ทดลองขับ Chovrolet CRUZE : Engineered to Respond เพิ่มไปอีกหน่อยก็คงดี

และแล้วการเดินของผมก็เริ่มขึ้นอีกครั้งแม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่นัดหมายกันที่สนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็อาจจะเรียกได้นัดเช้ามากคือหกโมงเช้านัดเจอกันที่สนามบินเอาแล้วไงนั่นคือสิ่งที่ผมกังวลมากถึงมากที่สุดในการนัดหมายแล้วยิ่งเดินทางโดยเครื่องบินแล้วห้ามพลาดโดยเด็ดขาดมิฉะนั้นอาจตกเครื่องได้ทำให้ผมนั้นต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่กันเลยทีเดียว แล้วก็ไปถึงสนามบินเป็นคนแรกก่อนทีมงานของเชพโรเลตจะไปถึงอีก ก็เลยไปเดินเล่นหาอะไรใส่ท้องซะหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจกะว่าจะเข้าไปกินแฮมเบอร์เกอร์ข้างในซะหน่อยเดินกลับมาก็เจอทีมงานมากันแล้วพร้อมๆกับพี่ๆน้องๆผู้สื่อข่าว ต่างก็ทะยอยกันมาเช็คชื่อส่งบัตรประชาชนให้ไปเพื่อเช็คอินรับตั๋วโดยสาร กลับมาพร้อมบัตรคล้องคอแล้วก็แยกย้ายกันเข้าภายในอาคารรอเครื่องบินออกเดินทาง ระบบรักษาความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องดูแปลกไป ทำงานได้ไวขึ้นแต่มีข้อสงสัยอยู่นั่นคือ เมื่อเดินทางเครื่องตรวจวัตถุโลหะนั้นคราวนี้มันไม่ดังแม้ว่าจะใส่เข็มขัดเส้นเดิมรวมถึงมีเศษเหรียญติดอยู่ก็ไม่มีเสียงเตือนให้ต้องไปขึ้นแท่นกางแขนตรวจซ้ำไม่ทราบว่าเพราะอะไร เอาละครับเมื่อเดินเข้าข้างในแล้วตั้งใจว่าจะไปกินเบอร์เกอร์ชื่อดังแต่ต้องชะงักหยุดกลางครัน เพราะเจอราคาเข้าไปทำให้กินไม่ลงกันเลยทีเดียว ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้ ชุดละสามร้อยกว่าบาททั้งที่ข้างนอกทั่วไปชุดละร้อยกว่าบาทเอง หิ้วท้องไปกินของว่างบนเครื่องก็ได้ รอรอเวลาประตูขึ้นเครื่องเปิดผู้โดยสารเยอะมาก อ้อลืมบอกไปครับว่าไปเชียงใหม่เพื่อทดสอบเจ้าเชพโรเลต”ครูซ” เราต้องนั่งรถบัสต่อไปยังลานจอดเครื่องบินไม่ได้เดินผ่านงวงครับ ขึ้นเครื่องปั๊บได้ที่นั่งปุ๊บคาดเข็มขัดเรียบร้อบรอเครื่องเทคออฟ การจราจรทางอากาศคงจะหนาแน่น เพราะแท็กซี่นานมากเกือบครึ่งชั่วโมงได้ พอเครื่องขึ้นแล้วผมก็ไม่สนอะไรแล้วหลับยาวเลยจนเวลาหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีผ่านไป อันช่วงเวลาที่เครื่องจะร่อนลงก็ตื่นขึ้นมา คณะของเรากว่าสามสิบชีวิตก็เดินถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ออกมารับกระเป๋าเรียบร้อยเดินทางด้วยรถบัสไปยังออฟฟิศพลัสซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินมากเพื่อรับประทานอาหารเช้า รับเอกสารแล้วก็ฟังบรรยายในเรื่องต่างๆของตัวรถและเส้นทางที่จะใช้กันในทริปนี้ ทางทีมงานเชพโรเลตเตรียมรถไว้18คัน สองรุ่นคือ 2.0 vcdi เครื่องยนต์ดีเซล แล้วก็1.8เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ทั้งสองรุ่น โดยแบ่งคณะออกเป็นสองกลุ่มแล้วก็สองเส้นทางสี่ช่วง สลับกันขับหนึ่งคันนั่งสองคน ผมได้อยู่กลุ่มแรกขับเจ้าตัว2.0 vcdi เครื่องดีเซลก่อน โดยใช้เส้นทางจาก ออฟฟิศพลัส-สะเมิง จุดพักรถที่ไร่นภ-ภูผา ช่วงแรกรับหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ให้กับนักขับคิวทองพี่กบ รชฎ สุวรรณรัตน์ ที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันโดยไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัย ช่วงนี้ก็คอยดูแผนที่บอกเส้นทางที่ทางทีมงานกำหนดมาให้ ทำให้มีโอกาสสำรวจอุปกรณ์ต่างๆภายในรถ ระบบปรับอากาศภายในรถเป็นแบบดิจิตอล ตั้งระบบอัตโนมัติ มีจอแสดงผลอยู่คอลโซลกลางรถ ซึ่งรวมไปถึงระบบเครื่องเสียงที่จะแสดงผลไปยังทีเดียวกันด้วยวิทยุซีดีที่สามารถเล่นmp3ได้ การตกแต่งภายในห้องโดยสารเป็นแบบทูโทนเบาะหนังสีดำ-น้ำตาลส้ม การปรับเบาะที่นั่งยังเป็นระบบปรับด้วยมือไม่มีเบาะไฟฟ้าให้มา ในช่วงที่นั่งนั้นก็พยายามซึมซับอาการต่างของรถไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่างที่เซ็ตมาได้ดีมาก ช่องท้องกับน่องนั้นมีการสั่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการขับขี่นั้นดูเหมือนจะเป็นการขับไปบ่นไปของพี่กบทั้งในเรื่องของเกียร์รวมไปถึงเครื่องยนต์ อันนี้ก็รับฟังไว้ก่อนเพราะรูปแบบการขับของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน […]

Read more

สัมผัสแรก กับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่

จะว่าใหม่ก็คงจะไม่ใช่ซะทีเดียว จะเรียกไมเนอร์เชนจ์ก็ยังไงๆอยู่ เพราะโดยทั่วไป การไมเนอร์เชนจ์ก็มักจะต้องแต่งหน้าทาปากกันใหม่โดยเปลี่ยนกระจังหน้า ไฟหน้า ไฟท้าย หรือกันชนท้าย แต่มิตซูบิชิ ไทรทัน เปลี่ยนเครื่องยนต์ครับ!!!! เครื่องยนต์ที่ว่าใหม่นี่ก็ ไม่ได้ใหม่ทั้งหมดนะครับ ตัวเสื้อและฝา รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆยังคงเหมือนเดิม ที่จะเปลี่ยนก็คงเป็นตัวลูกสูบ ที่เปลี่ยนก็เปลี่ยนให้เข้ากับเทอร์โบที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่ จากเทอร์โบแบบเดิมๆ มาเป็น VG TURBO หรือเทอร์โบแบบแปรผันนั่นแหละครับ โดยเครื่องยนต์บวกกับเทอร์โบใหม่นี้ สร้างกำลังได้ถึง 178แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที โดยในรุ่นเกียร์ธรรมดานั้น ทำแรงบิดได้ถึง 400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-2,800 รอบ/นาที ส่วนในเกียร์ออโต้นั้นแรงบิดก็ลดลงมาหน่อยที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-3,500 รอบ/นาที แต่ก็ยังคงให้กำลังที่สูงอยู่ดีครับ การทดลองขับในครั้งนี้ ก็ไปพร้อมๆกับคุณโจ้ ที่สนามบริดจสโตน นั่นแหละครับ แล้วเขาก็ได้รีวิว ตัวปาเจโร ไว้ก่อนหน้าผมแล้วที่ http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=681 เพราะฉะนั้น ผมขอข้ามเรื่องสนามและรูปแบบการทดลองขับไปเลยก็แล้วกันนะครับ เพราะมันเหมือนกันทุกอย่างเลยครับ เอาความรูสึกในการทดลองขับมาว่ากันดีกว่า จากที่เคยได้ขับ ไทรทันมานานพอสมควร แต่ก็ยังจำได้ถึงสิ่งที่ผมชอบและประทับใจอยู่ นั้นก็คือ ช่วงล่าง ที่ไม่นุ่มนวลจนเกินไป และก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไปเหมือนรถกระบะยี่ห้ออื่น มาครั้งนี้ […]

Read more

ทดลองขับ PAJERO SPORT 2.5 VG TURBO : จี๊ดจ๊าดขึ้นรึเปล่า?

แล้วการเดินทางแรกในปีนี้ของผมก็เริ่มหลังจากการเปิดตัวของรถคันนี้ซึ่งจะเรียกว่าเป็นรุ่นก็ได้เหมือนกันแม้ว่าภายนอกแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยนอกจากเครื่องยนต์ ไม่ซิเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนยังคงเป็นรุ่นเดิมอยู่เปลี่ยนเพียงเทอร์โบลูกใหม่หรืออาจจะเป็นของเดิมที่เคยมีแล้วนำมาใส่ใหม่นั่นก็คือเทอร์โบแบบแปรผันที่ทางมิตซูบิชิเรียกว่า VG TURBO อ้าวสรุปแล้วมันมีอะไรแตกต่างบ้าง อันแรกเลยต้องบอกว่าความแรงเพราะมีแรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 178แรงม้าที่ 4,000รอบ แล้วแรงบิดให้ถึง350นิวตันเมตรแล้วก็มาเร็วขึ้นโดยมาตั้งแต่ 1,800รอบไปจนถึง3,500 รอบ แถมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ INVECS-II ในรุ่นขับสี่พร้อมด้วย PADDLE SHIFT ในตัวท็อป ส่วนตัวขับสองนั้นเป็นเกียร์อัตโนมัติ4จังหวะเท่านั้น ส่วนอื่นๆนั้นไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ HID ที่ฉีดล้างโคมไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติและอะไรอีกบ้างผมก็จำไม่ได้แล้วก็มีเพิ่มเข้ามาให้โดยถือว่าเป็นของเล่นที่แถมมาให้ เอาละครับไปลองขับกันเลยดีกว่า สนามทดสอบเจ้าประจำจนจะเรียกได้ว่าเป็นสนามหลักในการทดสอบรถ ก็คือสนามบริดจสโตน โดยผมเดินทางไปพร้อมกับคุณโอนัดเจอกันที่ปั๊มแล้วขับรถไปด้วยกัน โดยทางมิตซูบิชินัดเจอกันตอนเก้าโมงครึ่งไปถึงก็ลงทะเบียนแล้วก็ฟังบรรยายเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ไปขับรถ ห้าสถานีสี่การทดสอบ รถทดสอบครั้งนี้มีทั้งหมดสิบคันสี่รุ่น ผลัดกันขับโดยต้องไปรับบัตรคิวเลือกรุ่นที่จะขับ พอขับเสร็จแล้วจะขับคันใหม่ก็ต้องไปเอาบัตรคิวใหม่เป็นแบบนี้ทุกคนไป โดยคันแรกที่ไปขับนั้นเป็นปาเจโรสปอร์ตขับสี่ตัวท็อปขึ้นรถปุ๊บคาดเข็มขัดปรับเบาะที่นั่งให้เข้าที่เข้าทางโดยปรับด้วยระบบไฟฟ้า ภายในนั้นแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนหลังจากที่เคยได้ลองเมื่อตอนเปิดตัวเมื่อสองปีที่ผ่านมาได้กระมัง นอกจากที่พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงแล้วก็ตัวควบคุมความเร็วอัตโนมัติรวมถึงการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เมื่อรถพร้อมคนพร้อมก็เริ่มกันเลย ด่านแรกสลาลม ออกจากพิทแล้วก็เจอกรวยขวางกั้นอยู่ทำไงดีหล่ะ อ๋อเราต้องขับหลบมันละซิไม่ใช่วิ่งชนเพื่อเก็บแต้ม ฮ่าฮ่าขับรถโดยใช้ความเร็วประมาณ 30กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลบหลีกกรวยที่วางแบบค่อนข้างชิดซึ่งทำให้ต้องมีการสาวพวงมาลัยกันเป็นระวิงเชียว การตอบสนองของพวงมาลัยนั้นผมว่ายังไม่ดีเท่าไรหรืออาจจะยังไม่คุ้นกับรถก็เป็นได้ เอ้าเดี๋ยวค่อยลองอีกรอบดูซิจะต่างกันรึเปล่า เปลี่ยนเลน หลังจากออกจากสลาลมนั้นมีช่วงว่างอยู่โดยขับรถไปชิดทางซ้ายของสนามแล้วกดคันเร่งเพิ่มความเร็วเข้าไปถึงประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าทางบังคับหักพวกมาลัยไปทางซ้ายแล้วดึงกลับมาทางขวาด้วยแรงเท่ากันหรืออาจจะมากกว่าเล็กน้อย ดูอาการของรถซึ่งรู้สึกว่าให้ความรู้สึกมั่นใจไม่มีการโคลงหรือโยนของตัวถังให้น่าตกใจ การเข้าโค้ง หลังจากการเปลี่ยนเลนก็ยังมีสลาลมให้เล่นอีกครั้งเช่นเดิมครับยังต้องสาวพวงมาลัยแก้อยู่เหมือนเดิมออกมาก็มีกรวยบังคับให้เข้าโค้งโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่งจะเจอครับที่ทีมงานเอากรวยมากั้นบังคับให้เข้าโค้งช่องซ้ายสุดแบบนี้แต่ไม่เป็นไรแล้วแต่จะจัดให้ครับเข้าไปแบบสบายๆนิ่งไม่มีปัญหา ทางตรง ออกจากโค้งก็มาก็หยุดรถให้สนิทรอสัญญาณจากเจ้าหน้าที่เมื่อได้ธงเขียวก็กดคันเร่งจนมิด การตอบสนองนั้นเหมือนจะอืดไปหน่อยในช่วงออกตัว […]

Read more

ทดลองขับ Toyota PRIUS : น้องใหม่จากสายการประกอบภายในประเทศ

พูดถึง โตโยต้า พรีอุส เป็นรถที่ผมอยากขับมาตั้งนานแล้วครับ เห็นมานานพอสมควรแล้วในต่างประเทศ และหลายต่อหลายท่านก็เคยได้ทดลองขับกันมาบ้างแล้ว ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศที่สาม รองจาก ญี่ปุ่น และก็จีน ครับ ที่ได้สิทธิ์ในการนำรถรุ่นนี้มาประกอบขายในบ้านเราครับ คราวนี้เป็นตาผมบ้างแหละครับที่จะได้ทดลองขับเจ้า โตโยต้า พรีอุส เจนเนอเรชั่นที่ 3 นี้กัน ถึงแม้จะไม่ได้ไปทดลองขับที่ญี่ปุ่นเหมือนคนอื่นเค้า แต่อย่างน้อยผมก็ได้ขึ้นเครื่องบินไปทดลองขับกับเค้าเหมือนกันนะครับ ฮ่าฮ่า โดยจุดหมายก็ไม่ใกล้ ไม่ไกลครับ เชียงรายแค่นี้เอง ที่บอกว่าไม่ไกล ก็เพราะนั่งเครื่องบิน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG134 แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงครับ แต่ถ้าหากจะขับรถมานี่ก็ไกลเอาเรื่องเลยครับ จากสนามบินสุวรรณภูมิ บินตรงมาสู่สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายเลยครับ สะดวกมาก แต่เนื่องจากมาถึงช่วงบ่ายแล้ว วันนี้ก็ยังคงไม่ได้ทดลองขับอะไร แต่ถึงจะบ่ายแก่ๆแต่ก็ยังพอมีเวลาช้อปปิ้ง ชาวคณะก็เลยออกเดินทางสู่ประเทศเพื่อนบ้านทันที หลังจากทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย กันเป็นที่เรียบร้อย ก็เดินทางข้ามแดนสู่ แขวงท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศพม่ากันเลยทีเดียว เป็นที่รู้กันอยู่แล้วครับว่าที่นี่ มีของขายมากมาย ใครอยากซื้ออะไรก็เชิญตามสบายเลยครับ ผมแนะนำนะครับว่าต้องต่อราคาของกันหนักๆหน่อยนะครับ เช่น ถ้าเค้าบอกมาว่า 1,200 บาท ก็ต่อไปเลยครับ 300 บาท โดยมากจะบอกว่าไม่ได้ […]

Read more

นิสสัน ท้าพิสูจน์ นาวาราใหม่ พร้อมสัมผัส เอ็กซ์เทรล 2.0 V ใหม่

เป็นอีกทริปที่ผมต้องฉายเดี่ยว โดยไร้เพื่อนซี้อย่างคุณโจ้ เปรมศักดิ์ ดีนะที่มีนักข่าวสายรถยนต์อีกหนึ่งท่านที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงเป็นทริปที่ไปโดยไม่รู้จักใครเลย ทริปนี้ เป็นทริปที่ทางนิสสันต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆให้มากขึ้น โดยเชิญตัวแทนจากทั้ง X-Trail Club, Navara club และผู้สื่อข่าวแนวไลฟ์สไตล์ต่างๆ เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วย โดยรถที่ใช้ในการทดสอบในครั้งนี้ก็จะเป็น นิสสัน นาวารา ใหม่ ที่แต่งหน้าทาปากซะใหม่ทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือครูส คอนโทรล ไว้ทั้งในระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนอีกรุ่นก็คือ นิสสัน เอ็กซ์เทรล 2.0 V ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบ Xtronic CVT เมื่อฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และเส้นทางที่จะใช้ในการทดสอบในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะเดินทางแล้วครับ โดยเส้นทางจะเริ่มตั้งแต่หน้าตึกนันทวัน บนถนนราชดำรินั้นแหละครับ มุ่งหน้าพระราม 4 แล้วก็ขึ้นทางด่วนไปยังดาวคะนอง เส้นทางช่วงนี้ รถมากจริงๆครับ ก็เลยยังไม่ค่อยจะเป็นขบวนกันสักเท่าไหร่ จริงๆนิสสัน นาวารา ผมเองก็เคยได้ลองขับมาแล้วและได้ทำรีวิวไว้แล้วที่ http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=428&dshow=all มาคราวนี้จะแตกต่างกันก็ที่อุปกรณ์ต่างๆที่เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้น เช่นมีราวหลังคาสปอร์ต ไฟเลี้ยวด้านข้าง จากเดิมที่จะติดอยู่ที่แก้มของรถ ก็เอาขึ้นมาไว้ที่กระจกมองข้างแบบโครเมี่ยมซะ เพิ่มระบบกันขโมยมากขึ้น […]

Read more

ทดลองขับ NEW HONDA ACCORD 2.0

ต้องบอกก่อนว่ากว่าจะได้ลงมือเขียนบทความนี้นั้นเวลาได้ล่วงเลยมาเกือบเดือนหลังจากที่มีโอกาสได้ไปลองขับเจ้าฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0 คันนี้แม้ว่าจะไม่ใช่ฮอนด้าคันแรกที่ได้ขับแต่เรียกว่าได้ขับอย่างเป็นทางการครั้งแรกก็คงไม่ผิดสำหรับสาเหตุที่บทความนี้ล่าช้าไปนั้นเนื่องจากจะบอกได้ว่างานเข้าครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปกับทางฮอนด้าเพื่อชมการแข่งขันฮอนด้าเรซซิ่งเฟสที่ภูเก็ต กลับมาก็เข้าสู่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่27รอบสื่อมวลชนในวันรุ่งขึ้นทันที แล้วยังมีการจัดรายการ “ กลับให้ได้ ไปให้ถึง”ทางคลื่น am 1269 แบบสดสดกันในงานนั้นด้วย ถัดมาก็ไปร่วมชมคอนเสิร์ต Honda winter fest ที่เขาใหญ่อีก ยังครับงานแทรกเข้ามาอีกทั้งงานแต่งงาน งานศพสองงานนี้ภายในสองอาทิตย์รวมกันเป็นสี่งาน นี่ก็เพิ่งจะว่างเว้นไหนจะงานประจำที่ทำอีกเหมือนจะเป็นข้ออ้างของคนขี้เกียจแบบผมนะ ฮ่าฮ่า เอ้าเข้าเรื่องกันดีกว่า อย่างที่เคยบอกครับสำหรับปีนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบริษัทรถยนต์เหมือนจะฮั้วกันจัดทริปในการเดินทางทดลองขับสำหรับผม เพราะจะมีแต่ภูเก็ตกับหัวหินสองที่นี้กระมั้งในปีนี้ แต่คราวนี้แปลกออกไปกับการเดินทางไปภูเก็ต เป็นการขับรถจากกรุงเทพฯล่องใต้สู่จังหวัดภูเก็ตมิใช่การเดินทางโดยเครื่องบินแล้วไปทดลองขับที่นั้น เราเดินทางกันด้วยฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0 ซึ่งจะอยู่ด้วยกันถึงสี่วันเชียวครับกับระยะทางกว่าสองพันกิโลเมตร ช่วงแรกนั้นผมรับหน้าที่เป็นผู้โดยสาร เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้านั่งได้พอสบายอยู่เพราะสามารถปรับเอนหลังลดอาการเมื่อยล้าได้อยู่ ส่วนด้านหลังถ้านั่งยาวๆแล้วก็ต้องมีการแย่งชิงเพื่อที่จะไปนั่งด้านหน้าหรือเปลี่ยนไปขับแทนบ้าง ช่วงเฮดรูมด้านหลังนั้นยังเหลือจึงทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนที่ว่างระหว่างเบาะหน้ากับหลังถ้าเลื่อนมาเยอะไปก็อาจจะมีติดเข่าคนด้านหลังได้เหมือนกัน เมื่อได้ขึ้นไปประจำการในตำแหน่งหลังพวงมาลัยรับหน้าที่สารถีนั้น ก็ต้องมีการปรับตำแหน่งต่างๆให้เข้าที่เข้าทางก่อน ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยซึ่งปรับได้สี่ทิศทาง ขึ้นลงเข้าออกเบาะก็เป็นแบบปรับไฟฟ้าซึ่งรวมไปถึงกระจกมองข้างด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยกันทุกคนทุกตำแหน่ง มิใช่เฉพาะผู้โดยสารตอนหน้าเท่านั้น เราก็ออกเดินทางกัน ฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0นั้นใช้เครื่องยนต์แบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์(SOHC)4สูบ16วาลว์ i-vtec 1,997 ซีซี. ให้แรงม้าถึง 156 ตัวที่6,300รอบที่ระบบควบคุมการเปิดปิดลิ้นปีกผีเสื้อด้วยระบบไฟฟ้า แม้ว่าจะมีแรงม้าถึง156ตัว แต่ก็การออกตัวหรือจะเรียกว่าตีนต้นนั้นค่อยข้างจะอืดอาดจนทำให้รู้สึกอึดอัดไม่ทันใจอยู่บ้างก็ตามนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากขนาดและน้ำหนักของตัวรถที่มีมากอยู่แต่ในช่วงกลางหรือช่วงลอยตัวแล้วไม่ต้องห่วงไหลมาแบบเทน้ำกันเลยทีเดียว ความเร็วปลายนั้นบอกได้ว่าทะลุสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เลย การเปลี่ยนเกียร์นั้นดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะนิ่มนวลขึ้นมากกับเกียร์อัตโนมัติห้าจังหวะพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนที่ช่วยผ่อนแรงนั้นน้ำหนักกำลังดีสำหรับผม ไม่ว่าจะเบาแรงในขณะหมุนเข้าที่จอดรถแต่ในช่วงความเร็วสูงก็หนืดกำลังดีไม่มีอาการหน้าไวหรือเครียดในการควบคุมแต่อย่างใด ระบบเบรกที่เป็นแบบจานทั้งสี่ล้อมาพร้อมกับ ABS EBDและ BA ซึ่งไว้ใจได้เมื่อใช้ความเร็วที่เหมาะสมระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระทั้งหน้าและหลังโดยด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิซโบน […]

Read more

MOTOR EXPO 2010

เปิดฉากไปแล้วครับสำหรับมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 27 เช่นเดิมครับงานจัดขึ้นที่ อิมแพค ชาแลนด์เจอร์ เมืองทองธานี โดยในปีนี้นั้นเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งรถเล็กก็ว่าได้โดยมีการเปิดตัวรถต้นแบบอีโคคาร์ของ ฝั่งฮอนด้าโดยถือเป็นไฮไลท์ของงานในครั้งนี้เลยก็ว่า เช่นเคยครับผมและคุณโอก็ไม่พลาดเก็บบรรยากาศภายในงานมาให้ท่านผู้อ่านเหมือนเดิมงานแสดงรถในบ้านเรานั้นมีงานใหญ่ๆสองงานโดยผมนั้นจะว่าเป็นงานรวมญาติประจำปีเพราะจะได้พบประเจอกับคนในวงการทั้งผู้ผลิตและเพื่อนพ้องน้องพี่สื่อมวลชน เข้างานกันเลยดีกว่าครับ SSANGYONG สตาร์วิครุ่นใหม่พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาเต็มที่ MITSUBISHI รถเล็กพลังงานไฟฟ้า I-MIEV SPORT จอดเด่นอยู่ในงานแถมยังมี LANCER Ex คันสีเหลืองอีกคันมาพร้อมกับไทรทัน และก็ยังมี ปาเจโร่ สปอร์ตอีกด้วย HYUNDAI BLUE-WILL รถไฮบริดจากเกาหลีใช้เครื่องยนต์เบนซินควบคู่ไปกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์1.6แต่ให้แรงม้าถึง 152แรงม้าเชียว งานนี้พลาดไม่ได้กับ H-1รุ่นพิเศษ STAREX TATA นี่ก็อีกเจ้าสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็กในอนาคต INDICA VISTA EV ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้4คน และขับได้ไกลถึง 200 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ISUZU ยังไม่มีอะไรใหม่ต้องรออีกหน่อยนะครับถึงจะมา SUZUKI Sx-4 รถ cross over ขนาดเล็ก FORD เฟียสต้ายังเป็นตัวชูโรงอยู่สำหรับเจ้านี้ PROTON MERCEDES-BENZ เปิดตัวแล้วสำหรับเครื่องเบนซินที่ใช้น้ำมัน E20 ได้ NISSAN มาร์ช อีโคคาร์คันแรกของไทยมาคราวนี้พร้อมกับพี่น้องที่แต่งตัวมาใหม่โดยชุดแต่งจากประเทศญี่ปุ่น FIAT หุหุแอบเห็น FIAT500 […]

Read more

บันทึกการเดินทางร่วมกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่

เมื่อวันที่ 27-28 กันยายนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทดลองขับเจ้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ หลังจากที่ได้ลองมาแล้วครั้งหนึ่งในสนาม Thai Bridgestone Proving Ground ซึ่งเป็นสนามใหม่ที่ อ.วังน้อย ไปแล้วนั้น(http://www.caronline.net/ArticleDetail.aspx?ArticleID=586) คราวที่แล้วเป็นการขับแบบสั้นๆภายในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ก็ได้รับรู้ถึงสมรรถนะในด้านต่างๆมาพอสมควร คราวนี้เป็นการขับแบบยาวๆในส้นทางตั้งแต่ โรงงานโตโยต้าสำโรง – ปราณบุรี รวมระยะทางกว่า 460 กม. จริงๆผมก็ไม่อยากเรียกหรอกนะครับว่าเป็นการทดสอบ หรือทดลองขับ เพราะไม่ได้ทดสอบหรือทดลองอะไรกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ในครั้งนี้เท่าไหร่นัก คราวนี้ผมเลยขอเรียกว่าเป็น ”บันทึกการเดินทางร่วมกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่” ก็แล้วกันนะครับ เริ่มต้นบันทึกการเดินทางครั้งนี้กันเลยดีกว่าครับ 9:00น.คือเวลาลงทะเบียนในครั้งนี้ครับ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนในครั้งนี้ไกลจากบ้านผมพอสมควรครับ นั้นคือ โรงงานโตโยต้าสำโรง ไกลอยู่ครับ แต่ก็ไปสะดวกครับ เพราะผมใช้ทางพิเศษ สายบางพลี – สุขสวัสดิ์ เรียกได้ว่าถึงเกือบหน้าโรงงานเลยทีเดียว หลังจากที่ได้ลงทะเบียนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องนั่งฟังบรรยายสรุปเส้นทาง และจุดพักต่างๆ จากทีมPRของโตโยต้ากันเสียก่อน โดยมี คุณบุญชวน วิภูษณวนิช ผู้อำนวยการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ 10:00น. ได้เวลาออกเดินทางแล้วครับ […]

Read more

ทริปพิสูจน์สายพันธ์สปอร์ตจากมาสด้า ZOOM-ZOOM DNA ไปกับ MAZDA 2

และแล้วก็มีเหตุให้ต้องเดินทางไปหัวหินอีกแล้วปีนี้เป็นน่าจะไปไม่ต่ำกว่าห้าครั้งเข้าไปให้แล้ว ที่ไปนี่ไปทำงานหมดเลยนะครับไม่ได้ไปเที่ยวเลย ซึ่งปกติแล้วผมจะไปหัวหินเองอยู่แล้วอย่างน้อยปีละสองครั้งมาคราวนี้ได้รับเชิญจากทางมาสด้าให้ไปร่วมทดลองขับรถทุกรุ่นที่จำหน่ายอยู่ในขณะนี้ของทางมาสด้า ซึ่งรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นนั้นจะถูกถ่ายทอดมาจาก DNA ของมาสด้าด้วย “ดีไซน์ล้ำสมัยจากหน้าจรดท้าย” (Stylish) ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน “ความพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียด” (Insightful) โดยเข้าใจถึงประโยชน์ใช้สอยของห้องโดยสารและพื้นที่การใช้งาน “ขีดสุดแห่งพลังให้รถและคุณเป็นหนึ่งเดียว” (Spirited) ซึ่งหมายถึงสมรรถนะที่ตอบสนองทุกการขับขี่ เรานัดหมายกันแปดโมงครึ่งที่ตึกเลครัชดา ผมต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าและทำทุกอย่างให้เรียบร้อยและออกจากบ้านให้ได้ก่อนเจ็ดโมงมิเช่นนั้นแล้วอาจจะพลาดงานไปได้ เพราะถนนลาดพร้าวนั้นมันไม่แน่ไม่นอนนี่ครับ บทจะติดก็ติดแบบไม่มีสาเหตุ ขึ้นรถเมล์ค่าตั๋วเท่าไรก็จำไม่ได้แล้วไม่ได้นั่งมานานต่อด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินที่ปากทางลาดพร้าว มาโผล่ที่สถานีอโศกเดินต่อไปอีกหน่อยก็ถึงแล้วตึกเลครัชดา แล้วขึ้นตึกมาแปดโมงตรงพอดีเป๊ะ พร้อมกับยืนตรงเคารพธงชาติขึ้นมาบนชั้น 18ก็เจอเพื่อนๆพี่น้องที่เดินทางมาถึงก่อน เมื่อได้เวลาเรานั่งฟังบรรยายในเรื่องของความเป็นมาสด้าตั้งแต่เริ่มจนไปถึงอนาคตกับรถรุ่นใหม่ๆที่จะออกมาโดย ธีมการออกแบบนั้นจะเป็นแบบ “ New Design Generation” ลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็น ของรถ จะมีการใช้เทคโนโลยี Hydrogen RE เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง Sky Concept ส่วนที่จะเรียกได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้สำเร็จนั้นของมาสด้านั้นหรือ our key values นั้นมีอยู่สี่อย่างคือ ลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลง 30% พัฒนารถมาสด้าทุกรุ่นให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำเสนอคุณค่าในราคาที่เหมาะสม ลดน้ำหนักให้กับตัวรถ ลดต้นทุน ลดมลพิษในการผลิต และลดปริมาณ co2 หลังฟังบรรยายจบเราก็ลงมาข้างล่างกันเตรียมพร้อมที่จะไปซูมซูมกันได้แล้ว ผมได้รถมาสด้า 2 ซีดานเกียร์ธรรมดาโดยมีคนคุ้นเคยกันอยู่คือคุณบีท มณฑล วงษ์โซ นั่งมาในรถมาด้วยกันช่วงแรกนั้นทีมงานให้วิ่งกันแบบอิสระยังไม่ต้องขับกันเป็นขบวนโดยจุดหมายแรกนั้นคือร้านอาหารริมเขื่อนซึ่งอยู่เลยสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองมาเล็กน้อย ต้องบอกก่อนว่าผมนั้นยังไม่ลองขับมาสด้า2แบบยาวๆเลย […]

Read more

ฮุนไดทูซอนเมื่อลองแล้วจะหลงใหล:by premsak

จะเรียกอย่างไรดีกับช่วงที่ผ่านมา เดินทางติดๆกันแทบไม่มีเวลาให้พักเลยแต่ไม่เป็นไรชีวิตมันก็คือการเดินทาง อย่างที่เคยพูดอยู่บ่อยๆ การเดินทางทุกครั้งนั้นทำให้ได้รับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมต่อต้นเดือนกันยายนผมและคุณโอได้รับเชิญให้ไปร่วมขับรถรุ่นใหม่ของฮุนได คือทูซอน เซ็กซี่ เอสยูวี หลังจากเปิดตัวได้มาระยะหนึ่งแล้วยอดขายเข้าไปกว่า 100 คัน รถคันนี้มันมีอุปกรณ์ที่อัดใส่เข้าไปอยู่ในรถเยอะมาก รายละเอียดต้องคอยตามอ่านดูนะครับ คณะของเรานัดหมายกันช่วงสายๆที่โชว์รูมรัชโยธิน เมื่อชาวคณะพร้อมแล้วเราก็เริ่มออกเดินทาง โดยทางฮุนไดเตรียมรถไว้สองคันโดยเป็นรุ่นขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อ ผมและคุณโอได้ขับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อก่อน โดยมีคุณโอรับหน้าที่เป็นไม้แรกส่วนผมทำหน้าที่เป็นผู้โดยสาร เมื่อขึ้นมาบนรถก็พบกับการออกแบบที่หรูหราใช้ได้ทีเดียว เบาะหนังสีน้ำตาลแดงปรับด้วยระบบไฟฟ้าแอร์ดิจิตอลช่องเก็บของกระจุกกระจิกเยอะทีเดียว สัมภาระของแต่ละท่านก็ถูกย้ายเข้าท้ายรถ ที่วางสัมภาระนั้นกว้างและก็สามารถบรรจุได้เหลือเฟือเชียว เราขับของจากโชว์รูมโดยวิ่งขึ้นโทลล์เวย์ต่อด้วยทางด่วนไปลงถนนพระรามสองมุ่งหน้าชายหาดชะอำ ช่วงที่นั่งนั้นก็ได้เล่นโน่นเล่นนี่ตามประสาครับ เริ่มด้วยการเปิดหลังคาแก้วแบบพาโนรามารับลมซักพักไม่ไหวครับต้องปิดเพราะอากาศมันร้อน ระบบปรับอากาศนั้นสามารถปรับแบบแยกฝั่งคนนั่งและคนขับได้แม้ว่าจะเย็นสู้ตัวฮุนได H-1ไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ถึงกับว่าใช้ไม่ได้เลย ในระหว่างที่นั่งนั้นรู้สึกว่ารถมีอาการกระเทือนไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะลมยางที่เติมมาแข็งเกินไปรึป่าวหรือเป็นเพราะยางขนาด 225/55 R18 เราวิ่งกันมาร้อยกว่ากิโลเมตรถึงจุดพักรถแล้วเปลี่ยนคนขับ ผมรับกุญแจต่อจากคุณโอทำหน้าที่สารถีต่อเป็นไม้สองขึ้นนั่งในตำแหน่งคนขับ ปรับเบาะและพวงมาลัยซึ่งปรับได้สี่ทิศทาง คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อทุกคนพร้อมเราก็เดินทางกันต่อ ช่วงถอยออกนั้นแม้ว่าจะมีกล้องมองหลังแสดงผลที่กระจกมองหลังนั้นผมยังติดหันไปดูท้ายรถเหมือนเดิมคงต้องใช้เวลาอีกหน่อยในการปรับตัว เครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร กับ 166 แรงม้า แม้จะดูว่า ซีซี.น้อยไปหน่อย ทำไมแรงม้าเยอะจังต้องบอกว่าไม่อืดเลยต่อ การตอบสนองของเครื่องยนต์เพราะเทคโนโลยีนั้นได้พัฒนาไปไกลมากแล้ว ส่วนคันเร่งไฟฟ้าแม้จะมีอาการหน่วงอยู่เล็กน้อยก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด การขับขี่และการควบคุมรถนั้นไม่ลำบากเลยแม้จะรถขนาดใหญ่ก็ตาม พวงมาลัยพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงได้น้ำหนักเบาเมื่อจอดอยู่แต่ในความเร็วสูงก็จะปรับน้ำหนักตามให้หนักขึ้น ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมโหมด + – ขอบอกก่อนว่าถ้าต้องการจะขับให้ประหยัดนั้นในช่วงที่อยู่เกียร์ห้านั้นแนะนำว่าเปลี่ยนเกียร์เองยัดเกียร์หกเข้าไปเลยเพราะถ้ารอให้มันเปลี่ยนเองนั้นต้องรอนานหน่อยหรือแบบที่พวกเราเรียกว่าช่วงความเร็วลอยตัวไปแล้วถึงจะเปลี่ยนให้ สมรรถนะของช่วงล่างข้างหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทหลังเป็นมัลติลิงค์เซ็ตมาใช้ได้การยึดเกาะให้ความรู้มั่นคงไม่ต้องเครียดแม้ใช้ความเร็วสูงก็ตาม ระบบเบรกมั่นใจได้ด้วยดิสก์เบรคสี่ล้อมาพร้อมกับ ABS แถมยังมีระบบ ESP […]

Read more
1 97 98 99 100 101 112