล ก็เพราะนั่งเครื่องบิน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG134 แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงครับ แต่ถ้าหากจะขับรถมานี่ก็ไกลเอาเรื่องเลยครับ จากสนามบินสุวรรณภูมิ บินตรงมาสู่สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายเลยครับ สะดวกมาก แต่เนื่องจากมาถึงช่วงบ่ายแล้ว วันนี้ก็ยังคงไม่ได้ทดลองขับอะไร แต่ถึงจะบ่ายแก่ๆแต่ก็ยังพอมีเวลาช้อปปิ้ง ชาวคณะก็เลยออกเดินทางสู่ประเทศเพื่อนบ้านทันที หลังจากทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย กันเป็นที่เรียบร้อย ก็เดินทางข้ามแดนสู่ แขวงท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศพม่ากันเลยทีเดียว เป็นที่รู้กันอยู่แล้วครับว่าที่นี่ มีของขายมากมาย ใครอยากซื้ออะไรก็เชิญตามสบายเลยครับ ผมแนะนำนะครับว่าต้องต่อราคาของกันหนักๆหน่อยนะครับ เช่น ถ้าเค้าบอกมาว่า 1,200 บาท ก็ต่อไปเลยครับ 300 บาท โดยมากจะบอกว่าไม่ได้ […]

Read more

นิสสัน ท้าพิสูจน์ นาวาราใหม่ พร้อมสัมผัส เอ็กซ์เทรล 2.0 V ใหม่

เป็นอีกทริปที่ผมต้องฉายเดี่ยว โดยไร้เพื่อนซี้อย่างคุณโจ้ เปรมศักดิ์ ดีนะที่มีนักข่าวสายรถยนต์อีกหนึ่งท่านที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงเป็นทริปที่ไปโดยไม่รู้จักใครเลย ทริปนี้ เป็นทริปที่ทางนิสสันต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆให้มากขึ้น โดยเชิญตัวแทนจากทั้ง X-Trail Club, Navara club และผู้สื่อข่าวแนวไลฟ์สไตล์ต่างๆ เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วย โดยรถที่ใช้ในการทดสอบในครั้งนี้ก็จะเป็น นิสสัน นาวารา ใหม่ ที่แต่งหน้าทาปากซะใหม่ทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือครูส คอนโทรล ไว้ทั้งในระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนอีกรุ่นก็คือ นิสสัน เอ็กซ์เทรล 2.0 V ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบ Xtronic CVT เมื่อฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และเส้นทางที่จะใช้ในการทดสอบในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะเดินทางแล้วครับ โดยเส้นทางจะเริ่มตั้งแต่หน้าตึกนันทวัน บนถนนราชดำรินั้นแหละครับ มุ่งหน้าพระราม 4 แล้วก็ขึ้นทางด่วนไปยังดาวคะนอง เส้นทางช่วงนี้ รถมากจริงๆครับ ก็เลยยังไม่ค่อยจะเป็นขบวนกันสักเท่าไหร่ จริงๆนิสสัน นาวารา ผมเองก็เคยได้ลองขับมาแล้วและได้ทำรีวิวไว้แล้วที่ http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=428&dshow=all มาคราวนี้จะแตกต่างกันก็ที่อุปกรณ์ต่างๆที่เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้น เช่นมีราวหลังคาสปอร์ต ไฟเลี้ยวด้านข้าง จากเดิมที่จะติดอยู่ที่แก้มของรถ ก็เอาขึ้นมาไว้ที่กระจกมองข้างแบบโครเมี่ยมซะ เพิ่มระบบกันขโมยมากขึ้น […]

Read more

ทดลองขับ NEW HONDA ACCORD 2.0

ต้องบอกก่อนว่ากว่าจะได้ลงมือเขียนบทความนี้นั้นเวลาได้ล่วงเลยมาเกือบเดือนหลังจากที่มีโอกาสได้ไปลองขับเจ้าฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0 คันนี้แม้ว่าจะไม่ใช่ฮอนด้าคันแรกที่ได้ขับแต่เรียกว่าได้ขับอย่างเป็นทางการครั้งแรกก็คงไม่ผิดสำหรับสาเหตุที่บทความนี้ล่าช้าไปนั้นเนื่องจากจะบอกได้ว่างานเข้าครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปกับทางฮอนด้าเพื่อชมการแข่งขันฮอนด้าเรซซิ่งเฟสที่ภูเก็ต กลับมาก็เข้าสู่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่27รอบสื่อมวลชนในวันรุ่งขึ้นทันที แล้วยังมีการจัดรายการ “ กลับให้ได้ ไปให้ถึง”ทางคลื่น am 1269 แบบสดสดกันในงานนั้นด้วย ถัดมาก็ไปร่วมชมคอนเสิร์ต Honda winter fest ที่เขาใหญ่อีก ยังครับงานแทรกเข้ามาอีกทั้งงานแต่งงาน งานศพสองงานนี้ภายในสองอาทิตย์รวมกันเป็นสี่งาน นี่ก็เพิ่งจะว่างเว้นไหนจะงานประจำที่ทำอีกเหมือนจะเป็นข้ออ้างของคนขี้เกียจแบบผมนะ ฮ่าฮ่า เอ้าเข้าเรื่องกันดีกว่า อย่างที่เคยบอกครับสำหรับปีนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบริษัทรถยนต์เหมือนจะฮั้วกันจัดทริปในการเดินทางทดลองขับสำหรับผม เพราะจะมีแต่ภูเก็ตกับหัวหินสองที่นี้กระมั้งในปีนี้ แต่คราวนี้แปลกออกไปกับการเดินทางไปภูเก็ต เป็นการขับรถจากกรุงเทพฯล่องใต้สู่จังหวัดภูเก็ตมิใช่การเดินทางโดยเครื่องบินแล้วไปทดลองขับที่นั้น เราเดินทางกันด้วยฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0 ซึ่งจะอยู่ด้วยกันถึงสี่วันเชียวครับกับระยะทางกว่าสองพันกิโลเมตร ช่วงแรกนั้นผมรับหน้าที่เป็นผู้โดยสาร เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้านั่งได้พอสบายอยู่เพราะสามารถปรับเอนหลังลดอาการเมื่อยล้าได้อยู่ ส่วนด้านหลังถ้านั่งยาวๆแล้วก็ต้องมีการแย่งชิงเพื่อที่จะไปนั่งด้านหน้าหรือเปลี่ยนไปขับแทนบ้าง ช่วงเฮดรูมด้านหลังนั้นยังเหลือจึงทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนที่ว่างระหว่างเบาะหน้ากับหลังถ้าเลื่อนมาเยอะไปก็อาจจะมีติดเข่าคนด้านหลังได้เหมือนกัน เมื่อได้ขึ้นไปประจำการในตำแหน่งหลังพวงมาลัยรับหน้าที่สารถีนั้น ก็ต้องมีการปรับตำแหน่งต่างๆให้เข้าที่เข้าทางก่อน ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยซึ่งปรับได้สี่ทิศทาง ขึ้นลงเข้าออกเบาะก็เป็นแบบปรับไฟฟ้าซึ่งรวมไปถึงกระจกมองข้างด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยกันทุกคนทุกตำแหน่ง มิใช่เฉพาะผู้โดยสารตอนหน้าเท่านั้น เราก็ออกเดินทางกัน ฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0นั้นใช้เครื่องยนต์แบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์(SOHC)4สูบ16วาลว์ i-vtec 1,997 ซีซี. ให้แรงม้าถึง 156 ตัวที่6,300รอบที่ระบบควบคุมการเปิดปิดลิ้นปีกผีเสื้อด้วยระบบไฟฟ้า แม้ว่าจะมีแรงม้าถึง156ตัว แต่ก็การออกตัวหรือจะเรียกว่าตีนต้นนั้นค่อยข้างจะอืดอาดจนทำให้รู้สึกอึดอัดไม่ทันใจอยู่บ้างก็ตามนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากขนาดและน้ำหนักของตัวรถที่มีมากอยู่แต่ในช่วงกลางหรือช่วงลอยตัวแล้วไม่ต้องห่วงไหลมาแบบเทน้ำกันเลยทีเดียว ความเร็วปลายนั้นบอกได้ว่าทะลุสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เลย การเปลี่ยนเกียร์นั้นดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะนิ่มนวลขึ้นมากกับเกียร์อัตโนมัติห้าจังหวะพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนที่ช่วยผ่อนแรงนั้นน้ำหนักกำลังดีสำหรับผม ไม่ว่าจะเบาแรงในขณะหมุนเข้าที่จอดรถแต่ในช่วงความเร็วสูงก็หนืดกำลังดีไม่มีอาการหน้าไวหรือเครียดในการควบคุมแต่อย่างใด ระบบเบรกที่เป็นแบบจานทั้งสี่ล้อมาพร้อมกับ ABS EBDและ BA ซึ่งไว้ใจได้เมื่อใช้ความเร็วที่เหมาะสมระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระทั้งหน้าและหลังโดยด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิซโบน […]

Read more
1 95 96 97 98 99 110